น้องบราวน์..ยึดธงน้องๆ ไว้ ให้น้องแต่ละคนไปเก็บใบไม้มาแลกธงคืน นับว่าการจัดการของน้องบราวน์ได้เริ่มขึ้นแล้ว
          วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2551  รู้สึกว่าปลอดโปร่งและสบายใจตั้งแต่ออกจากบ้าน  เพราะไม่ต้องรีบเร่ง  การเตรียมการลดลง เพราะเป็นงานครูมากกว่างานรับผิดชอบนักเรียน  และภาคเรียนนี้หมดปัญหานักเรียนติดค้าง  โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีจำนวนมาก

           พวกเราไม่เคยเบื่อเรื่องการเดินทางไปโรงเรียน  แม้จะผ่านป่า ขึ้นเขา  เราจะพูดบรรยายชื่นชมความงดงามของธรรมชาติได้ทุกฤดูกาล  ด้านขวามือของถนนมีน้ำตกหลายแห่ง   พวกเรานิยมลดกระจกลง เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมันและเพื่อให้ได้ยินเสียงของน้ำตกและเสียงธรรมชาติ  เห็นนักล่องแก่ง ในลำน้ำเข็ก  และรับกลิ่นไอของธรรมชาติ

           วันนี้นักเรียนไปรับและส่งธง "116 วันจากวันแม่สู่วันพ่อ" นักเรียนบ้านนอก  (รวมทั้งครูโรงเรียนวิทยสัมพันธ์) โดยปกติจะมีความสุข ตื่นเต้น เมื่อมีกิจกรรมใหม่ 

           เมื่อมาถึงโรงเรียนต่างก็แยกย้าย  วันนี้ไม่ต้องแยกย้ายเข้าห้องเรียน  แต่แยกย้ายกันไปทำกิจกรรม  นักเรียนจะรู้หน้าที่ของตัวเองว่าทำตรงไหนบ้าง  แต่วันนี้ได้ยินเสียงประธานนักเรียนประกาศว่า  ให้นักเรียนมารามตัวกันที่หน้าอาคารเรียนแล้วจัดแบ่งหน้าที่เป็นกระณีพิเศษ ว่าใครควรทำตรงไหนบ้าง  
         สังเกตเห็นเด็ก ๆ ประถมเข้าแถว  ทิ้งใบไม้ลงในถัง  จึงหยุดดูให้แน่ใจว่าทำอะไรกัน  ทำให้ทราบว่า "ประธานนักเรียนยึดธงของแต่ละคนไว้  แล้วไปเก็บใบไม้มาทิ้งลงถังเป็นการแลกธงคืน"  ความรู้สึกของคุณครูต่างก็จะเรียกเพื่อน ๆครูมาดูด้วยความชื่นใจ
              พี่ ๆ ชั้นมัธยมจะมีหน้าที่ช่วยกันกวาด ทำความสะอาดอาคาร และบริเวณรอบ ๆ โรงเรียน ต้นไม้ อ่างบัวและความสะอาดตามห้องพิเศษต่าง ๆ 

            สิ่งที่นักเรียนเก็บส่วนใหญ่จะเป็นใบไม้ร่วงมากกว่าขยะ  โรงเรียนมีลักษณะทางกายภาพที่เป็นธรรมชาติด้านหลัง มีสระน้ำ  มีต้นไม้ร่มรื่น  มีพื้นที่สำหรับการจัดการแหล่งเรียนรู้  12.75 ไร่

          อาคารเรียนหลังที่เห็นนี้  เป็นอาคารเรียนใหม่หลังจากที่ถูกไฟไหม้  จึงได้อาคารหลังนี้มาแทน บ้านพักครูที่มองเห็นไกล ๆ ถูกไฟไหม้ไปครึ่งหนึ่ง  พื้นที่ถมใหม่  ยังไม่มีงบประมาณในการปลูกหญ้า

             นักเรียนกลุ่มนี้ร่วมมือกันทำสวนหย่อมหน้าเสาธง  โดยการปลูกกุหลาบเมื่อต้นเดือนกันยายน  เพราะสภาพเดิมของพื้นที่ค่อนข้างแห้ง  ดินไม่ดี  เดิมเป็นพื้นที่ภูเขา  แต่ได้ถูกโค่นถางป่า และทำพื้นที่ให้เตียน  หญ้าที่เห็นก็เป็นผลมาจากการปลูกของนักเรียน  เมื่อโรงเรียนถูกเผา ทำให้สภาพแวดล้อมถูกทำลายไปด้วย
          บันทึกฉบับนี้อาจจะไร้ทิศทางในการสื่อสาร   แต่เป็นเจตนาเพื่อจะบอกถึง "การจัดการ" ที่เด็กทำได้  บริบทของเด็ก ๆ ต่างกับโรงเรียนอื่น ๆ ทั้งทางด้านพื้นฐานครอบครัว สภาพทางสังคมและได้รับผลกระทบทางจิตใจที่โรงเรียนของเขาถูกเผาอีก  ปัจจุบันอยู่ในระยะฟื้นฟูสภาพจิตใจทั้งครูและเด็ก
         ทักษะทางด้านวิชาการของโรงเรียนนี้  ไม่อาจทัดเทียมกับโรงเรียนในเมืองหรือโรงเรียนอื่น ๆ ได้ แต่พวกเราหันมาสร้างความตระหนักและฝึกพื้นฐานทักษะชีวิต ความมีคุณธรรม จริยธรรมเพื่อเป็นรากฐานของความเป็นมนุษย์ให้แก่นักเรียน   คณะครูทั้งโรงเรียนมาร่วมมือกันใช้และศึกษา "วินัยเชิงบวก  และ จับถูก"