"...เราก็จะเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นระหว่างธรรมชาติ สังคม ถิ่นฐาน สิ่งแวดล้อม กับการการสร้างสรรค์ของมนุษย์ รวมทั้งเห็นความเป็นภาวะเดียวกันของศิลปะและความงามในสรรพสิ่ง ในสิ่งที่ดูเหมือนแยกส่วนและแตกต่างกัน...."

          การพัฒนาการคิดคลี่คลายโดยวิธีทางศิลปะ เป็นหนทางที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับการลองเปลี่ยนอริยาบทของชีวิตให้มาอยู่กับสุนทรียภาพ และงานศิลปะ

  • เป็นวิธีการศึกษาธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง  ดื่มด่ำ
  • ได้อยู่กับตนเอง สงบนิ่ง เป็นสมาธิ แน่วแน่  เป็นหนึ่งกับโลกภายนอกและได้เฝ้าดูภาวะภายในตนเอง แล้วสะท้อนลงสู่งานสร้างสรรค์
  • ลองฝึกมองให้เห็นลักษณะที่เป็นแบบแผนในธรรมชาติ ในที่สุดจะเห็นกฎเกณฑ์และความเป็นศิลปะ ที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติ
  • เกิดระบบคิดเป็นภาพ เห็นความสอดคล้องเชื่อมโยงกันของลักษณะงานสร้างสรรค์กับสังคมและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์  เห็นความกลมกลืนและไปด้วยกัน  และเห็นความไม่สื่อสะท้อนกันและกัน

ลองเริ่มต้นจากการมองไปยังสิ่งที่เป็นธรรมชาติทั่วๆไป 

มองให้เห็นโครงสร้างโดยรวม  แล้วร่างภาพ  จัดวางให้ลงตัว  เลือกโครงสี  เพื่อศึกษาด้วยการลงมือวาดภาพเหมือนจริงโดยละเอียด  การเรียนรู้ทั้งหมดจะไปด้วยกัน คือ สมอง  มือ  สายตา และการหลอมรวมเป็นหนึ่งกับสภาพแวดล้อม

มองแบบแผนของภาพรวมแล้วร่างภาพ

   ศึกษาโครงสีและแสงเงาในภาพรวม

มาถึงขั้นนี้แล้ว เราจะแตกฉาน เห็นแบบแผนของธรรมชาติและความเชื่อมโยง  ประสานสอดคล้อง  กลมกลืน หลายแง่มุม หลายลักษณะ ข้อมูลและประสบการณ์อันเข้มข้น จะสะท้อนสู่ภาวะภายใน  มีความลึกซึ้ง  แยบคาย  เข้าใจและหยั่งถึงสิ่งที่เรียกว่าสุนทรียภาพ และมีสายตาเห็นโลกภายนอกในภาษาศิลปะได้ดียิ่งๆขึ้น

เห็นความเรียบง่าย  และทดลองโครงสีและแบบแผนของเส้น ซึ่งสามารถหาลูกเล่น  ออกแบบและลดทอนได้อย่างไม่จำกัด

เราจะเริ่มเข้าใจและเกิดภาพในความคิดได้ว่า คนทำงานศิลปะ และคนเขียนรูปที่เราเห็นภาพขั้นสุดท้ายของเขานั้น  แท้จริงมีกระบวนการภายในเกิดขึ้นมากมาย  อีกทั้งงานสร้างสรรค์  ที่สื่อสะท้อนสู่งานเขียน  งานศิลปะ  งานศิลปะประยุกต์ และงานกราฟิค  รวมไปจนถึงงานศิลปะหัตถกรรม และการสื่อภาษาระดับต่างๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตชุมชน นั้น  แท้จริงแล้วสะท้อนซึ่งกันและกันกับสังคมและถิ่นฐาน  ของสังคมหนึ่งๆอย่างยิ่ง

เราจะเริ่มเข้าใจและพอจะเห็นเค้าเงื่อนว่า  เมื่อสัมผัสกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสังคมและท้องถิ่นฟนึ่งๆแล้ว  ทำไมมันเหมือนกับกับมีการสื่อและตอบโต้  ให้รู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณและความจำเพาะตนของสังคมนั้นๆ  ทำไมแผ่นดิน  ต้นไม้  แม้น้ำ ภูเขา ของท้องถิ่นไทย เหมือนกับพูดไทยและร้องรำเป็นเพลงไทย  และเมื่อไปสู่ถิ่นฐานอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน  

หากเห็นกระบวนการคลี่คลายอย่างนี้แล้ว  จะเริ่มเข้าใจว่าสรรพสิ่งสะท้อนซึ่งกันและกัน และสิ่งสร้างสรรค์ต่างๆของมนุษย์  ไม่ว่าจะเป็นศิลปะและอื่นๆ  ล้วนมีที่มาครับ

 รวมทั้งจะสามารถเห็น พลังศิลปะที่มีอยู่ในธรรมชาติ  เข้าไปกล่อมเกลาการสร้างสรรค์ลีลา และความงดงาม ในสิ่งที่ปัจเจกและสังคมเป็นไปโดยธรรมชาติ  ในกิจกรรมต่างๆของชีวิต  ความงาม ความลงตัว ความพอดี  ในการจัดสรรสรรพสิ่ง มีอยู่โดยธรรมชาติ 

พลังความเป็นศิลปะมีอยู่โดยธรรมชาติ ทุกคนหยั่งถึงและสามารถเข้าถึง การเล่าและถ่ายทอดออกมาใหม่ด้วยภาษาการสร้างสรรค์ของเราเอง จึงทำให้เกิดงานศิลปะ  ศิลปะจึงเป็นความเข้าใจและรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้ระดับสำนึกและจิตวิญญาณ  ข้ามพ้นภาษาถ้อยคำ  และขอบเขตทางกายภาพของสังคม

เมื่ออ่านภาษาศิลปะในธรรมชาติออก  การคลี่คลายและสร้างสรรค์ศิลปะออกมา ก็เป็นไปอย่างไม่จำกัด  คุณค่าและความหมายของสิ่งต่างๆ ก็เพิ่มพูนมากยิ่งๆขึ้น ความอิ่มเต็มจากภายในมีโอกาสพัฒนา ความสมดุลระหว่างจิตใจและโลกทางวัตถุ  มีความกลมกลืน  พอเพียง ดีขึ้น

ลองจากสิ่งแวดล้อมและสภาพธรรมชาติ  ให้เห็นว่าอยู่ตรงไหนและในอริยาบทไหน ก็มองให้เห็นความเป็นศิลปะได้แล้ว คราวนี้ลองฝึกฝนกับสิ่งรอบตัว เริ่มจากสัมผัสกับธรรมชาติความเป็นจริง  เชื่อมโยงกับความเป็นจริงอย่างลึกซึ้ง  อ่านธรรมชาติ  เรียนรู้และสื่อสารกับภาษาธรรมชาติ

เริ่มเขียนภาพแบบเหมือนจริง  เพื่ออยู่กับธรรมชาติภายนอก และพลังที่สื่อสะท้อนสู่ภายในตัวเราทุกทิศทุกทาง

หากเราทำวิจัยและเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเรียนรู้ผ่านการวาดภาพและทำงานศิลปะด้วย  กระบวนการทางความรู้ก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการวาดและสื่อสะท้อนลงไปในงาน  พร้อมทั้งยิ่งเพิ่มความชัดแจ้งเมื่อเราเรียนรู้ผ่านการวาดของจริง

การเริ่มจากสังเกตอย่างลึกซึ้งจากธรรมชาติ  แล้วก็วาดเก็บเนี๊ยบเพื่ออยู่กับสิ่งที่เห็นอย่างลึกซึ้ง  ทำให้องค์รวมของการเรียนรู้และความกระจ่างแจ้งค่อยพัฒนาขึ้นภายในจิตใจของเรา  ยิ่งไปก่วานั้น  ความสำเร็จและการเห็นความก้าวหน้า  ความงดงาม  อย่างต่อเนื่อง  จะทำให้เราเกิดพลังแห่งความอิ่มปีติ 

รวมกันแล้วก็จะเป็นพลังแห่งความชัดแจ้ง  เชื่อมมั่น  เริ่มคิดพลิกแพลง  คลี่คลายออกไปได้อย่างหลากหลาย  ลองศึกษาโครงสี  สัดส่วน  ลีลาแสงเงาและเส้นอันเกิดจากแสงเงาและน้ำหนัก  ยิ่งทำได้มากก็จะยิ่งแตกฉาย  เห็นได้จากลีลาเส้น  วิธีเลือกสี และการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ

งานสร้างสรรค์ต่างๆ ที่คืนสู่ความเรียง่าย  จะเป็นภาษาที่เรียบง่ายแต่เกิดจากการตกผลึก  มีพลังการสื่อความเข้าใจ

รวมทั้งเมื่อนำไปใช้ในกิจวัตรประจำวันอื่นๆ  ก็จะสะท้อนถึงภาษาของการเคลื่อนไหวออกจากภายใน

          เห็นมาโดยลำดับอย่างนี้  เราก็จะเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นระหว่างธรรมชาติ สังคม ถิ่นฐาน สิ่งแวดล้อม  กับการสร้างสรรค์ของมนุษย์  รวมทั้งเห็นความเป็นภาวะเดียวกันของศิลปะและความงามในสรรพสิ่ง ในสิ่งที่ดูเหมือนแยกส่วนและแตกต่างกัน.