๑๔. พัฒนาการคิดคลี่คลายโดยวิธีทางศิลปะ


"...เราก็จะเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นระหว่างธรรมชาติ สังคม ถิ่นฐาน สิ่งแวดล้อม กับการการสร้างสรรค์ของมนุษย์ รวมทั้งเห็นความเป็นภาวะเดียวกันของศิลปะและความงามในสรรพสิ่ง ในสิ่งที่ดูเหมือนแยกส่วนและแตกต่างกัน...."

          การพัฒนาการคิดคลี่คลายโดยวิธีทางศิลปะ เป็นหนทางที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับการลองเปลี่ยนอริยาบทของชีวิตให้มาอยู่กับสุนทรียภาพ และงานศิลปะ

  • เป็นวิธีการศึกษาธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง  ดื่มด่ำ
  • ได้อยู่กับตนเอง สงบนิ่ง เป็นสมาธิ แน่วแน่  เป็นหนึ่งกับโลกภายนอกและได้เฝ้าดูภาวะภายในตนเอง แล้วสะท้อนลงสู่งานสร้างสรรค์
  • ลองฝึกมองให้เห็นลักษณะที่เป็นแบบแผนในธรรมชาติ ในที่สุดจะเห็นกฎเกณฑ์และความเป็นศิลปะ ที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติ
  • เกิดระบบคิดเป็นภาพ เห็นความสอดคล้องเชื่อมโยงกันของลักษณะงานสร้างสรรค์กับสังคมและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์  เห็นความกลมกลืนและไปด้วยกัน  และเห็นความไม่สื่อสะท้อนกันและกัน

ลองเริ่มต้นจากการมองไปยังสิ่งที่เป็นธรรมชาติทั่วๆไป 

มองให้เห็นโครงสร้างโดยรวม  แล้วร่างภาพ  จัดวางให้ลงตัว  เลือกโครงสี  เพื่อศึกษาด้วยการลงมือวาดภาพเหมือนจริงโดยละเอียด  การเรียนรู้ทั้งหมดจะไปด้วยกัน คือ สมอง  มือ  สายตา และการหลอมรวมเป็นหนึ่งกับสภาพแวดล้อม

มองแบบแผนของภาพรวมแล้วร่างภาพ

   ศึกษาโครงสีและแสงเงาในภาพรวม

มาถึงขั้นนี้แล้ว เราจะแตกฉาน เห็นแบบแผนของธรรมชาติและความเชื่อมโยง  ประสานสอดคล้อง  กลมกลืน หลายแง่มุม หลายลักษณะ ข้อมูลและประสบการณ์อันเข้มข้น จะสะท้อนสู่ภาวะภายใน  มีความลึกซึ้ง  แยบคาย  เข้าใจและหยั่งถึงสิ่งที่เรียกว่าสุนทรียภาพ และมีสายตาเห็นโลกภายนอกในภาษาศิลปะได้ดียิ่งๆขึ้น

เห็นความเรียบง่าย  และทดลองโครงสีและแบบแผนของเส้น ซึ่งสามารถหาลูกเล่น  ออกแบบและลดทอนได้อย่างไม่จำกัด

เราจะเริ่มเข้าใจและเกิดภาพในความคิดได้ว่า คนทำงานศิลปะ และคนเขียนรูปที่เราเห็นภาพขั้นสุดท้ายของเขานั้น  แท้จริงมีกระบวนการภายในเกิดขึ้นมากมาย  อีกทั้งงานสร้างสรรค์  ที่สื่อสะท้อนสู่งานเขียน  งานศิลปะ  งานศิลปะประยุกต์ และงานกราฟิค  รวมไปจนถึงงานศิลปะหัตถกรรม และการสื่อภาษาระดับต่างๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตชุมชน นั้น  แท้จริงแล้วสะท้อนซึ่งกันและกันกับสังคมและถิ่นฐาน  ของสังคมหนึ่งๆอย่างยิ่ง

เราจะเริ่มเข้าใจและพอจะเห็นเค้าเงื่อนว่า  เมื่อสัมผัสกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสังคมและท้องถิ่นฟนึ่งๆแล้ว  ทำไมมันเหมือนกับกับมีการสื่อและตอบโต้  ให้รู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณและความจำเพาะตนของสังคมนั้นๆ  ทำไมแผ่นดิน  ต้นไม้  แม้น้ำ ภูเขา ของท้องถิ่นไทย เหมือนกับพูดไทยและร้องรำเป็นเพลงไทย  และเมื่อไปสู่ถิ่นฐานอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน  

หากเห็นกระบวนการคลี่คลายอย่างนี้แล้ว  จะเริ่มเข้าใจว่าสรรพสิ่งสะท้อนซึ่งกันและกัน และสิ่งสร้างสรรค์ต่างๆของมนุษย์  ไม่ว่าจะเป็นศิลปะและอื่นๆ  ล้วนมีที่มาครับ

 รวมทั้งจะสามารถเห็น พลังศิลปะที่มีอยู่ในธรรมชาติ  เข้าไปกล่อมเกลาการสร้างสรรค์ลีลา และความงดงาม ในสิ่งที่ปัจเจกและสังคมเป็นไปโดยธรรมชาติ  ในกิจกรรมต่างๆของชีวิต  ความงาม ความลงตัว ความพอดี  ในการจัดสรรสรรพสิ่ง มีอยู่โดยธรรมชาติ 

พลังความเป็นศิลปะมีอยู่โดยธรรมชาติ ทุกคนหยั่งถึงและสามารถเข้าถึง การเล่าและถ่ายทอดออกมาใหม่ด้วยภาษาการสร้างสรรค์ของเราเอง จึงทำให้เกิดงานศิลปะ  ศิลปะจึงเป็นความเข้าใจและรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้ระดับสำนึกและจิตวิญญาณ  ข้ามพ้นภาษาถ้อยคำ  และขอบเขตทางกายภาพของสังคม

เมื่ออ่านภาษาศิลปะในธรรมชาติออก  การคลี่คลายและสร้างสรรค์ศิลปะออกมา ก็เป็นไปอย่างไม่จำกัด  คุณค่าและความหมายของสิ่งต่างๆ ก็เพิ่มพูนมากยิ่งๆขึ้น ความอิ่มเต็มจากภายในมีโอกาสพัฒนา ความสมดุลระหว่างจิตใจและโลกทางวัตถุ  มีความกลมกลืน  พอเพียง ดีขึ้น

ลองจากสิ่งแวดล้อมและสภาพธรรมชาติ  ให้เห็นว่าอยู่ตรงไหนและในอริยาบทไหน ก็มองให้เห็นความเป็นศิลปะได้แล้ว คราวนี้ลองฝึกฝนกับสิ่งรอบตัว เริ่มจากสัมผัสกับธรรมชาติความเป็นจริง  เชื่อมโยงกับความเป็นจริงอย่างลึกซึ้ง  อ่านธรรมชาติ  เรียนรู้และสื่อสารกับภาษาธรรมชาติ

เริ่มเขียนภาพแบบเหมือนจริง  เพื่ออยู่กับธรรมชาติภายนอก และพลังที่สื่อสะท้อนสู่ภายในตัวเราทุกทิศทุกทาง

หากเราทำวิจัยและเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเรียนรู้ผ่านการวาดภาพและทำงานศิลปะด้วย  กระบวนการทางความรู้ก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการวาดและสื่อสะท้อนลงไปในงาน  พร้อมทั้งยิ่งเพิ่มความชัดแจ้งเมื่อเราเรียนรู้ผ่านการวาดของจริง

การเริ่มจากสังเกตอย่างลึกซึ้งจากธรรมชาติ  แล้วก็วาดเก็บเนี๊ยบเพื่ออยู่กับสิ่งที่เห็นอย่างลึกซึ้ง  ทำให้องค์รวมของการเรียนรู้และความกระจ่างแจ้งค่อยพัฒนาขึ้นภายในจิตใจของเรา  ยิ่งไปก่วานั้น  ความสำเร็จและการเห็นความก้าวหน้า  ความงดงาม  อย่างต่อเนื่อง  จะทำให้เราเกิดพลังแห่งความอิ่มปีติ 

รวมกันแล้วก็จะเป็นพลังแห่งความชัดแจ้ง  เชื่อมมั่น  เริ่มคิดพลิกแพลง  คลี่คลายออกไปได้อย่างหลากหลาย  ลองศึกษาโครงสี  สัดส่วน  ลีลาแสงเงาและเส้นอันเกิดจากแสงเงาและน้ำหนัก  ยิ่งทำได้มากก็จะยิ่งแตกฉาย  เห็นได้จากลีลาเส้น  วิธีเลือกสี และการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ

งานสร้างสรรค์ต่างๆ ที่คืนสู่ความเรียง่าย  จะเป็นภาษาที่เรียบง่ายแต่เกิดจากการตกผลึก  มีพลังการสื่อความเข้าใจ

รวมทั้งเมื่อนำไปใช้ในกิจวัตรประจำวันอื่นๆ  ก็จะสะท้อนถึงภาษาของการเคลื่อนไหวออกจากภายใน

          เห็นมาโดยลำดับอย่างนี้  เราก็จะเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นระหว่างธรรมชาติ สังคม ถิ่นฐาน สิ่งแวดล้อม  กับการสร้างสรรค์ของมนุษย์  รวมทั้งเห็นความเป็นภาวะเดียวกันของศิลปะและความงามในสรรพสิ่ง ในสิ่งที่ดูเหมือนแยกส่วนและแตกต่างกัน.

 

 

หมายเลขบันทึก: 221422เขียนเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 11:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 12:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (21)

"ยิ้มบัว"

.

พินิจบัวพินิจบึงผลิยอดใบ

ค่อยแย้มดอกบอกใดในทุ่งท่า

พินิจเส้นแสงเงาจากราวฟ้า

จรดรอยตีนกาดวงหน้ายาย

.

จิตสงบนบบัวขึ้นเหนือเกล้า

ตักบาตรยามเช้ารับแดดฉาย

พลิ้วจีวรอ่อนเบาพริ้งเพรางาย

โลกระบายยิ้มชรางามกว่าบัว

.

ครูกานท์

ทุ่งสักอาศรม

สวัสดีครับอาจารย์ เป็นทรรศนะว่า มนุษย์กับการสะท้อนความงดงามออกจากจิตใจของมนุษย์ คือความงามและงามกว่าอื่นใด อย่างนั้นเลยนะครับเนี่ย

เข้ามาเก็บสิ่งที่ขาดหายไปครับอาจารย์

เมื่ออ่านภาษาศิลปะในธรรมชาติออก การคลี่คลายและสร้างสรรค์ศิลปะออกมา ก็เป็นไปอย่างไม่จำกัด คุณค่าและความหมายของสิ่งต่างๆ ก็เพิ่มพูนมากยิ่งๆขึ้น ความอิ่มเต็มจากภายในมีโอกาสพัฒนา ความสมดุลระหว่างจิตใจและโลกทางวัตถุ มีความกลมกลืน พอเพียง ดีขึ้น

อิ่มปิติยิ่ง

ขอบคุณครับ

ยินดีที่คุณอเนกเข้ามาอ่านและได้ในสิ่งที่สนใจนะครับ คุณอเนกมีพลังการทำงานอยู่ข้างในอยู่แล้ว อยากแนะนำว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการวาด การสร้างสรรค์งานศิลปะ เป็นมากกว่าการวาดรูป คุณมีสิ่งนี้อยู่นะครับ

เพราะฉนั้นต้องฝึกสื่อสารกับภายในตนเอง ฝึกที่จะเชื่อมโยงมันเข้ากับโลกภายนอก  สะท้อนการเห็นแล้วก็ฝึกฝนการแสดงออกมาให้ได้อย่างใจ แล้วค่อยย้อนกลับมาสนใจเรื่องเทคนิคทางศิลปะทีหลังนะครับ อยากให้เห็นตัวอย่างงานโฟล์คอาร์ต ของคุณแม่ชุมสาย มีสมสืบ แม่ของศักดิ์สิริ มีสมสืบ ลองคลิ๊กไปดูนะครับ

ที่มา : จากเว็บศิษย์เก่าเพาะช่างhttp://www.pohchang.org/webboard/index.php?topic=1653.0

และถ้าหากเป็นนักอ่านด้วย  ก็ลิ๊งค์หนังสือนี้ให้พัฒนาแนวคิดนะครับ ผมเขียนให้น้องๆ ที่เพาะช่าง  อนุญาตให้เอาไปใช้อย่างไรก็ได้เลย

ที่มา : จากเว็บศิษย์เก่าเพาะช่าง

http://www.pohchang.org/webboard/index.php?topic=1102.0

ทำงานนะครับ  ทำเลย ไม่ต้องตั้งความหวังอะไรหรอก ทำให้ได้ทำก็แล้วกัน

สวัสดีค่ะพี่ชาย

เป็นคนไม่มีหัว และไม่มีพรสวรรค์ ทางด้านวาดภาพระบายสีเลยค่ะแต่ชอบมากๆ

เห็นได้ถึงความงดงาม และความหมายของภาพวาดต่างๆ

นั่งมองด้วยความสนใจและพยายามแกะรอยจะเลียนแบบบางภาพค่ะ อิอิ..แบบครูพักลักจำ

ลิงค์ตามดูแล้วประทับใจทุกภาพเลยค่ะ เพลิดเพลินจนอยากแอบ Save ไว้

ขออนุญาตตรงนี้เลยได้ไหมคะ

เป็นสื่อตัวอย่างให้เด็กๆชั้นป.6 ได้ศึกษาหน่อยค่ะ

http://www.pantown.com/board.php?id=11476&area=4&name=board5&topic=94&action=view

 http://www.pantown.com/board.php?id=11476&area=4&name=board5&topic=91&action=view

 http://www.pantown.com/board.php?id=11476&area=4&name=board5&topic=92&action=view

http://www.oknation.net/blog/moy

http://www.oknation.net/blog/silpa

 

 

  • ด้วยความยินดีเป็นอย่างมากเลยน้องจุฑารัตน์
  • จะลองหาสื่อ แผนการสอน คู่มือ และตัวอย่างที่เป็น Best Practice การสอนและการจัดกระบวนกาเรียนรู้แนวปฏิรูปใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ แบบบูรณาการ ส่งมาให้ด้วยนะครับ พี่เคยเป็นคณะทำงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทางศิลปะ กับด้านสุขภาพอนามัยและโภชนาการศึกษา  ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ในยุคที่ยังมีกรมวิชาการ และทำเรื่องพวกนี้อยู่ อยู่ ๒-๓ ปี เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้กับเด็กๆ
  • ขอให้กำลังใจในการมุ่งมั่นของน้องจุฑารัตน์มากเลย ในรุ่นพวกเราไม่ค่อยมีโอกาส  พอมีโอกาส ก็ทำให้แก่เด็กๆ ขนาดนี้ ก็รู้สึกชื่นชมต่อการใช้โอกาสของน้องจุฑารัตน์นะครับ
  • น้องๆพี่เขาเล่าให้พี่ทราบว่า น้องจุธารัตน์ก็มาจากพื้นฐานที่ลำบากมาก แต่เป็นคนเก่ง หากภาวะผู้นำและการเติบโตออกมาจากภายในไม่เข้มแข็ง ก็คงมาไม่ได้ถึงอย่างที่เป็นทุกวันนี้ เมื่อทำอย่างนี้ให้เด็กๆ ก็ย่อมเรียกว่าใช้โอกาสในชีวิตของตนเองเป็น  เป็นการต่อยอดประสบการณ์  ทุนชีวิต การพัฒนาตัวเองของกันและกัน ในคนระหว่างรุ่น ทำอย่างนี้สังคมจะมีปัญญาในชีวิตและเข้มแข็งนะครับ

น่าชื่นชมและขอให้กำลังใจนะครับ

น่าสนใจคะการพัฒนาความคิดโดยอาศัยศิลปะ

บางท่านก็ใช้วิธีการอื่นๆนะคะเช่นงานปั้นคะ

น่าสนใจคะการพัฒนาความคิดโดยอาศัยศิลปะ

บางท่านก็ใช้วิธีการอื่นๆนะคะเช่นงานปั้นคะ

  • สวัสดีครับคุณกรรณิการ์ ขอบคุณที่เข้ามาเติมต่อประสบการณ์ครับ
  • ทางด้านอื่นที่แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน ก็นำมาใช้ได้ครับ การทำงานความคิดด้วยการปั้นนี่ยิ่งไปไกล เช่น แนวคิดและกิจกรรมการสร้างบ้านดิน ก็เริ่มต้นจากความเชื่อว่า จะเป็นหนทางเป็นหนึ่งเดียวนับแต่สำนึกและจิตใจกับวัตถุและโลกภายนอก ซึ่งพอทำแล้ว ก็เชื่อว่าจะส่งผลถึงการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างลึกซึ้ง  งานปั้นแนวแอ๊บแสตร็คและอิมเพรสชั่นนิสต์ ก็ถือว่าเป็นงานเพื่อปฏิบัติการทางความคิดครับ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะทั้งคำชมและอีกหนึ่งกำลังใจที่ที่พี่ชายมอบให้

ในชีวิตวัยเรียนลำบากมากค่ะ พ่อแม่ส่งลูกเรียนถึง 5 คน เป็นพี่สาวคนโตด้วยค่ะ

กว่าจะได้เรียนจนจบอนุปริญญาต้องแลกมาด้วยน้ำตาเพราะฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย เลยทำให้เป็นคนค่อนข้างจะแกร่ง และอดทนพอสมควรค่ะ

พ่อแม่ยื่นจอบ เสียม และปากกาให้ลูกทั้ง 5 คน สิ่งใดที่ชอบก็เลือกเอา

กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ก็นับว่าเหนื่อยอยู่เหมือนกันค่ะจับพร้อมกันสามอย่างเลย

และสิ่งที่ลูกทั้งหมดเลือกจับปากกา ก็ทำให้ก้าวเดินมาได้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ

สิ่งที่อยากทำให้เด็กๆก็เพราะเคยได้รับโอกาสดีๆมาจากอาจารย์ในสมัยเรียน และอีกอย่างหนึ่งอยู่กับเด็กๆแล้วสบายใจค่ะ   เติมเต็มในสิ่งที่เขาไม่ได้  และทำให้เขามีความสุขกับการเรียน เราก็มีความสุขไปด้วย ไม่บั่นทอนจิตใจกันทั้งครูและเด็กค่ะ

ทั้งหมดต้องยกความดีให้กับพ่อและแม่ พระในบ้านที่อบรมสั่งสอนและเป็นกำลังใจให้ลูกๆมาตลอด แต่ตอนนี้ไม่มีแม่แล้วค่ะ

ลองตามไปดูครอบครัวของน้อง ที่นี่  นะคะ

 

                    เก็บภาพความสุขของเด็กๆมาฝากค่ะ

  

                        กระป๋องออมสินจากไม้ไผ่

    กิจกรรม คุณธรรมนำความรู้สู่เศรษฐกิจพอเพียงพอเพียง

  • น้องจุฑารัตน์เป็นคนเขียนหนังสือดีนะครับ ไม่ใช่สามารถเขียนเพื่อถ่ายทอดความรู้และสื่อสารความเข้าใจได้อย่างเดียว แต่มีโวหารกวี หรือมิติความเป็นวรรณกรรม ส่งแรงสะเทือนให้คนอ่านใช้ความรู้จากประสบการณ์ที่เป็นของใครของมัน ออกมาสร้างความคิดความเข้าใจและเกิดความรู้สึกร่วมด้วยตัวเขาเองได้ อย่าง...พ่อแม่ยื่นจอบ เสียม และปากกาให้ลูกทั้ง 5 คน สิ่งใดที่ชอบก็เลือกเอา... นี้ มีความอลังการและให้ผลในแง่โวหารกวีครับ 
  • ชอบอ่านเวลาคนเขียนที่ไม่ใช่การบอกความรู้หรือบอกให้คิดแบบหันซ้ายหันขวา อย่างนี้ เพราะเขียนอย่างนี้ เขาเรียกว่าเขียนอย่างให้แรงบันดาลใจ  (Inspiration) ไม่ใช่สื่อสารและถ่ายทอดความรู้จากภายนอกไปให้คนอื่น (Transfer) ทว่า สะดุดใจ ให้คนอื่นเดินด้วยประสบการณ์ ความรู้ และข้อมูลข่าวสารที่อยู่ตัวคนของแต่ละคนอยู่แล้ว
  • แวะเข้าไปดูงานแต่งงานของลูกชายครอบครัวของน้องจุธารัตน์ด้วย
  • เห็นกิจกรรมการเรียนของเด็กๆแล้วดูสนุกและเกิดประสบการณ์ทั้งการเรียนรู้และการพัฒนาทางสังคมมากมายนะครับ การศีกษาเรียนรู้ของเด็กๆ หากผู้สอนมีความเป็นศิลปะและสามารถทำงานความคิดเป็นนักออกแบบกระบวนการด้วย การเรียนการสอนจะเป็นการสร้างประสบการณ์ชีวิตได้อย่างลึกซึ้งให้แก่ผู้เรียน
  • แต่คนทำงานทางด้านให้การศึกษา(เป็นบางส่วนและบางที) มักไปให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางเทคนิค การปฏิบัติทางเทคนิค อวดแสดงแต่เครื่องไม้เครื่องมือที่เทอะทะหรูหรา พิสดาร อย่างไม่รู้เหตุผลและหลักคิดเบื้องหลัง ทว่า เข้าไม่ถึงศาสตร์และศิลป์ จิตวิญญาณของการศึกษา ทำให้ไม่สามารถทำงานความคิดและออกแบบกระบวนการขึ้นมาใช้อย่างจำเพาะเจาะจงตามความจำเป็นต่างๆของตนเอง และวิธีติดตามประเมินผลของระบบ ก็มักใช้หลักเกณฑ์แบบตีกรอบให้เป็นไปตามกันไปหมด ซึ่งก็ติดแหง่กอยู่กับเทคนิคและกลไกเช่นกัน เลยก็พอกัน
  • อย่างที่น้องจุธารัตน์ทำนี่ สำหรับทรรศนะพี่แล้ว พี่ว่าได้วิชาศิลปะด้วยนะ ศิลปะสำหรับมนุษย์นั้น มีมิติทางปัญญาการปฏิบัติและมิติความลึกซึ้งมากกว่าเรื่ององค์ประกอบความสวยความงามของเส้นสาย รูปทรง แสงเงา มิติ และสีสัน อย่างที่คนมักสนใจ  เรื่องเหล่านี้เป็นแค่รูปแบบภายนอกเท่านั้น  ดังนั้น น้องจุฑารัตน์ก็คงไม่ต้องคิดว่าไม่มีความมั่นใจที่จะสอนเด็กๆ  ที่เห็นในรูปนี่ นอกจากให้การเรียนรู้หลายอย่างแล้ว ก็เป็นวิชาศิลปะที่เท่ดีออกนะครับ

สวัสดีครับ อาจารย์...

มาถึงขั้นนี้แล้ว เราจะแตกฉาน เห็นแบบแผนของธรรมชาติและความเชื่อมโยง ประสานสอดคล้อง กลมกลืน หลายแง่มุม หลายลักษณะ ข้อมูลและประสบการณ์อันเข้มข้น จะสะท้อนสู่ภาวะภายใน มีความลึกซึ้ง แยบคาย เข้าใจและหยั่งถึงสิ่งที่เรียกว่าสุนทรียภาพ และมีสายตาเห็นโลกภายนอกในภาษาศิลปะได้ดียิ่งๆขึ้น

  • คารวะเนื่อง "เข้าพรรษากาล" ครับ
  • น่าอัศจรรย์แท้กับ"มุมมอง" และ "วิธีการคิด" องค์ความรู้ด้านศิลป์นั้นช้างน้อยด้อยมากครับ  อ่านบทความนี้ด้านศิลป์นั้นก็ยังยอมรับว่า"ไม่ซึ้ง" แต่กลับได้มองเห็นความ "ลุ่มลึก" อีกด้านครับ ด้านของกระบวนการคิดแบบ "เชื่อมโยง" ครับ 
  • มิแปลกใจ ทุกครั้งในวงสนทนาทั้งทางการและมิใช่ทางการ จะเห็นทัศนะที่ "ทะลุกรอบ"  อธิบายปรากฎการณ์จำเพาะหน้าได้อย่างลุ่มลึกและกลมกลืน 
  • ช้างน้อยมอมแมมต้องขอเรียนรู้กับอาจารย์อีกเยอะครับ.... 

ขอบคุณมากค่ะสำหรับแนวคิดงานศิลป์ที่ generate ไปสู่การ transform เรียนรู้สู่ภายในตัวเราเอง..ขอฝากตัวเป็นสมาชิกประจำ blog ของอาจารย์นะคะ..

..พี่ได้ถ่ายภาพ แสงเงาใต้ใบบัวยามบ่ายที่หน้าบ้าน เพื่อประกอบบันทึกนี้ค่ะ :

http://gotoknow.org/blog/nongnarts/290868

  • สวัสดีครับคุณช้างน้อยมอมแมมครับ 
  • ขอคารวะเนื่องในพรรษากาลเช่นกันครับ
  • การแสดงให้เห็นมิติที่เชื่อมโยงกันขององค์ความรู้ต่างสาขา ในเรื่องต่างๆนั้น นอกจากจะช่วยทำให้เรามีทั้งความรอบด้านและลุ่มลึกแล้ว ในการเป็นคนทำงานงานความรู้และเป็นวิทยากรกระบนการ ก็จะมีแนวคิดให้คนต่างประสบการณ์และต่างสาขาความรู้กัน สามารถเห็นวิธีเช่อมโยงการเดินออกจากตรงที่ซึ่งเขาเป็นได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะครับ

สวัสดีครับคุณพี่นงนาท สนธิสุวรรณ ครับ

  • ใบบัวและเงาสะท้อนน้ำที่ใสนิ่งในกระถางบัว ให้จังหวะที่ต่อเนื่องและผสมผสาน Texture ที่แตกต่างให้อยู่เป็นองค์ประกอบเดียวกันที่กลมกลืนดีจังเลยนะครับ
  • เป็นศิลปะที่ให้ธรรมะไปด้วยได้ดีจริงๆครับ

สวัสดีครับคุณณัฐรดาครับ

  • ผมชอบอ่านวิธีเขียนถ่ายทอดของคุณณัฐรดาในเรื่องต่างๆมากจริงๆ
  • โดยเฉพาะในเรื่องศาสนธรรม พุทธธรรม และวิถีปฏิบัติ
  • สื่อสะท้อนการถ่ายทอดออกมาจากประสบการณ์ตรงด้วย
  • อ่านแล้วได้ความสงบใจไปด้วยนะครับ
  • แนวการอธิบายให้เข้าใจและจัดระเบียบความรู้คิดให้เป็นระบบอย่างนี้ น่าจะเป็นแนวทางเชื่อมโยงศิลปะกับการเจริญสติภาวนา ให้เป็นกระบวนเรียนรู้ที่ส่งเสริมกันได้เป็นอย่างดีนะครับ

เรียนท่านอ.

อ่านสองรอบแล้ว ประทับใจมากค่ะ

รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจงานศิลปะมากขึ้น

แต่ก็ได้เพียงความรู้สึกเหมือนเข้าใจ

สงสัยต้องขออนุญาตprintออกมาอ่าน

ค่อยๆคลำตามตัวอักษร

อิอิ ไม่อยากบอกเลยว่าทำไมถึงต้องอ่านให้มันทะลุ

ก็ปีนี้เขากำหนดให้สอนศิลปะ นาฎศิลป์ และดนตรีรวม 4 ห้อง

ครูต้อยขอสารภาพว่าใช้บันทึกของท่านอ.นี่แหละ เรียนรู้ทั้งศาสตร์ และศิลป์

บันทึกพัฒนาการคิดคลี่คลายโดยวิธีทางศิลปะ

กลับช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีมากๆค่ะ

และมองเห็นแนวทางที่จะพัฒนาความคิดเด็กน้อยบ้างแล้ว

ขอบคุณค่ะ

  • ดีจังเลยครับคุณครูkrutoitingครับ
  • คุณครูkrutoiting สามารถใช้ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ เพื่อทำงานในแนวปฏิรูปการเรียนรู้ได้ครับ
  • การทำงานศิลปะสาขาต่างๆ มีทั้งศิลปะเพื่อพัฒนาคนที่มีทักษะทางศิลปะ กับศิลปะในฐานะเครื่องมือและวิธีพัฒนาคนให้มีคุณภาพและเข้าถึงศักยภาพสูงสุดอย่างที่เขาต้องการและที่เขามีศักยภาพจะไปถึงได้ของแต่ละคน
  • การวาดรูปให้เป็นงานศิลปะกับการเขียนใจให้เกิดสุนทรียภาพและความเป็นศิลปะนั้นต่างกันครับ อย่างแรกศิลปะเป็นผลงานของฝีมือและทักษะสมอง ทว่า อย่างหลัง ศิลปะเป็นปรากฏการณ์เพื่อแสดงออกของภาวะการพัฒนาทางจิตใจและจิตวิญญาณ หรือความงามจากข้างใน ซึ่งไม่ได้มีจุดเน้นอยู่ที่เรื่องเส้น สี แสง เงา ที่เห็นเป็น Art elementsเพียงผิวนอกเท่านั้นนะครับ
  • ทว่า เน้นการเข้าถึงความหมายของชีวิตและการอุทิศตนว่าแรงมือ ฝีมือ สมอง สติปัญญา และจิตใจแห่งศิลปะของเรานั้น เราต้องการขึ้นต่อสิ่งใด ทำไปเพื่ออะไร หรือเป็นหนทางหาความประจักษ์แจ้งในตนเองมากยิ่งๆขึ้นว่า ชีวิตของเรานั้นคืออะไร เดินทางผ่านชีวิตให้มีความหมายและได้คุณค่าต่างๆอย่างไรบ้าง
  • การร้องเพลงเพื่อการแสดงทางศิลปะ คนจำนวนมากก็สามารถมีทักษะการแสดงออกทางศิลปะได้ครับ ร้องเพลงเป็น ทำนองดี เสียงดี ทว่า การสะท้อนความรื่นรมย์แะจิตใจแห่งดนตรี  ออกมาเป็นเสียงร้องของตนเองนั้น ก็เป็นคนละอย่างอีกเช่นกัน อย่างแรกเป็น Presentator ของเพลงและผู้ประพันธ์เพลง เป็นกิจกรรมของปากและสมอง แต่อย่างหลังเป็นพลังดนตรีจากภาวะภายในของปัจเจก เป็น Reflection ของภาวะด้านในที่ปฏิสัมพันธ์และสื่อสะท้อนตนเองกับโลกรอบข้าง เป็นกิจกรรมของจิตใจและความเป็นชีวิต
  • ลองสะท้อนสู่การสอนเด็ก พาเด็กๆเข้าไปมีประสบการณ์ชีวิตที่ด้านในตนเอง ค้นพบโลกของสรรพสิ่งที่ด้านในตนเอง ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ได้ทำกิจกรรมทางศิลปะ ก็จะสนุกและได้มิติใหม่ๆของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางศิลปะแน่นอนครับ

วันนี้ ๗ มกราคม เป็นวันเกิดเพาะช่าง
ขอน้อมบูชาพระวิษณุกรรม เทพและครูแห่งช่าง
ขอน้อมคารวะบูชาดวงวิญญาณศาสตราจารย์ประกิต(จิตร) บัวบุศก์
กราบคารวะครูเพาะช่างทุกท่าน
ขอน้อมรำลึกพี่ๆเพื่อนๆและน้องๆชาวศิลปหัตถกรรมราชบุรี
และคนทำงานศิลปะทุกคน

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี