กิจกรรมวันนี้ได้ฝึกทั้งการเป็น “คุณอำนวย” “คุณกิจ” และ “คุณลิขิต” ฝีกการฟังอย่างตั้งใจ ฟังให้ได้ยิน การซักถามเชิงสร้างสรรค์ และการจดบันทึก

ตอน 1

เราเริ่มต้นเช้าวันที่สองด้วยกิจกรรม check in โดยให้ ผู้เข้าร่วม ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวันแรกคนละหนึ่งวลี  

  • กระบวนการและเครื่องมือจัดการความรู้
  • รู้จักเครื่องมือ BAR ฝึกฟัง-พูด
  • รู้จักและประยุกต์การจัดการความรู้ในวิถีชีวิต
  • บทบาทที่ต้องแสดงในแต่ละวัน
  • ฟังด้วยสมาธิ
  • การเป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี
  • การฟังอย่างตั้งใจ มี eye contact
  • การฟัง การให้ ความอดทน และการยอมรับในความคิดเห็นคนอื่น
  • การฟัง การคิดวิเคราะห์ การรู้จักให้ความรัก
  • ได้ฝึกฟัง ดู คิด และพูด
  • การพูดคุยที่ไม่มีทิศทางก่อให้เกิดผลดีได้
  • ความรักคือการให้
  • ความรักคือการให้และอดทน
  • การอยู่ร่วมกันต้องใช้ความรัก การให้ การอดทน
  • การให้ การให้โอกาส
  • การให้โอกาสและให้อภัยผู้อื่น
  • การยอมรับความแตกต่าง
  • ความอดทน
  • ความคิดนำไปสู่พฤติกรรม
  • ความมุ่งมั่น

จากนั้นเป็นการเรียนรู้จาก VCD การจัดการความรู้ของโรงพยาบาลบ้านตาก แล้วให้แบ่งกลุ่มช่วยกันถอดรหัส explicit และ tacit ผลัดกันนำเสนอ ทุกคนได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันความคิดในประเด็นที่เห็นต่างด้วยเหตุและผลอย่างสร้างสรรค์

 

กิจกรรมภาคบ่าย เป็นกิจกรรมสมมติโดยให้ ผู้เข้าร่วม คนหนึ่งแสดงบทบาทเป็น ผู้เชี่ยวชาญ มาเล่าเรื่องวิธีการทำเมนูไข่ 3 อย่าง คือ ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น และไข่เจียว เพื่อให้คนอื่นๆ เรียนรู้วิธีการเล่าเรื่อง 3 รูปแบบ คือ เล่าสั้นขาดเนื้อความสำคัญ เล่ารายระเอียดยืดยาว วกวน เยิ่นเย้อ และเล่าสั้นกระชับแต่ได้สาระครบ รวมทั้งฝึกการทำหน้าที่เป็น คุณอำนวย ช่วยกันซักถามด้วยความสนใจ อยากรู้

 

   

 

   

 

จากนั้นจึงแบ่งกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 6-7 คน เพื่อฝึก เล่าเรื่องความสำเร็จ โจทย์คือ ให้ทุกคนเล่าเรื่องความสำเร็จเล็กๆ เกี่ยวกับเทคนิค/วิธีการทำงานที่ทำให้ภาคภูมิใจคนละ 1 เรื่อง โดยในกิจกรรมนี้ได้ฝึกทั้งการเป็น คุณอำนวย”“คุณกิจ และ คุณลิขิต ฝีกการฟังอย่างตั้งใจ ฟังให้ได้ยิน การซักถามเชิงสร้างสรรค์ และการจดบันทึก เมื่อเล่าเรื่องกันครบทุกคนแล้ว สมาชิกในกลุ่มช่วยกันคัดเลือกเรื่องที่โดนใจกลุ่มละ 3 เรื่อง เพื่อนำเสนอโดยเขียนใส่ flipchart ให้สมาชิกทั้งหมดเดินอ่าน เดิน shop เลือกซื้อ เรื่องเล่า ที่ประทับใจที่สุดคนละหนึ่งเรื่อง

 

ช่วงหัวค่ำหลังพักสมองและรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว เราก็มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสะท้อนความรู้สึกและเหตุผลต่อเรื่องเล่าประทับใจที่แต่ละคนเลือก

 

เรื่องเล่า ที่มีคนประทับใจมากที่สุดคือ เรื่อง  “Up & Down Lun La” เจ้าของเรื่องคือ น้องเจี๊ยบ - นุชรี อาบสุวรรณ เป็นน้องใหม่ซิงๆ ของกลุ่มควบคุมความเสี่ยงในวิถีชีวิตและสังคม เล่าถึงเรื่องราวช่วงที่ทำงานในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สุขศึกษา สังกัดสโมสรทหารแห่งหนึ่ง แล้วได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เป็น ผู้นำเต้นแอโรบิค ให้กับผู้สูงอายุในชุมชนค่ายทหาร ทั้งๆ ที่น้องเขาหุ่นก็ไม่ให้ แถมไม่มีความรู้และทักษะในการเต้นแอโรบิคมาก่อนเลยในชีวิต น้องจึงเริ่มต้นด้วยการหาความรู้ด้วยตนเอง และไปเข้าอบรมการเต้นแอโรบิคเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นก็มาเริ่มเต้นนำในชุมชน ผลที่สะท้อนกลับมาคือ ความไม่เชื่อถือของผู้เข้าร่วมเต้นแอโรบิค สมาชิกค่อยๆ ทยอยหายไป จนเหลือเพียง 5 คน ทำให้ท้อใจ แต่ 5 คนที่เหลือนั้นก็ให้กำลังใจ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้น้องฝึกฝนพัฒนาตนเองเพิ่มมากขึ้น พยายามศึกษาค้นคว้าเรียนรู้จาก CD ของครูฝึกหลายๆ คน รวมทั้งเพิ่มเติมในส่วนของการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีแทรกพูดคุยมุขตลกในระหว่างกิจกรรมเพื่อสร้างความสนิทสนมเป็นกันเอง จนในที่สุดก็ได้รับการยอมรับ สมาชิกกลับมาเข้ากลุ่มเต้นเพิ่มมากขึ้น และเมื่อรู้ข่าวว่าน้องเขาต้องย้ายที่ทำงานทุกคนต่างรักและอาลัยรวบรวมทั้งเงินและของขวัญมอบให้เป็นที่ระลึกก่อนจากกัน ... ส่วนใหญ่ของคนที่เลือกเรื่องนี้บอกว่าเห็น "ความพยายาม ความตั้งใจ" แม้จะ "ท้อ" แต่ก็ "ไม่ถอย" ของน้องเจี๊ยบ และอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ประทับใจคือ เทคนิคการบันทึกของ คุณลิขิต ที่พออ่านแล้วรู้สึกว่าเรื่องที่น่าจะเปรียบได้กับ หนังชีวิต กลายเป็น หนังตลกไปได้

 

กิจกรรมวันนี้จบลงเวลาประมาณสามทุ่ม แม้จะเมื่อยล้ากันอยู่บ้าง แต่ผู้เขียนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของความสนุกสนาน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การพูดคุยหยอกล้ออย่างเป็นกันเอง ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย ตำแหน่ง หมวก หรือหัวโขนใดๆ สัมผัสได้ถึงใจที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในทุกๆ กิจกรรมที่ร่วมฝึก ร่วมทำกันในวันนี้

 

ปลาทูแม่กลอง

13 ตุลาคม 2551