GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พัฒนาครูและบุคลากรของวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวนครราชสีมา

ผมอยากให้การพัฒนาการเรียนรู้ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง จึงจะเห็นผล
สวัสดีครับลูกศิษย์อาชีวศึกษาทุกท่าน

 

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศของการเรียนรู้กับหลักสูตรพัฒนาครูและบุคลากรของวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวนครราชสีมา จำนวน 44  คน ครับ  ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดทางความรู้จริง ๆ ครับ ต้องขอขอบคุณ ผู้อำนวยการกุลฐนัญจ์  ดีเอื้อ ลูกศิษย์จากหลักสูตรในโครงการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการอาชีวศึกษายุคใหม่ รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 22 - 24 กันยายน 2551 ณ โรงแรมอิมพีเรียลภูแก้ว เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์ครับ   ผมยินดี และเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านผอ. นำความรู้ที่ได้มาเผยแพร่อันเป็นประโยชน์สู่วิทยาลัยต่อไป    และได้เกิดหลักสูตรนี้ขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันในวันนี้ครับ

            เพื่อเป็นช่องทางแห่งการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้   ผมก็ได้เปิด Blog นี้และคาดหวังว่าทุกท่านจะใช้ Blog เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และเป็นคลังสมองของพวกเรา และก็คงจะเป็นประโยชน์สำหรับชาว Blog ที่สนใจด้วย

 

                                    จีระ หงส์ลดารมภ์

ภาพบรรยากาศ การเรียนรู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): อาชีวะโคราช
หมายเลขบันทึก: 215009
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 52
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (52)

Workshop  1

 

1.       สิ่งที่ ดร.จีระ พูดไปทั้งหมดมีอะไรบ้างที่สำคัญสำหรับการทำงานของเรา

 

1.       ในฐานะที่เป็นครู เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

2.       การบริหารจัดการของเราจะต้องมีความคล่องตัว

3.       ทัศนคติในการทำงานของบุคลากร ความทุ่มเท จริงจัง จริงใจ

4.       การทำงานที่ได้มาตรฐาน

5.       การจัดการการเรียนรู้ให้ทุกคนสนใจ ใฝ่รู้ และรู้จริง

6.       การสร้างมูลค่าเพิ่มตัวผู้เรียน และตัวครูผู้สอนเอง

7.       การเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง และถ่ายทอดสู่ผู้อื่นทั้งนักเรียนและเพื่อนร่วมงาน

8.       ปรับปรุงวิธีการสอนให้นักเรียนสามารถคิดเป็น วิเคราะห์เป็น

 

2. ความคาดหวังจากการเรียนรู้ร่วมกันในวันนี้

1.       ครูสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมในการทำงานเป็นทีมได้

2.       ครูมีความใฝ่รู้ มีวัฒนธรรมในการแสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

3.       อยากได้แรงกระตุ้น การจุดประกายความคิดและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

4.       การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

5.       การจัดการเรียนรู้สู่รูปแบบนวัตกรรม

6.       การทำงานเป็นทีม

7.       การทำงานอย่างมีระบบ

8.       ทุกคนที่ได้เรียนรู้สามารถขยายผลความรู้ไปสู่เด็กนักเรียนของเราได้

9.       อยากให้วิทยาลัยเป็นองค์กรชั้นนำ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับภายใต้การนำของอาจารย์จีระ

Workshop 2

1.       สำรวจองค์กรของเรา..วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของการทำงานเป็นทีมในองค์กร

  1. ขาดความร่วมมือ //
  2. ขาดเป้าหมาย
  3. ขาดการสื่อสาร //
  4. ขาดขวัญและกำลังใจ
  5. ไม่มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
  6. ขาดการเสียสละเพื่อส่วนรวม
  7. ทัศนคติของการทำงานเป็นทีม
  8. บุคลากรขาดความรู้ความเข้าใจในงานนั้น ๆ
  9. ผลตอบแทนซึ่งเป็นแรงจูงใจของคนที่ทำกับคนที่ไม่ทำมันไม่ต่างกัน (ทำแล้วได้อะไร) //
  10. ขาดการประสานงาน

 

2.       แนวทางและกิจกรรมที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม

  1. จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรตระหนักและเห็นคุณค่าของการทำงานเป็นทีม //
  2. สร้างแรงจูงใจ
  3. จัดสรรคนให้เหมาะกับงาน
  4. จัดสรรงบประมาณ
  5. จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม
  6. ไม่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ตรงกับวันหยุด
  7. ให้ความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรว่าทุกคนมีส่วนสำคัญในองค์กร
  8. สร้างสิ่งเร้า
  9. สร้างความตระหนัก
  10. จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความเชื่อมั่นในตนเอง และทีม

11. สร้างขวัญและกำลังใจ

 

 

คำแนะนำจากอาจารย์จีระ

 

  1.  
    • ควรมีการร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรร่วมกัน กำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกัน
    • ควรมีกิจกรรมการทัศนศึกษาดูงานร่วมกัน
    • ทุก ๆ 2 อาทิตย์อาจจะมีการจัดกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนกัน

 การบ้าน

1.      ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

2.      ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

3.      เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

 

 

1.

1.ทัศนคติที่ดีแบบใหม่

2.แนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความคิด ในการทำงานเป็นทีม

ได้เรียนรุ้ถึงการทำงานเป็นทีมและทำให้รู้ถึงวิธีการคิดไม่ควรคิดแต่อยู่ในกรอบควรคิดให้กว้างไกลออกไปและวิธีการสอนควรปรับปรุงอยู่เสมอพยายามให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ให้เป็น

1. คณะเราอยู่นิ่งไม่ได้ เพราะโลกาภิวัตน์ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน

2. Learning Organization มีอยู่ในทุกตัวคน แต่ทำอย่างไรจึงดึงออกมาใช้ให้มากที่สุด

3. เข้าใจแล้วว่า Team Work ต้องมีเป้าหมายเป็นสิ่งใหม่ ไม่ใช่งานประจำ

4. ทัศนคติ พอเปลี่ยนแปลงได้ แต่ Mindset เปลี่ยนยาก แต่ถึงอย่างไร เมื่อไม่ดี ก็ต้องเปลี่ยนได้

1.การศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง

2.การพัฒนาและปรับตนเองให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง

3.การปรับทัศนคติในการทำงาน

4.ความสำคัญของการสร้างทีมงานที่ดี

5.การคิดนอกกรอบ แบบหรือโครงสร้างแบบใหม่ ๆ ในการทำงาน

1.ได้เรียนรู้แนวคิดในการปรับปรุงกระบวนการเพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและยังสามารถส่งผลไปยังนักศึกษา

2.ทำให้มีวิสัยทัศน์ในแง่มุมต่าง กว้างมากขึ้น

3.ทราบถึงปัจจัยที่จะทำให้เกิดสภาวะผู้นำที่ดี

4.ได้แนวคิดการสร้างบรรยากาสการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอน

ได้องค์กรแห่งการเรียนรู้ การสร้างทีมงาน การสร้างผู้นำ

การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่อของบุคคลในองค์กร ให้มีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ท้าทาย ไม่น่ากลัวอย่าที่คิด

1.คนเราจะเป็นผู้นได้ดี ต้องมีจิตใจมีสุขภาพมีความรู้และประสบการร์ที่ยอดเยี่ยม

2.ได้ข้อคิดจากทฤษฎีหลาย ๆ ทฤษฎีที่จะนำมาใช้เพื่อการเป็นผู้น

3.ต้องเป็นผู้นำได้จึงจะมี Team

- การเปลี่ยนทัศนคติของคนในการทำงาน

- การทำงานเป็นทีม

-การทำงานให้มีความสุข

การทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

การมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน

- 4L's

- การบริหาร

- การทำงานเป็นทีม

-ได้มุมมองในการทำงานใหม่

- เปิดมุมมองการเรียนรู้ของตนเองให้กว้างขึ้น

-กิจกรรมการทำงานเป็นทีม

การทำงานเป็นทีม ทฤษฎีต่าง ๆ ในการทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ การบริหารงานเป็นทีม

1.การปรับทัศนคติในการทำงาน

2.การทำงานเป็นทีม

3.การสร้างทีมงานเพื่อพัฒนาองค์กร

1. การพัฒนาองค์กรแบบก้าวกระโดด

2. การทำงานเป็นทีมกับผู้ที่มีศักยภาพที่ไม่เหมือนเรา เพื่อพลังที่เพิ่มขึ้น

3.การปรับเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการทำงานจากเดิม ๆ (ของตนเอง)

1.เทคนิคและกิจกรรมการทำงานเป็นทีม

2.การปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองในการทำงาน

3.โลกแห่งการเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง

- ความเป็นผู้นำ พื้นฐานของความเป็นผู้นำ

- ทัศนคติในการทำงาน

- การบริหารทีมงานและกานสร้างทีมงาน

-การปรับทัศนคติในการทำงาน

-การทำงานเป็นทีม

-ปัจจัยที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

-หัวหน้าทีมที่ดี (ผู้นำที่ดี)

1.การทำงานเป็นทีม

2.การปรับทัศนคติในการทำงาน

3.การเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้

4.แนวทางและกิจกรรมที่ส่งเสริมการทำงานที่เป็นระบบ

1.กิจกรรมการทำงานเป็นทีม

2.มุมมองแห่งการพัฒนาตนเองไปสู่การเรียนรู้ที่สูงขึ้น

3.การปรับมุงมองและทัศนคติในการทำงานยุคใหม่

4.ได้รู้ว่าการทำงานเป็นทีมต้องมีความคิดที่หลากหลาย

1.ปรับเปลี่ยนแนวคิดในการศึกษาความรู้และการพัฒนาตนให้รู้แท้จริง วิเคราะห์รอบคอบและรู้และเข้าใจอย่างยั่งยืน

2.แนวคิดในการปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานเป็นทีมเพื่อร่วมใจพัมนาองค์กร

3.การกล้ารับความจริงจากบุคคลที่แสดงความคิดเห็นกับเรา เพื่อการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ

1.แนวคิดในการสร้างองค์ความรู้ การเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงของโลกโลกาภิวัตน์

2.หลักและวิธีการสร้างองค์ความรู้ในสถานศึกษาซึ่งสามารถจะนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้

3.การแห่งการเรียนรู้ โดยใช้การเปลี่ยนแปลงความผิดของตนเองให้ออกนอกกรอบโดยไม่คำนึงถึงกฎ ระเบียบที่ตั้งไว้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเดิม ๆ

4. การทำงานเป็นทีม ความจำเป็นในการมีทีม work ที่ดีในองค์กรและแนะแนวกิจกรรมที่สถานศึกษาต้องดำเนินการ คือ

-กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน

-กำหนดยุทธศาสตร์

-การทัศนศึกษาดูงาน

-สนับสนุนวิธีการสอนแบบใหม่

อาชีวยุคใหม่ต้องสอนให้ผูเรียนคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาให้คนเก่งหรือไม่เก่ง ไม่สำคัญสามารถฝึกได้ ทำอย่างไรถึงจะให้ผู้เรียนภาคภูมใจที่ได้เรียนอาชีว และให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองสารสนเทศและเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่วนการทำงานเป็นทีมต้องรู้จักมีการวางแผนการทำงาน มีจิตใจกว้าง ประสานประโยชน์ และให้ความสำคัญกับทีมงานและอย่าทำงานคนเดียว

1.รู้แนวคิดในการสร้าง ทีมงาน ที่เหมาะสมกับองค์กรซึ่งหมายถึงว่าเราต้องรู้จักตนเองมองตนเองว่าเรามีปัญหาอุปสรรค ในเรื่องใดบ้าง

2.ทีมงานที่สร้างขึ้นแก้ไขปัญหาได้อย่างไรซึ่งการสร้างที่ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ ใด ๆ ต้องตอบโจทย์ปัญที่เกิดขึ้นได้

3.การสร้างทีมต้องรู้จัก การผสมผสานความหลากหลายคนที่แตกต่างกันแต่ทีมงานที่มี Attitude ที่ต่างกันจะทำถ้าการทำงานไม่ประสบความสำเร็จ

วิธีการเรียนการสอน รู้จักเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอน ให้นักศึกษาคิดเป็นวิเคราะห์เป็น

สอนให้นักศึกษารู้จักค้นคว้าด้วนตนเอง

เกิดความคิดสร้างสรรค์ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

Altitude ของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่ต้องใช้เวลาการทำอะไรหรือสังกัดตามความเคยชินโดยไม่วิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้การทำงานไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะทำสิ่งใดควรวางเป้าหมายไว้ให้ช้ดเจน

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- คล้ายกัน คือความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการสอน แตกต่างกันคือ ขาดความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันในกิจกรรมพิเศษ โดยคิดว่าไม่ใช่งานที่เกี่ยวข้องกับตนเอง

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- การคมนาคมไม่สะดวก

- นักเรียนนักศึกษาพื้นฐานความรู้ปานกลางจนถึงระดับอ่อน

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ประสานงานติดต่อขนส่งจังหวัดให้มาดูแลควบคุมรถรถโดยสาร การคมนาคม

- จัดมีการสอบคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาในการเข้าศึกษาต่อ

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนติคล้ายกัน คืออยากให้วิทยาลัยมีชื่อเสียง

- ทัศนคติแตกต่าง คือความเข้าใจไม่ตรงกันในการทำงาน

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- ขาดแคลนบุคลากร

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้งบประมาณบรรจุบุคลากรเพิ่มขึ้น

- วิทยาลัยมีหน่ยงานอื่นสนับสนุน

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติคล้ายกัน คือ ทำหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

- ทัศนคติแตกต่างกัน คือ รับผิดชอบงานไม่เต็มที่

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- การคมนาคมที่ไม่สะดวก

- ไฟข้างทางให้แสงสว่างไม่เพียงพอ

- วิทยาลัยอยู่ลึกเกินไป

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- จัดหารถรับส่งนักเรียนนักศึกษา

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ได้เรียนรุ้ถึงการทำงานเป็นทีมและทำให้รู้ถึงวิธีการคิดไม่ควรคิดแต่อยู่ในกรอบควรคิดให้กว้างไกลออกไปและวิธีการสอนควรปรับปรุงอยู่เสมอพยายามให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ให้เป็น

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- มุมมองของประชาชนทั่วไปเป็นวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นใหม่และที่ตั้งอยู่ในซอยทำให้ประชาชนทั่วไปยังไม่รู้จัก บางคนที่รู้จักก็มองว่าเป็นวิทยาลัยของเอกชน

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ประชาสัมพันธ์หลายๆ รูปแบบ

- ควรทำคุณภาพการศึกษาให้ได้แล้วก็จะเป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัวด้วย

1. ทัศนคติกับการยึดติดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- คล้ายกันในเรื่องของการต้องการความเจริญก้าวหน้า ต้องการการพัฒนา ต้องการการยกระดับตนเองและองค์กร

- แตกต่างกันในเรื่องความคิด วิธีการที่จะทำให้งานนั้นสำเร็จ

2. ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย

- ปัญหาการคมนาคมไม่สะดวก

- ปัญหาการประชาสัมพันธ์ไม่ทัวถึงและขาดการสนับสนุนในการประชาสัมพันธ์ยุทธศาสตร์จังหวัดเน้นการท่องเที่ยวแต่ขาดการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว

3 เสนอทางออกที่เป้นไปได้ 2 ทาง

- จัดรถรับส่งนักเรียน

- ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นเพิ่มเส้นทางโดยสาร การประชาสัมพันธ์ ที่มากและหลากหลาย

1 ทัศนคติกับการยึดติดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- เหมือนกัน ต้องการให้วิทยาลัยมีชื่อเสียง

- ต่างกัน ความรับผิดชอบในหน้าที่

2 ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย

- การคมนาคม

- สิ่งอำนวยความสะดวก

3 เสนอทางออกที่เป้นไปได้ 2 ทาง

- จัดรถรับส่งนักเรียน

- ได้รับการสนับสนุนจาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

- เทคโนโลยี

- ยานพาหนะที่ใช้ภายในวิทยาลัย

1 ทัศนคติกับการยึดติดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่เหมือนกันด้าน ต้องการให้องค์กรก้าวหน้า มีการพัฒนาสมำเสมอ

- ทัศนคติที่ต่างกันด้าน ความเข้าใจในการทำงานและความคิดที่แตกต่างกัน

2 ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย

- การคมนาคม

- ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องขาดงบปรมาณในด้านการประชาสัมพันธ์

3 เสนอทางออกที่เป้นไปได้ 2 ทาง

- จัดรถรับส่งนักเรียน

- ได้รับการสนับสนุนจาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น อบจ.ท้องถิ่น เอกชน

1 ทัศนคติกับการยึดติดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่เหมือนกันด้าน ต้องการการพัฒนา

- ทัศนคติที่ต่างกันด้าน ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มุมมองในการทำงานที่ไม่เหมือนกัน

2 ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย

- การคมนาคม

3 เสนอทางออกที่เป้นไปได้ 2 ทาง

- จัดรถรับส่งนักเรียนหรือเพิ่มเส้นทางโดยสารให้ผ่านวิทยาลัย

- ของบสนับสนุนในด้านยานพาหนะที่ใช้ในวิทยาลัยซึ่งไม่เพียงพอ

1 ทัศนคติกับการยึดติดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกัน คือ การทำงานเพื่อให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

- ทัศนคติที่แตกต่าง คือ การร่วมกันทำงานเป็นทีม และการบริหารจัดการทรัพยากรภายในสถานศึกษา

2 ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย

- ปัญหาพื้นฐาน การคมนาคมขนส่งจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษาขาดความเชื่อมั่นที่จะส่งนักเรียนนักศึกษามาเรียนกับวิทยาลัยฯ และส่งผลให้จำนวนนักเรียน นักศึกษาลดลง

3 เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ของบสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดรถรับ-ส่ง นักเรียน นักศึกษา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ยังเพิ่มความมั่นใจให้กลับผู้ปกครอง

คำตอบ

1.ทัศนคติมีความหมายคล้ายกับMind set แต่ต่างกันตรงที่ Mind set เป็นความเชื่อที่มีการฝังลืกและส่งผลต่อพฤติกรรมการแสดงออก

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย คือ บุคลากร ที่มีทัศนคติต่อการปฏิบัติหน้าที่ในมุมมองที่ไม่เหมือนกัน

3.แนวทางการแก้ไขที่เป็นไปได้ 1.ทำความเข้าใจกับบุคลากรให้มีมุมมองในทางเดียวกัน 2.ชี้ให้เห็นถึงผลได้ผลเสียที่บุคลากรพึงจะได้รับถ้ามีทัศนคติที่ต่างกัน

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- สิ่งที่คล้าย คือ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

- สิ่งที่แตกต่าง คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืนและก้าวกระโดด

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- ประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากทำหน้าที่การสอนและปฏิบัติหน้าที่พิเศษ จึงทำให้ได้ไม่ดีทั้งสองงาน

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- จัดหาเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่นอกเหนือจากงานสอน

- ให้บุคลากรรับผิดชอบหน้าที่พิเศษเพียงท่านละไม่เกิน 1 งาน และจัดให้มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่พิเศษภายในสถานศึกษา

เพิ่มเติม

3 เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ของบสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดรถรับ-ส่ง นักเรียน นักศึกษา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ยังเพิ่มความมั่นใจให้กลับผู้ปกครอง

- วิทยาลัยจัดงบประมาณทำรถราง เพื่อรับ - ส่ง จากปากทางเข้า จนถึงวิทยาลัย โดยขอความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคในการต่อรถรางเพื่อประหยัดงบประมาณ

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกัน คือ ต้องการสร้างชื่อเสียง ให้กับวิทยาลัย

- ทัศนคติที่แตกต่าง คือ ความมุ่งมั่นในการทำงานโดยไม่สนใจในการทำงานเป็นทีม

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- การคมนาคมขนส่ง

- ขาดแคลนบุคลากร

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ประสานและขอสนับสนุนจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง

- ขออัตรากำลังคนเพิ่ม

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนติคล้ายกัน คือ ความสำเร็จ

- ทัศนคติแตกต่าง คือ ไม่เข้าใจกัน

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- บุคลากรไม่เพียงพอ

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ขออัตรากำลังเพิ่ม

- ขอสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกัน ความต้องการความสำเร็จ

- ทัศนคติแตกต่างกัน ก็คือ ความไม่พร้อมเพรียงกันในบางอย่าง

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- วิทยาลัยอยู่ในที่ที่ไม่สามารถจะประชาสัมพันธ์และเป็นเหตุทำให้ไม่มีใครรู้จัก

- การคมนาคมไม่สะดวก

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- จัดหารถรับส่งนักศึกษา

- ถนนทางเข้าควรทำให้ดีขึ้น

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกันคือ ความต้องการให้โณงเรียนเป็นที่รู้จักของประชาชนและสังคมทั่วไป

- ทัศนคติแตกต่างกัน ก็คือ ความไม่เข้าใจกันในบางอย่าง บางงาน และความไม่ร่วมมือกัน

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- ไกลเกินไป

- การคมนาคมไม่สะดวก

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- บำรุงถนนให้ดีกว่านี้ จะทำให้การคมนาคมสะดวก และน่าเข้าเยี่ยม

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกันคือ ความต้องการความสำเร็จในเรื่องการงาน และพยามทำออกมาให้ดีที่สุด

- ทัศนคติแตกต่างกัน ก็คือ ความไม่เข้าใจกันในภาระงานที่ได้รับมอบหมาย

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- ขาดแคลนบุคลากร ทำให้ คนหนึ่งคน ทำงานหลายอย่าง จนบางครั้ง ไม่รู้ว่า เรามีหน้าที่อะไรกันแน่

- การคมนาคมไม่สะดวก ไกล และวิทยาลัยไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ไม่รู้จะเป็นไปได้ไหมนะคะ แค่อยากให้วิทยาลัยย้ายไปอยู่หน้าปากทางเข้า หรืออาจจะตัดถนนเส้นผ่านหน้าวิทยาลัย เพื่อที่จะให้มีผู้คนพบเห็น และ เป็นการประชาสัมพนธ์วิทยาลัยไปในตัว โรงเรียนขนาดกลาง ความสำคัญอาจจะมีน้อย แต่เราก้ออยากให้มองเห็นความสำคัญ เพราะเราอยากพัฒนาให้เด็ก ๆ ทำเกี่ยวกับการธุรกิจบริการให้ได้ดีที่สุด

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกัน คือ การต้องการให้วิทยาลัยประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง เป็น

ที่รู้จักของประชาชนทั่วไป

- ทัศนคติที่แตกต่าง คือ ความคิดเห็นและมุมมองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- การคมนาคม ทางเข้าวิทยาลัยค่อนข้างเปลี่ยว

- ขาดแคลนบุคลากร

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ประสานงานและขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการรถโดยสาร

- ขออัตรากำลังคนเพิ่ม

1.ทัศนคติกับการยึดติดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

ทัศนคติ (Attitude) Mindset

ความเหมือน : ต้องการการพัฒนา และต้องการความสำเร็จ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่คาบเกี่ยวกันระหว่างความรู้สึก และความเชื่อ ความรู้สึกนึกคิดหรือการรู้ของบุคคล และความโน้มเอียงของบุคคล ที่มีต่อข้อมูลข่าวสาร และการเปิดรับ รายการกรองสถานการณ์ ที่ได้รับมา ซึ่งเป็นไปได้ทั้งเชิงบวก และเชิงลบ ซึ่งมีผลให้มีการแสดงพฤติกรรม ออกมา

ความแตกต่าง :

ทัศนคติ ประกอบด้วย ความคิดที่มีผลต่ออารมณ์ และความรู้สึกนั้น ออกมาโดยทางพฤติกรรม และ การที่บุคคลมี ทัศนคติ ต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่างกัน ก็เนื่องมาจาก บุคคลมีความเข้าใจ มีความรู้สึก หรือมีแนวความคิด แตกต่างกันนั้นเอง ซึ่งทัศนคติสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสิ่งที่กระตุ้น หรือปัจจัยต่างๆ

Mindset คือ ความคิด ความรู้สึก และความเชื่อที่ฝังรากมากับเรามาเป็นเวลานานและยากที่จะเปลี่ยนแปลง

2. ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัย

คือ ปัญหาด้านการคมนาคมยังไม่สะดวก

3. แนวทางแก้ปัญหา

- ประสานและขอสนับสนุนจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง

- ประสานงานติดต่อขนส่งจังหวัดให้มาดูแลควบคุมรถรถโดยสาร การคมนาคม

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ทัศนคติที่คล้ายกัน คือ ต้องการให้วิทยาลัยเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ผู้สำเร็จการ

ศึกษามีงานทำ

- ทัศนคติที่แตกต่าง คือ ไม่สามัคคี ไม่ทำงานเป็นทีม

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- การคมนาคมไม่สะดวก

- ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถด้านวิชาชีพ

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- จัดรถรับ-ส่ง บริการนักศึกษา

- สอศ. บรรจุข้าราชการเพิ่มตรงตามสาขาวิชาชีพ 10 อัตรา

1.ทัศนคติกับการติดยึดแบบฝังราก Mindset มีอะไรคล้ายกันและมีอะไรแตกต่างกัน

- ความเป็นผู้นำ พื้นฐานของความเป็นผู้นำ

- ทัศนคติในการทำงาน

- การบริหารทีมงานและกานสร้างทีมงาน

2.ปัญหาพื้นฐานของวิทยาลัยท่านคืออะไร

- นักศึกษาที่รับเขไม่มีคุณภาพเพราะไม่มีการสอบคัดเลือก

- ความรู้พื้นฐานอ่อนมาก เช่น ภาษา

- ความสนใจไฝ่รู้มีน้อยมาก

3.เสนอทางออกที่เป็นไปได้ 2 ทาง

- ควรจัดให้มีการสอบคัดเลือก

- มอบกิจกรรมให้นักเรียนนักศึกษาให้ค้นคว้ามากขึ้น

1. ทัศนคติ (Attitude) เป็นแนวความคิดเห็นของแต่ละบุคคล แล้วนำไปปฏิบัติ และหากว่าการปฏิบัตินั้น ได้กระทำจนกระทั่งเกิดความเคยชิน จนกลายเป็นอุปนิสัยที่ติดยึดฝังรากจนยากแก่การแก้ไขแล้ว จะเรียกว่า Mindset

ข้อแตกต่างระหว่างทัศนคติ และ Mindset คือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ก้าวออกนอกรอบ ได้ง่ายหรือยากกว่ากัน

2. ปัญหาพื้นฐาน

ด้านบุคลากร ผู้สูงวัย (บางคน) มีการเปลี่ยนแปลงไม่ทันเหตุการณ์ต่าง ๆ

อุดมการณ์ไม่เข้มแข็ง

ผู้อ่อนวัย (ส่วนมาก) ต้องการความก้าวหน้า และความมั่นคง

ในอาชีพการงาน จึงสมัครและสอบเป็นข้าราชการทุก

ครั้งที่มีการประกาศรับสมัคร

3. เสนอทางออก

ผู้สูงวัย โดยกระตุ้นให้แสวงหาความรู้ ให้เวลาในการฝึกทักษะเพื่อรับการ

เปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี

ผู้อ่อนวัย ให้ขวัญและกำลังใจ ตลอดจนค่าตอบแทนและสวัสดิการ เพื่อ

ให้พอเพียงแก่การยังชีพอย่างมีความสุขพอประมาณ