ศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติ

  การปฏิรูปการเรียนรู้โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติเป็นแหล่งเรียนรู้  

ถึงวันนี้ท่านผู้บริหารและครูผู้สอนทุกท่านคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมครับว่า "เราต้องปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน" เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการสังเกต ทดลอง ลงมือปฏิบัติจริงควบคู่ไปกับการเรียนหลักการหรือทฤษฎี

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือการจัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ตามธรรมชาติ สนองแนวพระราชดำริ "เศรษฐกิจพอเพียง" บนเนื้อที่ 16 ไร่ ของโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 7 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับช่างแสง เยื้องโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช ห่างจากถนนสายเอเซียประมาณ 80 เมตร

การจัดพื้นที่ใช้สอยภายในเนื้อที่ 16 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ สวนเกษตรประมาณ 8 ไร่ บ่อเลี้ยงปลา 2 ไร่ สนามหญ้า 4 ไร่ และพื้นที่ปลูกสร้างอาคารประมาณ 2 ไร่
ซึ่งศูนย์แห่งนี้เป็น "สวนพฤษศาสตร์โรงเรียน" ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วย

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายในศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ โรงเรียนได้จัดตารางการใช้ศูนย์ฯโดยมอบหมายให้ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะบูรณาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับ ทุกช่วงชั้น  ซึ่งในแต่ละสัปดาห์นักเรียนจะมีโอกาสไปศึกษาศูนย์แห่งนี้ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยมีรถบัสของโรงเรียนรับ-ส่ง  ใช้เวลาศึกษา เรียนรู้ประมาณ 2 ชั่วโมง/ครั้ง

ผลดีจากการเรียนในศูนย์การเรียนรู้
จากการสังเกตและสอบถามนักเรียนพบว่า
1. นักเรียนมีความกระตือรือร้น สนใจในการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายในศูนย์ เช่น ต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ (ตามรายละเอียดข้อมูลพรรณไม้ที่อยู่ภายในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน)
2. นักเรียนได้เรียนรู้จากการสังเกต ทดลอง และลงมือปฏิบัติจริงตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูกำหนด
3. ครูผู้สอนแต่ละคนมีโอกาสจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การบูรณาการสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ศิลปะ ฯลฯ
4. นักเรียนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ร่มรื่น สวยงาม และมีอากาศดี

ผลพลอยได้จากการจัดศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติ สนองแนวพระราชดำริ "เศรษฐกิจพอเพียง"
1. โรงเรียนมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจหรือการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
2. ผลผลิตจากสวน เช่น ผลไม้ตามฤดูกาล ไม้ดอก ไม้ ประดับ สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์แก่นักเรียน  เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ  และยังสามารถจัดจำหน่ายได้ด้วย
3. เศษอาหารที่เหลือจากการบริโภคภายในโรงเรียนสามารถนำไปเลี้ยง หมู เป็ด ไก่ หรือปลาในศูนย์ฯ  เป็นการ Re-used
4. ผู้ปกครองและชุมชนได้ใช้เป็นสถานที่ฝึกอาชีพ เช่น การทำปุ๋ย EM เป็นต้น


ข้อจำกัดของการนำนักเรียนไปศึกษาเรียนรู้ที่แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน
1. ต้องมีรถรับ-ส่งนักเรียน และมีค่าใช้จ่ายค่านำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
2. ครูจะต้องมีการเตรียมการวางแผน จัดเตรียมข้อมูล  ใบงานให้พร้อมเป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะนำนักเรียนไป
3. การนำนักเรียนไปแต่ละครั้งจะต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางหรืออุบัติเหตุต่างๆ จึงต้องจัดครูดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด

ท่านใดสนใจสามารถตามไปดูได้ที่ศูนย์การเรียนรู้ตามธรรมชาติฯ โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลี่ยนเรียนรู้KM

คำสำคัญ (Tags)#uncategorized

หมายเลขบันทึก: 2173, เขียน: 06 Aug 2005 @ 15:07, แก้ไข, 07 Jun 2012 @ 22:07, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (3)

วิจารณ์
IP: xxx.57.160.158
เขียนเมื่อ 06 Aug 2005 @ 19:17
ลองเอาความรู้ที่นักเรียนรวบรวมจากการไปเรียนรู้ที่สวนพฤกษศาสตร์นี้มาลงเป็นตัวอย่างได้ไหมครับ    เขียนตามถ้อยคำของนักเรียนเอง   ขอตัวอย่าง ๑ คนก็พอ
ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ
IP: xxx.170.226.19
เขียนเมื่อ 31 Oct 2005 @ 14:56

จากความเห็นของคุณหมอวิจารณ์ที่กรุณาส่งมาและขอให้เอาความรู้ที่นักเรียนรวบรวมจากการไปเรียนรู้ที่สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาลงเป็นตัวอย่าง  บังเอิญผมได้อ่านบันทึกของนักเรียนคนหนึ่ง ชื่อเด็กหญิงพิชชาภา  นันทเศรษฐ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เธอบันทึกไว้ว่า...

"หนูรู้สึกว่าสวนพฤกษศาสตร์ คือบ้านของหนู หนูคิดว่าระหว่างโรงเรียนและสวนพฤกษศาสตร์มีความสำคัญต่อหนู โรงเรียนคือที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในด้านวิชาการต่างๆ ส่วนสวนพฤกษศาสตร์ ให้ความรู้ในเรื่องของพืชพรรณไม้ต่างๆมากมาย ซึ่งบางชนิดช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บและมีรสชาติอร่อยอีกด้วย"

(ที่มา : เอกสารการประชุมวิชาการจัดการความรู้ ครั้งที่ 19
หน้า 7)

ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ
IP: xxx.170.226.19
เขียนเมื่อ 31 Oct 2005 @ 14:57

จากความเห็นของคุณหมอวิจารณ์ที่กรุณาส่งมาและขอให้เอาความรู้ที่นักเรียนรวบรวมจากการไปเรียนรู้ที่สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนมาลงเป็นตัวอย่าง  บังเอิญผมได้อ่านบันทึกของนักเรียนคนหนึ่ง ชื่อเด็กหญิงพิชชาภา  นันทเศรษฐ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เธอบันทึกไว้ว่า...

"หนูรู้สึกว่าสวนพฤกษศาสตร์ คือบ้านของหนู หนูคิดว่าระหว่างโรงเรียนและสวนพฤกษศาสตร์มีความสำคัญต่อหนู โรงเรียนคือที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในด้านวิชาการต่างๆ ส่วนสวนพฤกษศาสตร์ ให้ความรู้ในเรื่องของพืชพรรณไม้ต่างๆมากมาย ซึ่งบางชนิดช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บและมีรสชาติอร่อยอีกด้วย"

(ที่มา : เอกสารการประชุมวิชาการจัดการความรู้ ครั้งที่ 19 หน้า 7)