ทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด แม้จะออกจากใจบริสุทธิ์และกายที่แสนจะระเริง แต่เมื่อได้มีโอกาสปล่อยวางและปลดล็อคลมหายใจบ้าง ก็ให้ความรู้สึกเบา โล่ง สบายอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ

 

 

 

หลังจากความวุ่นวายตลอดสัปดาห์ ที่บรรยายแทบไม่ถูก

      * เช้าเคลียร์งาน แพ็คของ จัดการฝากฝังลูกสาวสุดที่รักกับข้างบ้าน

      * สาย ๆ ไปรับน้องสาวที่สนามบินดอนเมือง ไปเยี่ยมญาติที่อยุธยา

      * บ่ายไปพบผู้ใหญ่ใจดีที่สั่งนักสั่งหนาว่าต้องไปพบให้ได้ ด้วยความระลึกถึง

      * หลังจากได้คำอวยพรหอบใหญ่ พร้อมแผ่นทองศิริมงคล เย็นนั้นก็ขับรถกลับบ้านที่สุราษฎร์ธานี 

      * ตื่นเช้ามาพาคุณยายไปหาหมอประจำ

      * สาย ๆ ไปนั่งเมาท์ตามนัดกับเพื่อน ๆ

      * เย็นพาคุณแม่ไปหาหมอเส้นเอ็น แล้วช๊อปปิ้งของใช้ที่จำเป็นเข้าบ้านเต็มอัตรา พอใช้ไปอีกกว่า 1 เดือน   

      * ไปร่วมการชุมนุมของ พธม.สุราษฎร์ธานี จนถึงตี 2

      * ตื่นสายโด่งเพราะคุณแม่ขอร้องให้ตื่น และสัญญาว่าทานข้าวเสร็จแล้วจะอนุญาตให้นอนต่อ (หุ..หุ..)

      * เป็นลูกมือคุณแม่และคุณยาย ทำกับข้าวเมนูเทพทั้งหลาย เช่น น้ำพริกมะขาม หอยจ้อ ปอเปี๊ยะทรงเครื่อง หมูผัดกะปิ

      * ขัดล้างอุปกรณ์ทำครัวทั้งหมด

      * ขัดพื้นครัว

      * อาบน้ำหมา

      * ถูบ้านด้วยการลงน้ำยาขัดครั้งใหญ่ 3 รอบ

      * ถอดพัดลมทุกตัวไปเช็ดล้าง

      * ขับรถพาคุณยายไปเยี่ยม (โม้) กับญาติ ๆ

      * ขับรถพาคุณแม่นำกับข้าวไปให้ป้า ซื้อของใช้ที่ต้องการ  เหล่เครื่องซักผ้าใหม่  มอเตอร์ไซค์คันใหม่

      * นำรถไปเช็คสภาพ

      * ขับรถไปส่งน้องสาวที่ จ.ภูเก็ต

      * ฯลฯ

      เย็นวันหนึ่งหลังเสร็จภารกิจต่าง ๆ แล้ว ก็มานั่งลอยชาย อยู่ปลายท่าน้ำ ที่เป็นทั้งสนามเด็กเล่น และโต๊ะกินข้าว และห้องประชุมของครอบครัวครูปูตั้งแต่เด็ก ๆ

               

                              หากมีเรือจ้างมาแบบนี้มาต้องหยุดคุยโทรศัพท์ซักครู่

               

                                           ...ทุกอย่างมาแล้วก็ไป ในไม่ช้า... 

                 

                                                            มองไปทางซ้าย  

                        

                                                          มองไปทางขวา     

              

                                                              เงยหน้า

 

              

                                                                                   แหงนอีก

 

               

                                                           เมื่อยแล้วนะ

 

                

                                                         นอนดูเลยดีกว่า

 

               

                                                คิดถึง ดร.บัญชา ขึ้นมาเลย

 

               

                                      ...อยู่ดี ๆ ฟ้าก็มืดมัวหม่น  เมฆฝนครึ้มดำ...

 

 

                                   ฤ เค้าจะสอนเราเป็นนัย ๆ ว่าไม่มีอะไรยั่งยืนน๊อ

 

 

        ทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด แม้จะออกจากใจบริสุทธิ์และกายที่แสนจะระเริง แต่เมื่อได้มีโอกาสปล่อยวางและปลดล็อคลมหายใจบ้าง ก็ให้ความรู้สึกเบา โล่ง สบายอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ

         กลิ้งไปกลิ้งมา ก็หันไปเจอดงโป๊ยเซียน ไม้โปรดของหม่อมแม่เข้าอีก

                           

                             

                               แถมยังมีโอกาสได้เห็นตัวเองจากมุมนี้อีกด้วยนะคะ