การที่นั่งทำงานคนเดียว  เพราะมีภาระงานมาก  เงียบเหงา  สนุกกับการได้ทำอะไรตามใจตัวเอง.....เขาเรียกว่า...เป็นโรคซึมเศร้า  หรือ ?

*****

ไม่ใช่ สักนิด 

โรคซึมเศร้า....ต้องมีอาการ....เบื่ออาหาร  มีอารมณ์เบื่อ....เบื่อโลกภายนอก  ..และที่สำคัญที่สุด.....ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

*****

แต่ครูอ้อย ยังกินอร่อย  สนุกสนาน  ถึงแม้ว่า...จะชอบเงียบเหงาบ้างบางเวลา

*****

Z5

*****

คนที่เป็นโรคซึมเศร้า ....นอกจากมีอารมณ์ซึมเศร้าร่วมกับอาการต่างๆ แล้ว  การทำงานหรือการประกอบกิจวัตรประจำวันก็แย่ลงด้วย 

คนที่เป็นแม่บ้านก็ทำงานบ้านน้อยลงหรือมีงานบ้านคั่งค้าง

คนที่ทำงานนอกบ้านก็อาจขาดงานบ่อยๆ จนถูกเพ่งเล็งเรียกว่าตัวโรคทำให้การประกอบกิจวัตรประจำวันต่างๆ บกพร่องลง

หากจะเปรียบกับโรคทางร่างกายก็คงคล้ายๆ กัน เช่น ในโรคหัวใจ ผู้ที่เป็นก็จะมีอาการต่างๆ ร่วมกับการทำอะไรต่างๆ ได้น้อยหรือไม่ดีเท่าเดิม....

ดังนั้น การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก หรือเป็นคนไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ ซึมเซา แต่ที่เขาเป็นนั้นเป็นเพราะตัวโรค

กล่าวได้ว่าถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคก็จะทุเลาลง เขาก็จะกลับมาเป็นผู้ทีจิตใจแจ่มใส พร้อมจะทำกิจวัตรต่างๆ ดังเดิม

*****

แต่ครูอ้อย รู้มาว่า  คนที่เป็นโรคนี้ มักจะไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง  ไม่กล้า ไม่สู้ และ ท้อถอย.....ครูอ้อยยัง..สู้ สู้ สู้

ลองมาดูอาการกันนะคะ

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ


1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ที่พบบ่อยคือจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวไปหมด บางคนอาจไม่มีอารมณ์เศร้า
ชัดเจนแต่จะบอกว่าจิตใจหม่นหมอง ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม.....น่าสงสัยนะ  วายอ่านต่อสิคะ

บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เดิมตนเคยทำแล้วเพลินใจหรือสบายใจ เช่น ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง เข้าวัด ก็ไม่อยากทำหรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น บ้างก็รู้สึกเบื่อไปหมดตั้งแต่ตื่นเช้ามา.....งั้น  ก็ไม่ใช่ครูอ้อยแล้วล่ะ  เพราะครูอ้อยชอบทำในสิ่งที่เพลิดเพลินใจ

2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาดความล้มเหลวของตนเอง ชีวิตตอนนี้ก็รู้สึกว่าอะไรๆก็ดูแย่ไปหมด ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ไม่เห็นทางออก มองอนาคตไม่เห็น รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิต.....อูยยย  ไม่ใช่เลย  ครูอ้อยไม่เคยคิดอย่างนี้เลย  ครูอ้อยภาคภูมิใจในตนเอง.....

3. สมาธิความจำแย่ลง จะหลงลืมง่าย โดยเฉพาะกับเรื่องใหม่ๆ  วางของไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก ญาติเพิ่งพูดด้วยเมื่อเช้าก็นึกไม่ออกว่าเขาสั่งว่าอะไร จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี ดูโทรทัศน์นานๆ จะไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือก็ได้ไม่ถึงหน้า ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆถูกๆ.....เอ...ประสิทธิภาพความจำ ครูอ้อยลดนะ  แต่ไม่เคยเหม่อลอยสักที

4. มีอาการทางร่างกายต่างๆ ร่วม ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งเมื่อพบ ร่วมกับอารมณ์รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร  ก็จะทำให้คนอื่นดูว่าเป็นคนขี้เกียจ ปัญหาด้านการนอนก็พบบ่อยเช่นกัน มักจะหลับยาก นอนไม่เต็มอิ่ม หลับๆตื่นๆ บางคนตื่นแต่เช้ามืดแล้วนอนต่อไม่ได้ .....ข้อนี้ไม่ใช่เลย ครูอ้อยนอนหลับสบาย

5. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป ดังกล่าวบ้างแล้วข้างต้น    ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะดู ซึมลง ไม่ร่าเริง แจ่มใส เหมือนก่อน จะเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร  บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย  ซึ่งคนรอบข้างก็มักจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป บางคนอาจหงุดหงิดบ่อยกว่าเดิม แม่บ้านอาจทนที่ลูกๆ ซนไม่ได้ หรือมีปากเสียงระหว่างคู่ครองบ่อยๆ.....เก็บตัว อาจจะใช่  แต่ไม่เคยมีปากเสียง

6. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง ถ้าเป็นแม่บ้านงานบ้านก็ไม่ได้ทำ หรือทำลวกๆ เพียงให้ผ่านๆ ไป คนที่ทำงานสำนักงานก็จะทำงานที่ละเอียดไม่ได้เพราะสมาธิไม่มี ในช่วงแรกๆ ผู้ที่เป็นอาจจะพอฝืนใจตัวเองให้ทำได้ แต่พอเป็นมากๆ ขึ้นก็จะหมดพลังที่จะต่อสู้ เริ่มลางานขาดงานบ่อยๆ ซึ่งหากไม่มีผู้เข้าใจหรือให้การช่วยเหลือก็มักจะถูกให้ออกจากงาน.....ยังไม่เคยลางาน

7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นรุนแรงซึ่งนอกจากผู้ที่เป็นจะมีอาการซึมเศร้ามากแล้ว จะยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือ ประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ จะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการโรคจิตก็มักทุเลาตาม .....มีอยู่แล้วล่ะ คนหวังดี ประสงค์ร้าย  แต่ยังดีที่ หูไม่แว่ว

*****

อืมมมมม....ต้องพิจารณาตนเองแล้วล่ะ...ฉันเป็น..โรคซึมเศร้าหรือเปล่า