สอนให้อ่านตีความ ด้วย “ คำคม คมความคิด ”

 

...แม้นเรามิได้เกิดเป็นดอกซากุระ

ก็อย่ารังเกียจที่เกิดเป็นบุปผาพรรณอื่นเลย

ขอแต่ให้เป็นดอกที่งามที่สุดในพรรณของเรา

ภูเขาฟูจิมีอยู่ลูกเดียว

แต่ภูเขาทั้งหลายก็หาไร้ค่าไม่

แม้นมิได้เป็นซามูไร

ก็จงเป็นลูกสมุนของซามูไรเถิด

เราจะเป็นกัปตันกันหมดทุกคนไม่ได้

ด้วยว่าถ้าปราศจากลูกเรือแล้วเราจะไปกันได้อย่างไร

แม้นเรามิอาจเป็นถนน

ขอจงเป็นบาทวิถี

ในโลกนี้มีตำแหน่งและงานสำหรับเราทุกคน

งานใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่เราย่อมจะมีตำแหน่งและงานทำเป็นแน่ละ

แม้นเป็นดวงอาทิตย์ไม่ได้

จงเป็นดวงดาวเถิด

แม้นมิได้เกิดมาเป็นชาย

ก็อย่าน้อยใจที่ได้เกิดมาเป็นหญิง

จะเป็นอะไรก็ตาม จงเป็นเสียอย่างหนึ่ง

จะเป็นอะไรมิใช่ปัญหา

สำคัญอยู่ที่ว่าจงเป็นอย่างดีที่สุด ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรก็ตาม"

คัดจากข้างหลังภาพ  ของ "ศรีบูรพา"

“คำคม คมความคิด”  จากผลงานการเขียนของศรีบูรพาตอนนี้  ได้คัดลอกมา เพื่อฝึกให้นักเรียนได้ฝึกอ่านตีความ

การนำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาเป็นองค์ความรู้ใหม่ในการฝึกอ่าน  นักเรียนจะเกิดความเพลิดเพลิน  จากถ้อยคำภาษาที่ไพเราะและความหมายที่ลึกซึ้งกินใจ  ข้อมูลที่ฝึกให้นักเรียนเบื้องต้น จำเป็นที่จะต้องเลือกให้เหมาะกับระดับชั้นที่สอน  ไม่ยากหรือง่ายเกินไป   เพราะจากประสบการณ์ที่ได้จัดการเรียนรู้ให้นักเรียน  พบว่า เมื่อนำตัวอย่าง  “คำคม คมความคิด” จากวรรณกรรมและบทความต่างๆ  เข้ามาแทรกในสาระการอ่าน  นักเรียนให้ความสนใจ ทั้งการอ่าน  การคิดวิเคราะห์  สังเกตได้จากการตั้งใจอ่าน  การตอบคำถาม  และการเขียนสื่อสารได้ 

            “คำคม คมความคิด” ที่ได้จากการอ่าน  อาจนำพาชีวิตไปในทางที่ดี  เพระนอกจากจะให้ทั้งความหวังและกำลังใจแล้วยังเป็นสิ่งจูงใจให้รักการอ่านมากขึ้น  การใช้ภาพสไลด์มาประกอบอาจทำให้เกิดภาพที่ทำให้นักเรียนสนใจและจดจำภาพที่สื่อความหมายได้ชัดขึ้น  แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป  เมื่อเรียนในช่วงชั้นที่สูงขึ้น ก็ควรใช้ภาษาเพื่อฝึกจินตนาการหลังจากที่ได้ฝึกทักษะการอ่านขั้นพื้นฐานจากการอ่านเรื่องราวที่มีภาพประกอบมาแล้วในระดับชั้นต้นๆ

การจินตนาการมีความสำคัญมาก  การใช้ภาษาให้เชื่อมโยงความคิดจินตนาการได้  ย่อมก่อให้เกิดความงดงาม  เมื่อนำมาประกอบกับการตีความอันประณีตของผู้อ่านก็ยิ่งทำให้สื่อสารกันได้ดียิ่งขึ้น 

การอ่านตีความ   จึงเป็นทักษะที่ต้องฝึกให้เกิดเพื่อให้การสื่อสารทั้งผู้อ่านและผู้เขียนสำเร็จและสมบูรณ์ได้   เพราะการอ่านตีความ เป็นการอ่านเพื่อหาความหมายที่ซ่อนเร้น หรือหาความหมายที่แท้จริงของสาร โดยพิจารณาข้อความที่อ่านว่าผู้เขียนมีเจตนาให้ผู้อ่าน เกิดความคิดหรือความรู้อะไรนอกเหนือไปจากการรู้เรื่อง

“คำคม คมความคิด  จากวรรณกรรมต่างๆ  จึงเป็นสื่อที่ใช้สอนภาษาควบคู่ไปกับคุณธรรมได้อย่างหลากหลาย  สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี