ความคิดเช่นนี้ฉันไม่สามารถบอกได้ว่าเข้ามาอยู่ในวังวนแห่งความคิดของฉันได้อย่างไรและเข้ามาฝังตัวตั้งแต่เมื่อไร

 

http://www.ktc.co.th/ktcworld/data/uploadimage/20071114-0725361.jpg

เพราะรักนี้มิอาจลืม

 

            ขอโทษ

            มีเสียงเบา ๆ ปนเศร้าสำนึกผิดดังอยู่ใกล้ฉันมากประกอบกับมีเสียงเรียกของลูก ๆ ฉันจึงพยายามลืมตาอันแสนอ่อนล้าและเกรอะกรังไปด้วยขี้ตาอย่างยากลำบาก เมื่อเห็นภาพที่อยู่ด้านหน้า เขาอุ้มลูกคนโตของฉันไว้อย่างทะนุถนอม ฉันก็ปลื้มใจ ลืมความเจ็บปวด ความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน ส่งสายตาขอบคุณและอโหสิกรรมไปยังเจ้าของเสียง หลับตาลงช้า ๆ ไม่มีความกังวลเหลืออยู่แม้น้อยนิด ฉันได้ทำหน้าที่ของฉันสมบูรณ์แล้ว

 

            น้องจ๋า....มานี่ซิลูก...มาหาแม่มา

            ฉันหันกลับไปดูตามเสียงเรียก โอ้แม่กลับมาแล้ว ฉันรีบทิ้งของเล่นวิ่งอย่างเร็วโผเข้าหาอ้อมกอดของแม่ แม่กอดฉันไว้แน่น แม่บอกว่าปีนี้ฉันโตขึ้น น้ำหนักมากขึ้น แต่แม่ก็อุ้มฉันได้เหมือนเดิมโดยไม่มีเสียงบ่นว่าหนักแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่แม่กลับจากทำงานจะกอดฉันไว้แน่น เปรียบเหมือนเป็นของรักของหวงไม่อยากให้ฉันจากไปไหนไกล ๆ ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น ฉันได้แต่กระซิบและแสดงท่าทางกอดตอบแม่เพื่อบอกแม่ว่าฉันรักแม่ที่สุด

            บ้านของแม่เป็นบ้านหลังใหญ่เท่า ๆ กับบ้านหลังอื่นในย่านนี้ มีคนเดินผ่านไปมาตลอดเวลา เมื่อฉันวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้านจะมีคนทักทายและคุยกับฉันเกือบทั้งวัน บางครั้งฉันก็จะส่งเสียงทักทายเขาก่อน ฉันจึงไม่เหงาแม้ว่าแม่จะไม่อยู่

            ตอนเย็นของทุกวันเมื่อแม่กลับจากทำงาน และขับรถเก็บในโรงรถแล้ว แม่จะพาฉันไปเดินเล่นที่สนามหน้าหมู่บ้าน ฉันจะตื่นเต้นทุกครั้ง เพราะจะได้เห็นบ้านหลังอื่นที่ใหญ่โตแต่บางหลังเล็กกว่าบ้านของแม่ ได้เล่นกับเพื่อน ๆ ได้กินขนมอร่อย ๆ ได้พบกับผู้คนมากมาย และที่สำคัญทุกคนจะใจดีมีมิตรภาพและชมว่าฉันน่ารัก

            โลกนี้ในชีวิตฉันช่างงดงามและอะไรก็ง่ายเหลือเกิน จนทำให้ฉันคิดว่าฉันสามารถยืนด้วยตัวฉันเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้คนอื่นใดก็ได้ ความคิดเช่นนี้ฉันไม่สามารถบอกได้ว่าเข้ามาอยู่ในวังวนแห่งความคิดของฉันได้อย่างไรและเข้ามาฝังตัวตั้งแต่เมื่อไร

            ความคิดนี้ทำให้ฉันดิ้นรนหาความเป็นอิสระ คิดว่าสามารถหาความสุขให้กับตัวเองอย่างที่ไม่มีใครมาจำกัดขอบเขตได้อย่างสบาย เพราะทุกคนที่รายรอบตัวฉันดีกับฉันทุกคน สามารถหาสิ่งที่ฉันต้องการมามอบให้ฉันได้ถูกโดยที่ฉันไม่ต้องร้องขอ...หนี!!! คือคำตอบสุดท้ายที่ฉันคิดได้ในขณะนั้น

            แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ฉันต้องจดจำไปตลอดชีวิตก็ได้เกิดขึ้น โดยที่ฉันไม่สามารถจะแก้ไขหรือขอโทษใครได้แม้แต่แม่ของฉัน เพราะเป็นความคิดจากผู้โง่เง่าแต่แสนเย่อหยิ่งในตัวเอง ที่คิดว่าทุกคนต้องยอมก้มหัวให้ และเฝ้าแต่ยกย่องชมเชยโดยมิรู้จบ มาถึงบัดนี้ฉันจึงรู้ว่าฉันมีแต่สมองที่โง่เง่า...แม่จ๋า...ลูกฝากคำขอโทษมากับลิขิตนี้ ยกโทษให้ลูกด้วย

                                                                         โปรดติดตามตอนต่อไป

                                                                                    สวัสดีครับ