กลับมานั่งสะสางงานที่ทำงานแล้วครับ เล่นเอาเย็นเมื่อวานกลับบ้านเอาหกโมงเย็นพอดิบพอดี ฮือ ดังนั้นกว่าจะได้ทานข้าวเย็นกันก็เกือบสองทุ่ม สงสารอิลฮามมาก บ่นหิวข้าวหลายชั่วโมง เนื่องจากเมื่อวานก็เป็นวันแรกที่อิลฮามไปโรงเรียน เปิดเทอมปุ๊บก็ขาดไปหนึ่งวันเนื่องจากอาบีย์ไม่อยู่ไปมาเลย์

การสะสางงานรอบนี้ ผมต้องทำในรูปแบบที่ผมไม่ค่อยได้ทำเท่าไรครับ ผมพยายามหลีกเลี่ยงการเชิญอาจารย์มาชี้แจงอะไรต่อมิอาไรที่โต๊ะทำงานผม ผมมักใช้วิธีการตามงานแบบผมไปคุยเอง หรือเจอกันระหว่างทางมากกว่า การเชิญอาจารย์มาคุยที่โต๊ะทำงานผม บรรยากาศมันต่างกัน ส่วนอาจารย์จะเข้ามาคุยเองอันนี้ผมยินดีครับ ซึ่งการเข้ามาไม่ใช่การถูกเชิญเพื่อให้มาคุยในวาระที่เจาะจง

แต่แล้วเมื่อวานเกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่าขึ้นทันทีครับ ผมจำเป็นต้องเชิญอาจารย์ท่านหนึ่งมาคุยอย่างเร่งด่วน ซึ่งความจริงก็ผิดที่ผมละครับ เจอหลายหนแล้ว แต่ลืมคุยเรื่องที่ต้องคุย จนต้องให้หัวหน้าสำนักงานคณะ ติดต่อให้มาคุยกัน

ดังนั้นบรรยากาศห้องทำงานของผมในช่วงบ่ายกลายเป็นห้องดับจิตขึ้นมาทันทีครับ ผมก็ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะไม่ให้ห้องผมเป็นอย่างนั้นครับ ผมพยายามจะบอกอาจารย์ท่านไปว่า ผมไม่ได้เชิญมาสอบสวนนะครับ ผมแค่อยากขอคำแนะนำการทำงานจากอาจารย์เท่านั้นเอง

บรรยากาศดีขึ้นนิดหนึ่งครับ แต่ต้องหยุดการสนทนาเป็นระยะๆ เพราะอาจารย์ท่านขออนุญาตพักการสนทนา เพื่อทำใจ ผมก็ต้องเน้นจุดมุ่งหมายเดิมว่า ไม่ใช่ผมกำลังสอบสวนนะครับ ผมแค่อยากให้ได้ความจริง (ต่างกันหรือเปล่าเนี๊ยะ)

เวลาผ่านไปนานพอสมควรครับสำหรับการสนทนาสองต่อสอง แต่ผมไม่อยากให้การจบสนทนาเป็นแบบไม่สบายใจครับ ดังนั้นก่อนจบการสนทนา สิ่งที่ผมจะต้องทำคือการให้การจบลงด้วยดี แล้วก็อัลฮัมดุลิลลาห์ครับ สบายใจกันทั้งคู่

ต่อมาก็มีอาจารย์อีกท่านเข้ามาขอคำชี้แจง อันนี้คุยลำบากครับ ดีที่หัวหน้าสำนักฯ เข้ามาพอดีเลย เรียกมาให้นั่งร่วมโต๊ะสนทนา ประเด็นนี้หยิบมาคุยทีไรแล้ว เคืองหัวหน้าผมจริงๆ ต่อก่อนไม่ยอมให้เรายุ่ง แต่สุดท้ายทิ้งก้อนขยะให้ผมเช็ดล้างอีก

ปัญหาข้างปีมาสองปีสามปี คนรับจะเคลียร์เรื่องนี้ก็ไปแล้ว ทิ้งให้ผมตามล้าง ดีที่ข้อมูลทั้งหมดหัวหน้าสำนักรับทราบมาตลอด ความจริงเรื่องนี้ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมสั่งไปให้มีการทบทวนมติที่ประชุมกรรมการบริหารคณะใหม่แล้ว

เสร็จจากสองปัญหาแรก ก็คุยต่อกับหัวหน้าสำนักงานคณะต่อ มีอะไรอีกที่จะต้องเคลียร์ก่อนจะหนีจากเก้าอี้นี้ไปไกลๆ

ฮาฮา เรื่องปวดหัวเยอะจริงๆ ยังคิดเล่นๆ ว่า ไม่น่ารีบกลับมาจากมาเลย์เลย รู้ว่ามีเรื่องปวดหัวเยอะๆ อย่างนี้อยู่เก็บข้อมูลต่ออีกสัปดาห์ก็ดี ฮาฮา

ก่อนมาทำงานตอนเช้า ก็ปวดฟัน ดีนะครับช่วงบ่ายกินยาพาราไปสองเม็ด อาการปวดฟันก็หายไปเหลือแต่ปวดหัว เซ็งกับปัญหาที่ทำงานเท่านั้นเอง

ข้อคิดอย่างหนึ่งที่ได้จากวงสนทนาทั้งสามวงคือ ช่องทางการสื่อสารระหว่างอาจารย์ในคณะกับผู้บริหารคณะมีค่อนข้างจำกัดมากๆ และก็พบว่า หลายปัญหามันบ่มมาในสาขาวิชาเป็นระยะเวลาที่นาน มาถึงคณะบางทีก็เป็นเรื่องยากที่จะเยียวยา

ความจริงผมว่า ผมเปิดช่องทางการสื่อสารระหว่างอาจารย์ในคณะกับผมไว้หลายช่องทางครับ แต่อาจารย์มักไม่เลือกใช้ คงต้องฝากคนที่จะมาทำงานต่อไปจากผมละครับว่า เปิดช่องไว้เฉยๆ คงไม่ได้ครับ ผู้บริหารเองจะต้องสื่อสารเชิงรุกไปยังอาจารย์ในสังกัด (แต่เอ๋ ผมก็ทำแล้วนิ)

ฮือ..... จะลุกออกจากตำแหน่งนี้แล้ว มีเรื่องให้สะสางเยอะเหลือเกิน