ไปเดินตลาด เจอเพื่อนและลูกเพื่อนครับ ลูกเพื่อนเป็นประเด็นที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ครับ

เยาวชนคนดีศรีสยาม
แสนงดงามวัยช่างฝันอันสดใส
เร่งเรียนรู้สู่ความฝันอันอำไพ
งามตามวัยนวลหน้าสง่าดี

      งามความคิดประดิษฐ์คิดอย่างสร้างสรรค์
มาดมุ่งมั่นสานฝันแสนสุขศรี
สร้างสังคมอารมณ์รักสามัคคี
ถ้อยวาจีอ่อนหวานบานอุรา
      รักประเทศเขตชุมชนคนสืบสาน
รักพื้นบ้านประเพณีดีรักษา
เชื่อฟังคำพร่ำสอนอ้อนวาจา
โปรดหันมาสร้างสังคมให้สมปอง
     รู้ประหยัดจัดระเบียบเปรียบเทียบผล
อย่าเป็นคนมืดมนหนทางหมอง
หลงวัตถุลุเป็นทาสขาดเงินทอง
ตอบสนองความอยากได้ใจหมองมัว

    เลิกเลียนแบบแยบยลกลลวงเถิด
แสนประเสริฐก่อเกิดกูลนะทูลหัว
สิ่งเสพติดผิดกายทำลายตัว
อย่าเกลือกกลั้วเมามัวเจ้าห่างไกล

    เยาวชนคนดีศรีประเทศ
รู้จักเหตุภัยเภทให้หลงใหล
รู้จักรักสามัคคีมีน้ำใจ
สังคมไทยสุขสันต์นิรันดร์กาล

เมื่อวานนี้ หรือวันเสาร์ที่ผ่านมาไม่นานนี้  ผมได้เจอเพื่อนและลูกของเพื่อน ผมได้รู้เลยว่าเพื่อนลูกมีองค์เเน่ๆ อิอิ ไปถึงบ้านคุยกับเพื่อน  เพื่อนเล่าให้ฟัง คือลูกเพื่อนชื่อน้องกุนครับ

มาฟังช็อตเด็ด ของน้องกุนดีกว่าครับ พี่น้อง
เดือนหน้ากุนก็จะครบสองขวบเต็มแล้วครับ
ตอนนี้ก็เลยเข้าสู่ช่วง Terrible Two หรือที่เราเรียกเอาเองว่า
"วัยทองสองขวบ" ประมาณว่าปั่นป่วน เลือดจะไปลมจะมา
ทำเอาเวียนหัวไปช่วงหนึ่ง
แต่ก็ถือว่าไม่มากมายอะไรถ้าเทียบกับที่แม่คนอื่นๆบ่นกัน อิอิ ลุงไม่ได้เผานะ แค่บันทึกเอาไว้เผ่ออนาคตหนูจะมาอ่าน ที่ลุงได้เขียนไว้
แม่เจ้าหนูกุนเล่าให้ฟังว่า
ตอนกุนพูดได้ยาวขึ้น เป็นประโยคมากขึ้น
ทำให้สิ่อสารได้ง่ายขึ้น
เช่น "แม่ล้างก้นให้หน่อย" อ้อนแม่
"อย่ายุ่งก้นกุนนะ" ไม่ให้พี่เลี้ยงล้างก้น อยากให้แม่ทำ
"(ผัก)บุ้งมาหากุนหน่อย" เรียกลูกหมาข้างบ้าน
"อย่าดู้(ดื้อ)นะ พ่อตีนะ"

กุนผมยาวหลายรอบแล้ว มัดจุก-แกละได้อันน้อยๆ
แต่กุนไม่ชอบให้มัดให้ติดกิ๊บ
ในที่สุดคุณยายก็เลยต้องตัดผมให้สั้นเหมือนเดิม
ทุกคนก็ยังทักว่า"เด็กผู้ชาย"เหมือนเดิม
อยากให้ลูกผมยาวเหมือนเด็กผู้หญิง...อยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าไม่ตัด..เจ้ากุนก็จะเกาคอทั้งวันแล้วบอกว่า
"คัน คัน ยุงกัด"

กุนเริ่มรู้จักบทบาทสมมติ
ชอบเอาตุ๊กตามาเล่นคุยกัน ทำเสียงพากย์เสียงเล็กเสียงน้อย
"กินข้าวยัง" พากย์ตุ๊กตาลิงถาม
"อิ่มแล้ว" พากย์ตุ๊กตากระต่ายตอบ

บางทีก็เอาตุ๊กตาตัวน้อยมาวางเรียงกันให้มันอ่านหนังสือ
บางทีก็เอามานอนตักแม่ แล้วเอาช้อนยามาป้อน
"กินยานะ กินยานะ" แล้วเอาแก้วน้ำมาป้อน
"ขม ขม" ทำเหมือนที่ตัวเองต้องกินยา
บางทีก็เอาตุ๊กตามานั่งดูทีวี

มีอยู่ครั้งหนึ่ง..พ่อหมูเอาตุ๊กตามาเรียงกันแบบเข้าแถว
ตั้งใจว่าจะให้กุนเอาตัวที่เหลือมาเรียงต่อ
แต่กุนดึงตัวที่สองออก
แล้วตัวเองเข้าไปนั่งต่อแถวแทน!
นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาลูกหมูเชียว

กุนกินยาง่าย เพราะต้องกินยาถ่ายบ่อยอยู่ช่วงนึง
พอกุนท้องผูกมากๆ..ก็จะรีบบอกพ่อหมูกับคุณยายว่า
"ยานะ ยานะ"
แล้วเดินไปนอนตักยาย เอาผ้ามากันเปื้อนที่คอ
นอนอ้าปากรอ ถึงขมกุนก็ทนกินจนหมด
แล้วต่อด้วยน้ำ แล้วทุกคนก็จะชมว่ากุนเก่งยกกำลังสอง
เท่านี้ก็เรียบร้อย

ตอนนี้ชมกุนแค่ว่า "เก่ง" หรือ"เก่งจัง" ไม่ได้แล้ว
กุนโตแล้วนะคะ
ต้องชมว่า "กุนเก่งยกกำลังสอง"
หรือไม่ก็ "กุนซุปเปอร์เก่ง" กุนจะดีใจมาก..ยิ้มหน้าบาน


กุนมีชื่อเรียกนมแม่มากมายหลายคำ
เปลี่ยนไปเป็นช่วงๆ ฮิตเป็นช่วงๆ
เริ่มจาก "หม่ำแม่"
"หม่ามี๊"
"บ่าบี๊"
"โหม่มี๊"
มาจบท้ายที่ "บู่บี๊"
กุนเริ่มเรียนรู้ความรับผิดชอบและหน้าที่ของตัวเอง
ถ้ากุนทำผิดก็จะยื่นมือให้พ่อตี
ถ้ากุนทำหกเลอะเทอะก็จะหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดเอง
กุนทิ้งขยะลงถัง
กุนมีไม้กวาดอันเล็กประจำตัวไว้ช่วยแม่กวาดบ้าน
กุนช่วยซักผ้าและพับผ้า
และอื่นๆตามแต่แม่จะให้ช่วย(หลอกใช้)

กุนถูกผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านสอนให้ยกมือ"สวัสดีค่า"มาตั้งแต่เล็กๆ
ตอนนี้กุนทำได้เองโดยไม่ต้องบอก
เวลาเจอผู้ใหญ่หรือใครก็ตามที่พูดว่าสวัสดีค่ะ
กุนก็จะยกมือไหว้"แล้วบอกว่า"ดีค่า"
"ขอบคุณค่า"และ"ขอโทษค่า" ก็ได้แล้ว
การขอโทษของกุนจะไม่ใช้การยกมือไหว้
แต่ใช้วิธีเข้าไปกอดแทน...

กุนเริ่มชินกับการไปลามาไหว้แบบไทยๆ
ครั้งหนึ่ง..เราไปกินเอ็มเคสุกี้กัน
พนักงานก็ต้อนรับอย่างดีตามสไตล์เอ็มเค
"สวัสดีค่ะ กี่ที่คะ"
กุนได้ยินดังนั้น ก็รีบยกมือไหว้"ดีค่า.."ทันที
พนักงานได้แต่ยิ้มขำไปตามๆกัน

เป็นไงครับ รายละเอียดที่จำได้ ที่จริงน่าจะเยอะกว่านี้เพราะมีเรื่องต้องทำ นั่นคือตอบเม้นก่อน อาจจะงง

และหลงๆลืมๆบ้างนะครับ

ยิ่งที่ผมไปพบเอง ยิ่งทึ่งในความน่ารักของลูกเพื่อนคนนี้มาก น้องกุน ชอบเล่นกับ หมาแมว มากๆครับ

เพื่อนเล่าให้ฟังว่า
ตอนนี้จึงเริ่มเลียนพฤติกรรมได้หลายอย่าง
เวลาที่ป้านุช(แม่)นมสั่งว่า"ไอ้สาลี่นั่งลง" กุนก็จะรีบนั่งหน้าบาน
คงภูมิใจที่ทำตามคำสั่งได้รวดเร็ว

บางทีก็ชอบเห่าโฮ่งโฮ่ง
เวลาวิ่งเล่นเหนื่อยๆก็ทำเสียงหอบและลิ้นห้อยแบบหมา
เคยแอบเห็นกุนเอาอาหารแมวแบบเม็ดมาวางบนโต๊ะ
แล้วก้มกินแบบหมา แล้วทำเสียงแฮ่กแฮ่กแบบหมาหอบ

ผมเลยลองของ เอ๊ยลองแกล้วบอกน้องกุนว่า สวัสดีจ๊า..แล้วยื่นมือให้กุนไหว้บนมือ
กุนจะรีบยื่นขาหน้า เอ๊ย! มือสองข้างไปวางแล้วทำเสียงแฮ่กแฮ่ก

อืมมม..ไม่พนมมือไหว้แล้วนะกุนนะ  ก๊ากๆๆ ดูน้องกุนทำดิ
"ก็หนูอยากเป็นหมานี่คะแม่ขา..."น้องกุนบอกเพื่อนผม

เด็กหนอเด็กน้อย
ก่อนจะถึงบ้านแวะอีกตลาดนึง เป็นตลาดสดครับ เดินซื้อกับข้าว ฆ่าเวลาตอนฝนตก
เดินไปเจอเด็กเข็นขยะทิ้งในตลาด ผมจำได้ทันที ว่าเป็นลูกศิษย์ของผม แกชื่อเต่า ผมเคยสอนตอนแกอยู่ ป.6 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ผมขอคุยกับเด็ก แต่เจ้าของร้านบอกว่าไม่ได้ ถ้าผมจะคุยต้องจ่ายค่าเสียเวลามา 20 บาท เพราะต้องจ้าง เต่าวันละ 20 บาท
ผมอึ้งไปนิดนึงว่า นี่ค่าจ้างวันละยี่สิบบาทเองหรือ
ผมต้องมีการสัมภาษณ์ยาว เลยพาไปกินข้าวครับ เต่าบอกตอนนี้ไม่มีใครแล้ว เหลือตาอยู่คนเดียว ตาก็ตาบอด ผมรู้สึกสงสารเด็กคนนี้มาก
 แต่การดำเนินชีวิตของใคร ใครจะเลือกเกิดได้ครับ 
ผมอยากจะช่วย   แต่การช่วยเหลือของผมน่ะเหมาะหรือ ผมตอนนี้บ้านจริงๆก็อยู่ที่ปราจีนบุรี
ไม่ได้อยู่ที่ชลบุรี จะไปออกปากให้มาอยู่กับผม คงจะผิดอย่างรุนแรง 
เพราะเท่ากับเราต้องรับผิดชอบอีกหนึ่งชีวิต และจะกลายเป็นภาระของบ้านผมอีกหรือไม่ ผมคิดไปนั่น
ใจจริงอยากช่วยมากๆ อยากไปบ้านเค้า ไปดูซิว่าเค้าขาดเหลืออะไร พูดยังไม่ทันขาดคำ เต่าก็ต้องถูก น้าของเขาที่เอามาช่วยเข็นขยะในตลาดสดเรียกไป
คุยแล้วแต่ยังไม่ได้สอนเลย รีบควักเงินในกระเป๋า มีอยู่ 1500 บาท คิดดูซิครับ ว่าผมจะให้เต่าเท่าไหร่ 
ให้สองร้อยครับ แหม ผมไม่กล้าให้ ห้าร้อยหรอกครับเพราะช่วยได้เท่าที่ช่วยครับ
และคำพูดสุดท้ายที่ฝากเด็กเต่าไว้คือ จงเป็นคนดี แม้ไม่มีทรัพย์นะ ศิษย์ครู
แล้วเต่าก็ขอบคุณและวิ่งไป แต่เรื่องที่ทำให้ผมอึ้งคือ เด็กเต่า วิ่งกลับมากอดครูคนนี้ และบอกว่าผมรักครูครับ ครูเอ๊ะ
จะให้ผมยืนอยู่ได้โดยไม่มีน้ำตาไหลออกมาได้อย่างไร ผมตอบได้เพียง อือม์ เพราะรู้สึกสงสารเด็กเต่า
วันหนึ่งที่แอบไปเที่ยวนี้ได้เจอความแตกต่างของเด็ก อยากให้เรามองเด็กด้วยรักครับ
ไม่ว่าจะมีหรือจน ก็คือศิษย์เราท่าน ทั้งนั้นครับ
ดีใจครับ ที่ได้เป็นครู และได้ใช้คำว่าครูนำหน้า