ฉันฝันว่าคนของฉันที่นี่จะมีความสุขกับชีวิตการงานมากกว่านี้.....อันที่จริงพวกเขามีความสุขกันอยู่แล้วกับงานที่เขาทำ....แต่ด้วยการตั้งความคาดหวังที่สูงเกินเอื้อมถึงในเวลาอันสั้น....ภายใต้ข้อจำกัดที่มันมีอยู่มากหลาย....มันจึงทอนให้ความสุขที่ได้ทำความดีเหล่านั้น...มันลดทอนจนเหมือนคนไร้ใจกันไปหมด...ทุกวันกำหนดลมหายใจไว้อยู่แค่งานๆๆๆๆ.....กลับบ้านก็งาน งาน และงาน....จนทำให้เวลาเห็นใครไม่ทำงานก็รู้สึกจี๊ดๆๆๆ...และใช้ชีวิตทำงานเหมือนการทำงานของหุ่นยนต์ 
บรรยากาศอย่างนี้แหละที่มันแผ่พลังจนทำให้ฉันเปลี่ยนไปด้วย.....เปลี่ยนไปมากๆจนกลายเป็นคนไม่ใคร่ยิ้ม....แถมเวลาทำอะไรทำจริงจัง...จนกร้าว...และใจร้อนแบบกระทิงดุ.....บวกกับเป็นคนไม่พูดมาก....ถึงเวลาเอาจริงแล้วลงมือเลย....พูดตรงๆแบบไม่กลัวโดนน้ำกรดราด....คนมันเลยกลัวบุคลิกที่เห็นอยู่....วาดภาพว่านี่คือคนจริงคนน่ากลัว.....ยิ่งผนวกพรรษาอายุที่ทำงาน....และผนวกกับหมวกหมอและตำแหน่งงาน....ภาพที่วาดไว้ในใจคนมองจึงยิ่งไปใหญ่....แล้วก็ยังมีไฟมาเติมใส่....ในเรื่องที่ฉันไม่รู้ตัวว่าพาวิ่งในเรื่อง HA ที่ฉันว่ามันทำง่ายแต่พวกเขารู้สึกว่าทำยาก.....ภาพวาดของฉันในใจเขามันก็เลยยิ่งพาเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนๆอีกมากมาย.....
ในเช้าวันลอยกระทงเป็นวันที่หัวหน้าทุกคนทำงานหนัก.....ด้วยว่าได้นัดหมายให้เจ้านายมาตรวจการบ้านในเรื่องการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลตามแนวทางของพ.ร.พ. เรียกว่าทำงานหนักมากนะค่ะ.......ประชุมรวดตั้งแต่เก้าโมงครึ่งยันสามโมงเย็น แล้วยังมีประชุมต่อที่นัดหมายกันไว้กับฉันล่วงหน้าอีก (ตามกำหนดนัดเดิมจะใช้เวลาสามชั่วโมง)
ตอนเช้าของกิจกรรม.....มีคนเข้ามาส่งการบ้านเต็มห้อง....กว่าเจ้านายจะมานั่งตรวจการบ้าน.....ฉันว่าคนนั่งรอส่งการบ้านเขากลัวนะค่ะ
ยิ่งพอบรรดาทีมบริหารเข้าไปนั่งรวมทั้งตัวฉันด้วย....ฉันว่าเขายิ่งเกร็ง.....อีหนูที่เคยเล่าให้ฟังไว้แล้ว นั่งหน้าคิ้วผูกโบว์เป็นระยะๆเลยแหละ....พยาบาลลูกน้องอีกคนที่เข้าไปด้วยนั่งก้มหน้าก้มตาฟังไม่มองใคร ด้วยความไม่มั่นใจในสิ่งที่เตรียมตัวมา.....กัลยาณมิตรคนหนึ่งที่เคยเล่าถึงนั่งหน้าตาเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้มใดๆ ด้วยว่าไม่แน่ใจว่า วันนี้ไม่แน่ใจว่าจะถูกตรวจการบ้านด้วยไหม......เกร็งกันขนาดไหนดูภาพเอาเอง......บรรยากาศอย่างนี้แหละที่มักเกิดขึ้นที่นี่......เวลาเอาจริงทีไร เป็นพากันเครียด เกร็ง และเกรง.....ทุกที...เป็นบรรยากาศการทำงานที่ไม่ผ่อนคลายเอาซะเลย....
เมื่อทีมบริหารได้ช่วยกันพูดออกมา.....พวกเขาก็เริ่มเรียนรู้วิธีตรวจการบ้านของพวกเรา.....เมื่อรับรู้ เขาก็เริ่มเรียนรู้......บรรยากาศที่ดูจะเครียดจึงเริ่มผ่อนคลายลง.......ฉันรับรู้ได้จากสัมผัสที่มีในห้องค่ะ.....ความตื่นเต้นหายไป..... ไม่มีความอึดอัด..... เหลือแต่ความรู้สึกพะวงว่าจะทำได้ไม่ดี...... รับรู้ได้ถึงความอยากจะทำให้ดี......อยากจะบอกสิ่งที่ได้ทำไปมากกว่าความรู้สึกอื่นๆค่ะ
เล่าไปแล้วว่าก่อนวันลอยกระทงได้ปล่อยผีผู้ใหญ่ออกไปแล้ว....... ในการตรวจการบ้าน...... ฉันจึงไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าแสดงออกให้เขารู้ว่า.....เขาได้รับการยอมรับผลงานจากฉัน สิ่งที่ทำลงไปตามสไตล์ของเขานั้นได้รับการยอมรับ...... ฉันทำแค่บอกไปว่า.....ฉันรู้ว่าคนที่เข้ามาในห้องทุกคน...... ตั้งใจทำงานสิ่งที่ตนรับผิดชอบอยู่อย่างเข้มข้น..... เพียงแต่ว่าในวันนี้ที่นำมานำเสนอนั้น..... บางคนที่ไม่รู้เรื่องลึกๆเบื้องหลังของงานนั้นๆ...... อาจจะไม่สามารถรู้ไปถึงการที่เจ้าของงานเขามีความยากลำบากในการทำ.....แต่ฉันรับรู้และเห็นสิ่งที่เขาทำอยู่......

แค่บอกไปแค่นี้เอง.....ฉันว่าบรรยากาศในห้องมันเบาขึ้นนะค่ะ.....เบาขึ้นกว่าอีตอนเจ้านายอยู่ด้วยซะอีก........ฉันบอกเขาไปว่าบางเรื่องการนำเสนอมันอ่อนในเรื่องนำเสนอประเด็น.....ข้อเสนอแนะของฉันมีแค่ว่า..... ควรมีการช่วยกันเพิ่มศักยภาพในการนำเสนอ...... เพื่อให้เจ้าของงานสามารถนำเสนอประเด็นสำคัญและจุดเด่นของงานตัวเองออกมาได้จนเด่น.....ในวงประชุมมีทีม HRD อยู่ด้วย....ฉันจึงมอบหมายไปว่าให้นำฝึกการนำเสนอนี้เข้าแผนงานพัฒนาคนในปีต่อไปด้วย ในระหว่างตรวจการบ้าน....ฉันทำหน้าที่สอนงานไปด้วยทีเดียว.....สอนผ่านการสรุปสิ่งที่ฉันได้ยินจากเขาว่า.....ฉันได้รับรู้คุณค่าอะไรที่ฉันฟังได้จากเรื่องราวที่เขาเล่าออกมา อะไรที่รับรู้ชัด อะไรที่รับรู้ไม่ชัด.....ฉันทำแค่นั้นเอง.....แล้วบอกเขาด้วยว่าฉันเห็นงานที่เขาทำว่ามีจุดเด่นที่มีคุณค่าอีกหลายเรื่องในมือเขา...ซึ่งฉันเสียดายที่วันนี้เขาเองเอามันไปเก็บซ่อนไว้ ไม่นำมาบอกกัน.....งานของเขาในวันนี้จึงด้อยความงดงามลงไป..... ถ้ามีโอกาสแก้ตัว ครั้งหน้าขอให้นำมันมาบอกเล่ากันให้หมด......กลับไปแล้วให้ไปค้นหามันออกมาพิศ ค้นหามันออกมาบอกเล่าเรื่องราวกัน......และในบางงานฉันอาจจะลงไปช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้.....ในงานที่เสนอประเด็นเด่นไม่ได้....แต่ฉันรู้ว่าเขาทำอะไรไปบ้างที่มีคุณค่า....ฉันก็ชวนกันทำให้ที่ประชุมให้เกียรติปรบมือให้ในความตั้งใจของเจ้าของงาน......สำหรับอีหนูลูกน้องนั้น...ฉันคว้าไมค์มาชมเขาในที่ประชุมภายใต้หมวกหัวหน้าว่า...เยี่ยม....อีหนูเยี่ยม....เมื่อวานนี้ยังกังวลใจอยู่เลยกับการนำเสนอ....สอบผ่านอีหนูเอ๋ยสำหรับคนใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้งาน...เยี่ยมแล้ว..เยี่ยมแล้ว...ฟังจบแล้วอีหนูยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงเลยเชียวค่ะ 
เจ้านายเป็นพี่ที่น่ารักมาก....เขาอยู่ร่วมตรวจการบ้านด้วยจนเลยบ่าย....เรานั่งกินข้าวร่วมกันทุกคนในห้อง....กินข้าวผัดไข่ดาวใส่กล่องโฟมด้วยกันค่ะ.....กินไปด้วยฟังไปด้วย....บรรยากาศเจ๋งมั๊ยค่ะ.....กินข้าวผ่านไปสักชั่วโมง....เจ้านายก็ปลีกตัวไป....สั่งความว่าให้ฉันทำงานต่อ....บอกที่ประชุมว่าเคลียร์เรื่องนัดเสร็จจะกลับมาอีก.....และก็กลับมาอีกตามสัญญาตอนเกือบๆบ่ายสามโมง...และอยู่ด้วยกันจนจบการประชุม....
กว่าจะเลิกประชุมเช้าก็ปาเข้าบ่ายสาม....ฉันเหลือบดูนาฬิกาแล้ว...อืม! จะเอาไงดีกับการประชุมนัดต่อไป.....ไม่ตัดสินใจอะไร....เดินออกนอกห้องไป..ตาเหลือบเห็นกระทงวางอยู่บนโต๊ะหน้าห้องหนึ่งอัน....แว๊บความคิดว่า....เออ!ถ้ามีกระทงเซอไพร้ท์น่าจะดี....น่าจะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการประชุม.....คิดจบเดินสวนกับคนขายพอดี....อ้อ! อีหนู ลูกสาวอีกคนนะเอง....ถามไถ่ว่ามีกระทงอีกไหม อีหนูบอกว่ามี....ตัดสินใจพลันสั่งไปเลย...มีเท่าไรที่บ้านเอามาเหมาหมด.....แล้วให้แม่มาเก็บตังค์ที่ป้า......อีหนูถามว่า.....หนูมีเวลาอยู่เท่าไร...ที่จะไปจัดหาขนมาให้.....บอกเวลาไปแล้ว...ก็รอละค่ะท่าน.....แต่ได้กระทงมาในมือแล้ว....4-5 กระทง.....
ตอนที่สั่งไป....ใจนึกว่า เฮ้ย! ถ้ามีไม่พอให้ครบคนจะทำไงดีละ....ไม่ตัดสินใจอีกละ...เอาไว้รอกระทงมาก่อน....เข้าห้องไปขอเริ่มประชุม.....นับคนเข้าประชุมไปพลาง....อืม!.......เซอไพร้ท์เป็นรางวัลทำดีเรื่องเมื่อเช้าดีกว่า......ประชุมผ่านวาระแจ้งไปได้....สัมผัสได้ว่าเขาเริ่มล้ากัน.....
อืม!....ถึงเวลาเซอไพร้ท์.....จึงลุกขึ้นเดินไปขนกระทงเข้ามาในห้อง.....สัมผัสว่าทุกคนตื่นตัวขึ้น....อืม!...สีสันของดอกไม้ มันช่วยให้คนสดใสจริงๆนะค่ะ.....แค่เอากระทงเข้ามาแค่ 2-3 กระทงเอง....บรรยากาศเริ่มสดใสผ่อนคลาย....หลายคนเริ่มแสดงความเป็นเด็กน้อย....กระดี๊กระด๊า...นึกถึงไปถึงการลอยกระทง.....

ฉันจึงเอ่ยว่า....ไหนๆวันนี้เป็นวันลอยกระทง....ฉันขอมอบกระทงเป็นรางวัลและให้กำลังใจคนนำเสนอ.....ใครที่ไม่อยู่ก็ให้หัวหน้ารับแทนไปละกัน....คนแรกที่ให้มารับ คือ คุณผู้ชาย รองฯฝ่ายบริหาร......เขาดีใจมากนะค่ะ....ที่ได้รับของขวัญจากใจในวันนี้............. ทะยอยแจกคนนำเสนอจนหมด.....คราวนี้ถึงคิว....ให้กำลังใจแก่ผู้อยู่เบื้องหลัง.....เติมพลังให้ชื่นใจกันหน่อย....เป็นอันว่าทุกคนในที่นั้น...ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเบื้องหน้า.....ได้รับกระทงกันไปถ้วนหน้า......ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยค่ะ....ชมดูกันเอาเองก็แล้วกัน.....ว่าเขาสุขใจและชื่นใจกันขนาดไหน..... การทำเซอไพร้ท์ของฉันบ่ายวันนี้....ส่งให้บรรยากาศสดชื่นและสดใสเกิดขึ้นในยามบ่าย.....รับรู้เลยว่า....ความผ่อนคลายเกิดขึ้น.....จนพวกเขาไม่รู้สึกเลยว่า...ประชุมกันจนหมดเวลางานกันไปแล้ว.....ความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือไม่มีใครรีบร้อนกลับก่อนเลิกประชุม.....ทุกเรื่องที่กำหนดวาระไว้....แม้แต่วาระหารือ....ได้ข้อสรุปง่ายๆ...ภายใต้ความเห็นร่วมกันของทุกๆคน.... เช้าวันนี้ไปตามเอารูปที่ถ่ายไว้มา.....ก็มีคนบอกว่า เมื่อวานนี้มีคนพูดกันว่า......มีความสุขมากกับการประชุม....เขาสุขใจที่ฉันยิ้มแย้ม ไม่เข้ม ไม่ดุกับเขาค่ะ...... Keywords : ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจก่อนถึงเวลาเพื่อให้ได้ดี ตัดสินใจเมื่อถึงเวลาแล้วก็ได้ดีได้ การ "รอ" ไม่ได้ทำให้เสียหาย แต่กลับทำให้การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ คำชื่นชม ช่วยลดความกลัวของคนได้ ให้รางวัลจากใจอย่างเหมาะกับกาละ-เทศะ สร้างแรงจูงใจได้ดีนักแล เมื่อเป็นผู้ใหญ่กว่าเขาต้องบอกมาให้รู้ว่าคิดบวกอยู่นะ เขาจะได้ไม่คิดลบไปเอง ไอ้ที่จี๊ดคนอื่นนะ เป็นเพราะอยากจะบอกคนว่า หันมามองฉันหน่อยก็ดี ปล่อยให้ข้อตัดสินเป็นความคิดรวบยอดที่มาจากทุกคนที่มาคุยกันดีที่สุด วงคุยจะไปได้ดี ไม่ว่าประชุมงานหรือสนทนาเมื่อคนผ่อนคลายจากความระแวงตัวเองว่า "ผิด" ย้ำเรื่องที่ฟังว่า "ถูก" "ดี" ที่เขาบอกออกมา ผู้ใหญ่ควรถามตรงๆว่า ผู้เด็กกว่ามีอุปสรรคต่อเรื่องที่เขาอยากทำแล้วอยากให้ช่วยให้ลื่นไหลอะไรบ้างไหม
รอยยิ้มของคุณหมอ
สดชื่นมากๆครับ
สวัสดีค่ะ
***ชอบใจ : คำชื่นชม ช่วยลดความกลัวของคนได้
***ชื่นชมอาซีพพยาบาลค่ะ
ชอบบรรยากาศการประชุม ขออนุตนำไปใช้นะคะคุณหมอ
สวัสดีค่ะ
ตามมาลงทะเบียนเรียน อิ.อิ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะพี่หมอเจ๊
รู้สึกตัวว่าโชคดีค่ะ ที่เปิดมาก็เจอบันทึกดี ๆ ของพี่ ...^_^...
ชอบและอิ่มเอม จุใจ กับ.... สาระที่พี่กลั่นไว้ให้...
คนคิดดี มักจะพูดดี และทำดี...เสมอค่ะ
อ่านมา อ่านไป แล้วก็ยิ้ม ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งยิ้มกว้างออกไปทุกที อ่านแล้วอารมณ์เบิกบาน อ่อนโยน เบาสบาย ...
โลกก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรมากมาย ทุกคนอยากรัก อยากเป็นที่รัก ... เพียงแต่ยังไม่ได้เปิดโอกาสให้ตัวเอง ได้สัมผัสกับความรู้สึกนั้นต่างหาก...(^____^)
ขอคัดลอกไว้เตือนใจตัวเอง และเพื่อความเข้าใจผู้ที่เป็น...หัวหน้างาน/เจ้านายของเรา
Keywords : ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจก่อนถึงเวลาเพื่อให้ได้ดี ตัดสินใจเมื่อถึงเวลาแล้วก็ได้ดีได้
การ "รอ" ไม่ได้ทำให้เสียหาย แต่กลับทำให้การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ
คำชื่นชม ช่วยลดความกลัวของคนได้
ให้รางวัลจากใจอย่างเหมาะกับกาละ-เทศะ สร้างแรงจูงใจได้ดีนักแล
เมื่อเป็นผู้ใหญ่กว่าเขาต้องบอกมาให้รู้ว่าคิดบวกอยู่นะ เขาจะได้ไม่คิดลบไปเอง
ไอ้ที่จี๊ดคนอื่นนะ เป็นเพราะอยากจะบอกคนว่า หันมามองฉันหน่อยก็ดี
ปล่อยให้ข้อตัดสินเป็นความคิดรวบยอดที่มาจากทุกคนที่มาคุยกันดีที่สุด
วงคุยจะไปได้ดี ไม่ว่าประชุมงานหรือสนทนาเมื่อคนผ่อนคลายจากความระแวงตัวเองว่า "ผิด"
ย้ำเรื่องที่ฟังว่า "ถูก" "ดี" ที่เขาบอกออกมา
ผู้ใหญ่ควรถามตรงๆว่า ผู้เด็กกว่ามีอุปสรรคต่อเรื่องที่เขาอยากทำแล้วอยากให้ช่วยให้ลื่นไหลอะไรบ้างไหม
ขอบคุณพี่มาก ๆ ค่ะ พี่เป็นที่พึ่งพิงทางอารมณ์ในยามนี้ของน้องได้อย่างยิ่งค่ะ :)
สวัสดีครับ คุณหมอเจ๊ คนงาม แซ่เฮ
ขอโอกาสคนงาน ร่วมสร้างฝันด้วยครับ
แฮะๆๆ อย่าลืม นั่งร้าน ไม้ค้ำยัน หรือตอม่อ อย่งพวกเรานะครับ
"พลังความคิดอาจ ไม่วิลิศมาหลา
วาจา อาจไม่เพราะเสนาะหู
แต่พลังแรงงาน แรงกายมากมายอยู่
มันอยู่ที่คนหยิบฉวยด้วยปัญา" เอามาใช้ครับ(ยอโหมเรามั้งต๊ะหมอ)
สวัสดีค่ะ
* เช้ามได้อ่านเรื่องตรงใจเลยค่ะ
* พอหัวหน้าจื้ด..ลูกน้องก็จ๊ากซิคะ...ยิ่งเกร็งๆ อยู่ด้วย
* หัวหน้ายิ้มนิดยิ้มหน่อยค่อยๆ ติค่อย ๆชม
* เป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์...พอลล่าคิดถึง จึงมาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะคะ..อิอิ กอดๆๆๆ