สวัสดีค่ะ  ห่างหายจากบันทึกไปนาน.........เริ่มด้วยภารกิจของโรงเรียน....และจบลงด้วยภารกิจของเขตการศึกษา.....งานนี้ทำเอาศน. ปวีณา  ใจแป้วไปเลย.....บ่ายวันที่ ๑๗  กันยายน ๒๕๕๑  ประชุมนักเรียนเพื่อเตรียมกิจกรรมร่วมกับ ศน. ปวีณา เสร็จสรรพเรียบร้อยกลับบ้านกินข้าวเย็นแล้วก็เอ้อระเหยกับธิดาวานร...พักเดียวเท่านั้นอาการผิดปกติก็เริ่มบังเกิด......เดินเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่นจากทอดระยะห่างๆ จนกระทั่งไม่สามารถลงจากฐานส้วมได้.....เอาละซิปวดแบบนี้เป็นไรหวาตัวซี้ตัวสั่นไปหมด....สุดท้ายก็ฉี่ไม่ออกแต่ ไหงมันปวดขนาดนี้...เป็นเวลาเกือบ ๑ ชั่วโมง...หรือเราเป็นนิ่วหว่า! .....อย่ากระนั้นเลย.....ไปหาหมอดีกว่า......ใกล้ที่สุดคลินิคสูตินารีแพทย์......ตรวจไปตรวจมาได้เรื่อง.....พบเนื้องอกในมดลูกและมันเกิดอาการอักเสบเฉียบพลัน

   * อาจารย์ต้องผ่าตัดด่วนนะครับ....วันนี้ให้พักที่โรงพยาบาลก่อนดูอาการ 2 - 3 วันถ้าดีขึ้นไปจัดการงานการให้เรียบร้อยแล้วมาผ่า.....

* ไม่ต้องจัดแล้วค่ะหมอผ่าเลยดีกว่า >>> แบบกลัวว่ามันจะปวดอีก<<<

* วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑  เวลา ๙.๓๐เราก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด....เพิ่งเคยเห็นโคมไฟที่เตียงผ่าตัดนอนมองมันแล้วก็จินตนาการเหมือนยานอาวกาศเลย...จากนั้นเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดก็จัดการเตรียมตัวผู้ป่วย ...นำปลอกหรือถุงอะไรสักอย่างสวมแขนและมือทั้งสองข้าง.....และนำผ้ามามัดท่อนขาทั้งสอง...แล้วเราก็แว้บบบบ!!!!!!

* ตื่นขึ้นอีกครั้งเวลา ๑๕.๓๐ น. ....สักพักได้ยินเสียงใครต่อใครหลายคนมาเยี่ยมไข้......คนไข้อยากนอนหลับเป็นที่สุด...แต่ก็นอนไม่หลับเพราะเสมหะและเสลดเหนียวๆ ติดคอต้องหมั่นขย้อนออกบ่อยๆ...ดีที่ไม่มีอาการวิงเวียนและอาเจียร

* รุ่งขึ้นหมอมาเยี่ยมไข้และบอกว่าผ่าตัดโดยใช้กล้องทำให้ไม่เจ็บแผลมากพักสัก ๑ - ๒ วันก็กลับบ้านได้   แล้วหมอก็สั่งให้นอนนิ่งๆ ๒ วัน......สั่งให้นอนนิ่งๆ แต่คนไข้อยากลุกขึ้นวิ่งเหลือเกิน...มันเมื่อยไปหมดทั้งตัว  รวมทั้งสารพัดหิว....นี่ต้องเป็นอาการของกิเลสกำเริบแน่นอน.....( สัญชาติแมวดันให้เดินหน้าข้าจะถอยหลังดึงหางให้กลับหลังก็จะวิ่งไปข้างหน้า...ซะงั้น )

* เมื่อพักฟื้นครบ ๒ วันตามหมอสั่ง...ก็เริ่มเดินได้เองวันแรกเดินในห้องพัก...วันต่อมาไปเที่ยวไกลๆ ที่สวนสุขภาพไป - กลับ ก็ประมาณ ๒๐๐  เมตร.......(แล้วก็ได้คำนินทาจากหลานชายที่มาเยี่ยมเล่าว่า.....ตอนยายผ่าตัดหมอบอกให้คุณยายเดินเยอะๆ ยายก็เดินซะ......ยายว่ารู้งี้กูไม่เดินเยอะก็ดีหรอก.....เออน้าก็เหมือนยายเลยว่ะ )

* ระหว่างพักฟื้นวันที่เริ่มแข็งแรงพอที่จะกลับบ้านได้แล้วแต่ก็ขอหมออยู่ที่โรงพยาบาลก่อนเพราะที่บ้านไม่มีใครหาให้กิน.......ครูพรรณาเป็นคนชอบอยู่ในที่โล่งอากาศถ่ายเทจึงเปิดประตูห้องนอน  ที่หน้าห้องนอนก็มีลานสำหรับผู้ป่วยเด็กๆ เล่นกัน......

* แล้วความสุขก็บังเกิด...น้องโฟกัสเดินมาเกาะหน้าประตูห้องแล้วถามว่า 

" ป้าไม่สบายหรือครับ "

" ป้าเป็นอะไรมา "

" หนูไม่ป่วยสบายมาครับ " เอากะเขาซิ

                

                                         เด็กๆ ออกมาเล่นกัน

                       

* เวลาบ่ายแก่ๆ หลังตื่นนอนกันแล้วเด็กๆ ก็มาเล่นที่ลานนี้อีกครูพรรณา  ก็ ออกเดินเล่นคุยกับเด็กๆ สังเกตแต่ละคนมีเข็มสามารถประจำตัว....เลยชวนกันอวดบ้างก็ว่าของเขามีเลือดด้วยแหละ...ของเธอไม่มี...ทำไมๆๆๆๆๆ ?

                           

                          บางคนเข็มสามารถต้องห่อเอาไว้...กลัวหายครับ

                            

                                         เอาเข็มสามารถมาอวดกันหน่อย....

* การได้พักที่ตึกเด็กนี้ดีที่สุดสำหรับครูพรรณา  เพราะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าได้พักอยู่ที่บ้าน...เช้าเวลาหมอและพยาบาลให้ยาก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้จ้า....สักพักก็เสียงกินข้าว...เล่นกัน....แล้วก็เงียบ...หลับไป...ใกล้เที่ยงตื่นขึ้นมาเล่นกันที่ลานของเล่น....กินข้าวกลางวันแล้วก็นอนหลับเงียบ...บ่ายแก่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาเล่น......กินข้าวเย็น...เล่น....สัก ๑ ทุ่มก็เข้านอนหลับเงียบ...มีบางรายตื่นขึ้นมาร้องไห้บ้างตามประสาเด็กป่วย

* สาวๆ พยาบาลที่ตึกก็แสนจะใจดีเอาใจเด็กๆ ไม่ให้ร้องไห้โยเยเวลาที่คุณเธอเหล่านั้นนำยาไปใส่ในเข็มสามารถ...แปลกนะเด็กๆ พอเห็นพยาบาลมาตอนแรกก็ร่างเริงดี....แป๊บเดียวร้องไห้แล้วก็หันหน้าหนีแบบว่าไม่อยากพบเจออีกแล้ว......แต่ยังไงก็ส่งมือให้พยาบาลเติมพลัง(ยา)ให้กับเข็มสามารถของตัว...เสร็จแล้วใครเก่งไปรับท้อฟฟี่ได้ ๑ เม็ด......นับเป็นความสามารถและสัมพันธภาพระหว่างเด็กกับพยาบาล.....ไม่ต้องบังคับจับมัดกันให้วุ่นวาย

* งานนี้ครูพรรณา ก็เลยไม่ค่อยเจ็บตัวเพราะได้อยู่ตึกเด็ก...พยาบาลก็เลยดูแลแบบเด็กๆ .... สบายไป

* การงานก็ไม่ต้องห่วง...สอนจบครบทุกห้อง  วิชาเพิ่มเติมก็สอบนอกตารางไว้แล้ว ข้อสอบม. ๑ ส่งแล้วยังไม่ได้เย็บก็โทร. บอกหัวหน้าหมวดจัดการให้ด้วย   ส่วนกิจกรรมเรื่องเล่าเร้าพลังหรือเวที KM นักเรียนก็ได้เด็กๆ ทั้งนักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ขจิต ฝอยทอง  ไปช่วยกันทำให้ ศน. ปวีณา ยิ้มจนเมื่อยแก้มไปเลย

* ตกเย็นก็นอนฟังรายงานความสนุกและความภาคภูมิใจของนักเรียนที่ไปร่วมกันทำกิจกรรม

* ช่วงนี้ขอขอบคุณผู้ทำให้ครูพรรณา มีความสุขกับการผ่าตัด

      - คุณหมอสุเทพ สุทัศนทรวง

      -  พยาบาลและบุคคลากรของโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗

     -  เด็กๆ และผู้ปกครองในหอผู้ป่วยเด็ก

     - ครู อาจารย์ เด็กนักเรียนโรงเรียนบางลี่วิทยาทุกคน

     - นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร น.ส. จิราภรณ์ กาญจรสุพรรณ             น.ส. ลินดา  เนียมเพราะ  และนายสุรศักดิ์  ผิวเผือก  จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

     - อาจารย์ขจิต  ฝอยทอง  จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน 

     - ศึกษานิเทศน์ ปวีณา  ธิติวรนันท์  เขตการศึกษาสุพรรณบุรี ๒