บนรถยนต์ ที่กำลังแล่นบนทางด่วน ช่วงบ่ายวันหนึ่ง
เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น หยิบขึ้นมาดูเป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่คุ้นเคยและเคารพ ท่านมักจะโทรศัพท์มาสอบถามผมบ่อยๆทุกเรื่องราว ที่เกี่ยวข้องหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง ของสถาบันที่ผมทำงานอยู่
ผมมักให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับผู้ใหญ่ทุกท่านเพื่ออำนวยความสะดวก ในการพูดคุย แลกเปลี่ยนซักถาม โดยผมปราวรณาตัวว่า หากมีประโยชน์ช่วยเหลือผู้ใหญ่ที่ท่านได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจแก้ไขปัญหาประเทศ ก็เหมือนผมได้ช่วยประเทศไปด้วย
ดังนั้นกระเป๋าที่ติดตัวผมในเวลาเดินทางไปไหนก็ตาม ต้องมีเอกสารที่สามารถตอบข้อสงสัยของผู้ใหญ่ทุกท่านได้เป็นอย่างดี
แม้จะสูญเสียความเป็นส่วนตัวบ้าง นับว่าเป็นเรื่องที่ยินดีของผม
-------------------------------
ผมกดรับโทรศัพท์เพื่อไม่ให้ปลายสายเสียเวลารอสายมาก
ผม: สวัสดีครับ ....(ชื่อ)
ผู้ใหญ่ : เออ...นี่ถามหน่อย ว่า......และ......เป็นอย่างไรกัน สถานที่ เวลา เท่าไหร่
ผม(อึ้ง) ไปนิดหน่อย เพราะข้อมูลนี้ไม่ทราบจริงๆ
ผม : อ้อ...ครับ ข้อมูลนี้ผมก็ยังไม่ชัดเจนนะครับ เอาอย่างนี้นะครับ รบกวนท่านรอก่อนนะครับ เดี่ยวผมจะขอติดต่อกับน้องๆที่ทำงานก่อน แล้วผมจะมาบอกรายละเอียดให้นะครับ
ผู้ใหญ่ท่านนั้นวางสายไป
ผมสาละวนโทรศัพท์ถึงน้องที่ทำงานหลายคน น่าจะกำลังยุ่งเพราะไม่รับสาย แต่ก็โทรจนมีน้องอีกคนรับสายก็สอบถามรายละเอียดที่ผมต้องการ น้องที่ทำงานผมก็ช่างน่ารัก เพราะเขากระตือรือร้นที่จะหาคำตอบให้ผมแบบเร่งรีบ และให้ความสำคัญเช่นกัน เป็นเช่นนี้เสมอเวลาผมโทรศัพท์ไปประสานงาน
ผมได้คำตอบที่ชัดเจน
กดโทรศัพท์ไปในทันที...
ปลายสาย ...กดรับ
ผม: สวัสดีครับ ผมเอกนะครับ ตอนนี้ท่านสะดวกคุยไหมครับ?
ผู้ใหญ่: อืม..ว่ามาเลย
ผม : เรื่องที่ท่านถาม ผมได้สอบถามไปยังน้องที่ทำงานแล้วครับ เป็นแบบนี้ครับ........
ผู้ใหญ่ : ขอบคุณมากนะ อ้อ...เมื่อวานมีใครถ่ายรูป อ.หมอประเวศ ไว้บ้าง เอาส่งมาให้หน่อยซิ จะเขียนบทความลงหนังสือ เอาซักสองรูปนะ ขอส่งทางอีเมลไม่เกินเย็นนี้ เพราะต้องส่งต้นฉบับแล้ว
ผม : ครับๆ ผมถ่ายไว้ครับ ผมจะหาให้นะครับ ไม่แน่ใจว่าอยู่ในเครื่อง(โน็ตบุ้ค)หรือเปล่า
ผมอึ้งอีกครั้ง จริงๆผมชอบถ่ายรูปและก็ถ่ายภาพ อ.หมอประเวศที่ท่านบรรยายเมื่อวานไว้ด้วย แต่ตอนนี้ผมอยู่ในระหว่างเดินทาง บนรถ ด้วยความกังวลผมรีบคว้าโน็ตบุ้คเปิดดูรูปทั้งๆที่รถวิ่งไปข้างหน้า ถ้าหากผมได้โหลดไว้ ผมก็เตรียมมือถือไว้ต่อ GPRS เพื่อส่งรูปไปให้ท่านในทันที...ตามประสงค์
ปรากฏว่าผมยังไม่ได้โหลดรูป !!!
เพราะเพิ่งถ่ายเสร็จเมื่อวานเย็นเอง...ยังไม่ได้จัดการโหลดกล้องตัวนั้นก็ไม่ได้ติดตัวมา...เอาละว้าาา... ทำยังไงดี คิดๆ
ตั้งหลัก...ผมจัดการโทรศัพท์ไป สามจุดเป้าหมาย
ท่านที่ ๑ เป็นน้องสาวอีกท่านที่สำนักงาน ...ปรากฏว่าน้องสาวไม่ได้ถ่าย เพราะมั่นใจว่า"ผม"พี่เอกถ่ายอยู่แล้ว -- ---> ผ่านไปหนึ่งคน
ท่านที่ ๒ โทรไปที่ผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งเพราะผมเห็นท่านถ่ายรูปในห้อง เผื่อท่านจะมี ...โทรไปแล้วท่านไม่รับสาย ท่านคงพักผ่อน เกรงใจจัง
ท่านที่ ๓ โทรไปอีกท่านหนึ่ง มั่นใจว่าท่านผู้ใหญ่ท่านนี้ต้องมีแน่ๆ เพราะผมเห็นท่านถ่ายรูปเหมือนกัน และกล้องท่านเป็นกล้องขนาดใหญ่ใหญ่ ภาพต้องสวยแน่ๆ...
ปรากฏว่าท่านไม่รับสาย ท่านผู้นี้เป็นนักธุรกิจ เข้าใจว่าท่านคงมีธุระ แต่ก็คิดในใจว่าสักพักท่านคงโทรกลับมา
จริงๆผมอยากได้รูปของผู้ใหญ่ท่านที่ ๓ มากครับ เพราะท่านใช้กล้องใหญ่ เข้าใจว่า ภาพที่ออกมาน่าจะละเอียด คมสวย และดีพอที่จะใช้ประกอบงานเขียนของผู้ใหญ่ท่านที่ร้องขอมาท่านแรกได้
------------------------------------------------------
เวลาผ่านไป...ท่านที่ ๓ โทรกลับ เสียงท่านเฮฮามาก ท่านบอกกับผมว่ากำลังเดินทางไปเชียงใหม่ ด้วยรถยนต์ พร้อมคุยเรื่องสนุกให้ฟัง (ผมคิดในใจว่า สงสัยเรื่องขอรูปคงแห้วเสียแล้ว)
คุยไปได้พักใหญ่ ผมบอกวัตถุประสงค์เรื่องขอรูปที่ท่านถ่าย ปรากฏว่าท่านยินดีแต่ขอให้ถึงเชียงใหม่คืนนี้ดึกๆก่อน เพราะจะต่อสัญญาณเน็ทได้ และพร้อมจะส่งให้ทันที พร้อมกับบอกว่าให้ผู้ใหญ่ท่านที่ขอ ติดต่อกับท่านโดยตรงก็ได้ ท่านยินดี
ผมรีบขอบคุณท่านมาก ไม่กล้าคุยนานกลัวท่านเสียเวลา และเสียสมาธิในการขับรถ...วางหูไป
ด้วยความดีใจ ผมรีบกดโทรศัพท์ไปถึงผู้ใหญ่ที่ขอรูป...
ผม: สวัสดีครับ ผมเอกครับ เรื่องรูป ผมโทรศัพท์ประสานให้ พี่....(ชื่อผู้ใหญ่ท่านที่ ๓) ส่งไปให้นะครับ แต่อาจดึกหน่อยครับ เพราะท่านกำลังเดินทางไปเชียงใหม่
ผู้ใหญ่: ไม่ได้นะ...ไม่ได้ เพราะต้องส่งต้นฉบับเย็นนี้เเล้ว ไม่ทันหรอก!!!
นี่...ทางหลักสูตรเขาไม่ถ่ายไว้เหรอ ไปเที่ยวโทรขอคนนู้น ที คนนี้ที วุ่นวายไปหมด(น้ำเสียงกระแทกแบบไม่สบอารมณ์)
ผม: อือ เอ้า...
ผมมัวแต่อือ อา ว่าจะบอกเหตุผล...แต่ท่านวางสายไปก่อน
เสียงตำหนิผ่านโทรศัพท์ ทำให้ผมห่อเหี่ยวใจพอสมควร ยอมรับว่าเสียใจบ้างเหมือนกัน อาการลิงโลดที่ได้ออกเดินทางไปพักผ่อนเพื่อเขียนงานต่างจังหวัดของผมก่อนขึ้นรถ ดูเหมือนจืดๆจางๆ
แม้การตำหนิของท่านเป็นการตำหนิแบบผู้ใหญ่ ผมก็ยังรักเเละเคารพท่านเสมอ...ผมต้องขออภัยในความไม่สะดวกทั้งมวล โอกาสหน้าผมจะขอแก้ตัวใหม่นะครับ
ผมใช้เวลาทั้งกระบวนการนี้ติดต่อประสานงานนี้ร่วมชั่วโมง...
สุดท้ายการสื่อสารที่ผมไม่สามารถอธิบายความผิดพลาดครั้งนี้ได้ เพราะการสื่อสารน้อยไป หรือสาเหตุใดก็ตาม ผมเองคิดว่าไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการเขียนบทความของท่านครั้งนี้เลย แต่ทุกครั้งที่ท่านร้องขอมา ไม่ว่าผู้ใหญ่ท่านไหนก็ตาม ผมตั้งใจทำให้เต็มที่ แทบจะผละงานที่ทำอยู่ เพื่อให้กิจของท่านลุล่วงไปด้วยดี
คิดไปยิ้มไป....(อาจจะยิ้มแห้งๆไปบ้าง) ทบทวนดูความผิดพลาดของตัวเองหลายอย่าง แต่ก็ถือว่าผมโชคดีครับ ที่ได้เรียนรู้ผ่านอารมณ์ที่ปะทะ หากอยู่ ได้ หากยิ้มสู้ แปรอารมณ์ไม่พึงประสงค์เป็นบทเรียน เรียนรู้ขัดเกลาจิตวิญญาณให้ยกระดับขึ้นได้ ...งานนี้ผมชนะ
เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาสดชื่นเหมือนเคยครับ... และวันนี้เดินทางต่อครับ
จุดหมายผมอยู่ที่ชายแดนไทย พม่า รีสอร์ทเล็กๆขอนั่งสงบ ผ่อนคลายในบรรยากาศส่วนตัว เขียนงานที่หอบมาจาก กรุงเทพฯ ตั้งใจว่าใช้เวลาสักสองวันก็จะเดินทางกลับ กทม.ในทันที
----------------------------------------------------------------------------
ตั้งใจบันทึกไว้สอนตัวเอง เรื่องราวการเป็นไปของคนก็เป็นเช่นนี้เอง เรื่องทุกเรื่องกอรปไปด้วยเหตุ ด้วยผล หากเราใจเย็นลงสักนิด พินิจ พิเคราะห์ ใคร่ครวญ เราก็จะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่มากมาย...หากใจไม่เบา ก็ทำร้ายความรู้สึกตัวเองร่ำไป
คำพูดไม่ดีบั่นทอนกำลังใจ ผู้รับสารมาก
เหมือนมีดที่กรีดลงบนหิน แม้ไม่บาดลึกแต่ก็เป็นรอยขีดข่วน ใช้เวลานานมากที่จะลบเลือนรอยนั้น
สำหรับตัวเองไม่เป็นไร เพราะสร้างภูมิคุ้มกันไว้ แขวนลอยความรู้สึกนี้ไว้แล้ว แต่ผู้คนอีกมากมาย ที่ยังกระทบร้อนกระทบเย็น ...เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน พึงปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก และเอื้ออาทรกันด้วยท่าทีและมิตรไมตรีกันเถอะครับ
ความจริงใจ และ ปราถนาดี บางครั้งทำให้เราเหนื่อย กาย และ ใจ แต่ถ้าตั้งรับได้ และ มีความมั่นคงมางอารมณ์ และ ทำใจกับปุถุชนซึ่งแตกต่างกัน ( Individually differences ) ก็จะกู้สภาพจิตใจคืนได้ไม่ยาก เป็นกำลังใจให้กับ พลังที่คุณเอกมีอยู่เต็มเปี่ยมนะคะ
สวัสดีครับ คุณเอก :)
ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร เพราะผมก็เป็นบ่อยครับ
กับ "คำพูดไม่ดีบั่นทอนกำลังใจ ผู้รับสารมาก"
บางทีก็ไม่อยากเข้าใกล้คนนั้นอีกเลย หากทำงานที่เดียวกัน (ด้วยความรำคาญใจ และฝากไว้ก่อน อิ อิ)
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากบันทึกนี้ กลับเป็น ...
"กระบวนการทำงานที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นฐาน" ครับ
สอนเด็กยังไงดีหนอ จะทำให้เขาทำงานได้เหมือนคุณเอก
คิด คิด คิด อยู่เลยครับ
ขอบคุณครับ ... คนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจคนวัยทอง อิ อิ :)
สวัสดีเจ้าค่ะ พี่เอก
หล่อ เท่ห์ มีน้ำใจ ตกน้ำไม่ไหว(ถ้าตื้น) ตกไฟไม่ไหม้ (ถ้าดับ) เชื่อน้องจิ หายากแบบนี้ เก็บแน่นๆนะพี่ คิดถึงๆๆ เที่ยวให้สนุกเด้อ รักษาสุขภาพด้วยจ๊ะ กอดๆๆ...หนูจิ
สวัสดีค่ะคุณเอก จตุพร
สวัสดีค่ะคุณอาเอกคะ
ตะลอนไปในสายลมห่มเวิ้งฟ้า
กับสองขาก้าวย่างบนทางฝัน
ขาที่ลากคืบคลานผ่านคืนวัน
มือที่ฟันฝ่าหนามแหลมแต้มน้ำตา
มีดอกไม้ข้างทางต่างยิ้มให้
มีร่มไม้อาทรผ่อนเหนื่อยล้า
มีหัวใจดวงนี้ที่ศรัทธา
มีกอหญ้ากอดนอนนับดาวราย
ตะลอนไปด้วยหวังที่ตั้งมั่น
กับบางวันปวดร้าวระโหยหาย
มีสุขทุกข์คลุกเคล้าเข้าท้าทาย
เพลียแรงกายหากแรงใจไม่เคยรา
วันนี้ฉันจะทนไม่บ่นท้อ
พรุ่งนี้ฉันคงพอยิ้มให้หล้า
วันหนึ่งอาจสมหวังสักครั้งครา
ที่ก้าวมาบนทางนี้ที่เลือกเอง
มาถึง จุดหมายในบ่ายวันฟ้าสวย นั่งลงเปิดโน็ตบุ้ค เห็นข้อคิดเห็นที่ให้กำลังใจจากกัลยาณมิตรมากมาย...มีความสุขครับ
นี่หละน้อ...กำลังใจสำคัญจริงๆ อาจจับต้องไม่ได้ในรูปรรม แต่จิตใจผมก็เต็มตื้นไปหมด
บทเรียนที่ผ่านวัน ผ่านคืน สอนให้เรากล้าแกร่งขึ้น เรายินดีที่จะเรียนรู้ในทุกลีลาของชีวิต มองหาแง่มุมที่ทำให้เกิดความสมานฉันท์...มุมที่ทำให้ผู้คนยิ้มได้ มีเสียงหัวเราะ..
วันนี้ผมมีโอกาสเดินจากรถ ไปถ่ายดอกไม้ข้างทาง ระหว่างเดินทาง ดอกไม้เบ่งบานสะพรั่งเต็มไปหมด งดงามมาก...
หากใจสงบ ใจเราผ่อนคลาย เราก็จะมองเห็นโลกในมุมสวย กว่าที่ตาเราเห็น
....
ผมจะนำเรื่องราวจาก อำเภอเล็กๆที่ผมพำนักอยู่นี้ มาเล่าอีกครั้งในบันทึกต่อๆไปของกระผมครับ
ขอบคุณทุกท่าน จากใจจริงของผมครับ
เอก
สวัสดีครับพี่ เอื้องแซะ
เมื่อวานผมร่วมเดินทางไปกับเพื่อนร่วมทางคนหนึ่ง เขาบอกว่า ดูผมใจเย็นมากๆเลย ผมก็คิดว่า ผมใจเย็นมากขึ้น เพราะเราคิดใคร่ครวญมากขึ้นนั่นเอง...ผมมองว่า โทสะ ทำให้เราและคนที่ไปกระแทกเขา ทุกข์ด้วยกันทั้งคู่
ไม่ว่าอารมณ์ไหนผมทำได้เพียงแต่ "ยิ้ม" เท่านั้นหละครับ
flora ต้องขอบคุณครับ สำหรับกำลังใจ เรื่องราวที่นำมาเขียน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อ่าน มองว่าถึงแม้เป็นเรื่องราวเล็กๆที่เป็นเศษอารมณ์หากเราจัดการไม่ได้ก็ทุกข์นะครับ เราจัดการได้เราก็ชนะ เราก็สุข
ให้กำลังใจกลับคืนเช่นกันนะครับ
อ.Wasawat Deemarn
อาจารย์เหมือนกัลยาณมิตรที่มาเคาะประตูบ้านเวลาพลังชีวิตลดระดับลงนะครับ...ไม่เป็นไรครับ เป็นบทเรียนที่ดี ผมเองก็ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น แก้ไข ระวังให้ไม่มีการพลาดในครั้งต่อๆไป
ให้กำลังใจกันและกันครับ...
โก๊ะจิจัง แซ่เฮ~natadee ที่สุดในแก๊ง ขอบคุณน้องจิมากครับ ...ให้กำลังใจน้องเช่นกันครับ
คุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน ผมคิดว่าผมเติบโตมากขึ้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กๆก็จริงแต่มีความสำคัญ ถือโอกาสนำเรื่องนี้เป็นปุ๋ยอารมณ์ครับ สร้างสิ่งดีๆจากบทเรียนนี้ สู้ต่อไป
ขอบคุณครับครูครับ
<< lovefull >> ผมเองก็สังเกตอารมณ์ของตนเองครับ ไม่ได้กดเก็บไว้ อารมณ์จริง ณ ตอนนั้นเป็นยังไง ผมมีกระบวนการออกจากอารมณ์นั้นอย่างไร
พัฒนาการที่ดีก็คือ จับอารมณ์และมีสติอย่างรวดเร็วครับ
ต้องขอบคุณมากๆครับ สำหรับ ข้อคิดเห็นที่ห่วงใยครับ
พี่ ศน.ลำดวน เป็นบทเรียนเล็กๆในหลายๆบทเรียนระหว่างวัน...ดีครับ ไม่เจอก็ไม่ได้พัฒนาตัวเอง
พี่วัชรา ทองหยอด
คนเรามีภูมิคุ้มกันที่ต่างกัน ปิยะวาจา สำคัญมาก ผมคิดว่าเรื่องเล็กๆที่บางทีเราเพิกเฉย มีผลอย่างมากกับความสัมพันธ์
ขอบคุณครับพี่ครับ
คุณปิติสุข
ขอบคุณบทกวี กำลังใจมากครับ...
อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลยครับ
อ้อยควั้น
พี่อ้อยครับ ไม่คิดมากหรอกครับ ที่ตัดสินใจเขียนบันทึกนี้มา เพื่อให้ทุกท่านได้ร่วมเรียนรู้อารมณ์ และการจัดการอารมณ์ น่าจะเกิดประโยชน์แก่ทุกท่านไปด้วย
ผมหวังให้เราลดความขัดเเย้ง โดยวิธิคิด และการปฏิบัติต่อกัน
ขอบคุณครับพี่ครับ
สวัสดีค่ะ พี่เอก
~ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ เชื่อว่าพี่เอกจะผ่านมันไปด้วยดี
รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องเอก
ไม่มีใครผิด แต่ในสังคมนี้ บ้านเมืองนี้ ผู้ใหญ่ต่างหาก..ผิดผิด ดังที่เห็นเป็นตัวอย่าง ด้วยประการฉะนี้
บางอย่าง ก็เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว หรือเตรียมใจ
บางอย่าง ก็ไม่เข้าใจ
บางอย่างก็มีเหตุผลในตัวเอง
ยิ้มไว้นะคะ..........ในเมื่อเจตนาดี....สิ่งดีๆจะต้องมีแน่นอน
ชีวิต...อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
แต่อะไรๆ..หลายสิ่งที่ได้สัมผัส ได้เรียนรู้...ได้เข้าใจ
นั่คือ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่........
ยิ้มไว้นะคะ.........
มีกำลังใจดีๆ....ปลอดภัยในทุกเส้นทาง...นะคะ
ชอบกล้วยไม้ค่ะ...เอากล้วยไม้มาฝากค่ะ
ยิ้มไว้นะคะ..........ในเมื่อเจตนาดี....สิ่งดีๆจะต้องมีแน่นอน
ชีวิต...อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป
แต่อะไรๆ..หลายสิ่งที่ได้สัมผัส ได้เรียนรู้...ได้เข้าใจ
นั่นคือ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่........
เขียนตก น ไปค่ะ...เลยมาแก้ไขค่ะ
มาแล้ว เอาดอกไม้มาฝากอีก.ชนิดละกันค่ะ
มีกำลังใจดีๆ นะคะ
สวัสดีครับ น้องสาว kittyjump~เลขา~natadee
ผ่านไปด้วยดีอยู่แล้ว ...พอดีผมอยากบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
หากเราลดความเป็นตัวตนลงได้ ความสมานฉันท์ก็เกิดขึ้น
การได้ศึกษาในทางที่ถูกต้อง แล้วน้อมนำมาปฏิบัตินั้นก็เพื่อขัดเกลาตัวเอง (โลภะ โทสะ โมหะ ) ถ้าศึกษาแล้วไม่นำมาปฏิบัติ ก็หาเกิดประโยชน์อันใดไม่ การได้ขัดเกลาไปเรื่อยๆจะรู้สภาวะของจิต ว่าขณะนี้จิตเป็นกุศล หรือ อกุศล เรื่องของจิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้ามีสติอยู่ตลอดเวลา จะรู้เท่าทันอารมณ์และจิตของตัวเอง (ฝนทั่งไปเรื่อยๆ ก็จะได้เข็มที่แหลมคม) สร้างพลังใจให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้มีพลังชีวิต ที่จะต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้ สิ่งที่เข้ามากระทบเหมือนพงหนาม ที่มีทั้งอันเล็กๆ จนถึงใหญ่มากๆ ถ้าเดินผ่านพงหนามเหล่านี้ไปได้ ชนิดไม่มีเลือดออก หรือรอยขีดข่วน หนทางข้างหน้า คือหนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ (คนทีไม่ได้ขัดเกลาจิต นั่นคือ ยังไม่มีเหตุ-ปัจจัย ให้ได้พบ ปุพเพกตบุญญตา ก็ยากอยู่เหมือนกันที่จะให้เขาน้อมนำมาปฏิบัติ)