"คุณครูครับการทำความดีทำไมต้องมีขีดจำกัดว่าให้ทำเท่านั้นเท่านี้ ผมสงสัยครับ เพราะคนทุกคนมุ่งทำความดีอยู่แล้ว

          หลังจากนำนักเรียนที่เป็นตัวแทนไปประกวดโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ  เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551  ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต ได้นำประสบการณ์มาเล่าให้นักเรียนที่คอยฟังข่าวรับทราบ..หลายคนดีใจ ภูมิใจ หลายคนมีความสุขที่อย่างน้อยมีคนรู้จักโรงเรียนของเรา  หลาย ๆ..คนตื่นเต้นดีใจ นอกจากนี้ได้แจ้งกฏเกณฑ์กติกาและข้อจำกัดในการประกวดให้นักเรียนทราบด้วย    จึงทำให้เป็นที่สงสัยของนักเรียนคนหนึ่ง   ได้ถามว่า "คุณครูครับการทำความดีทำไมต้องมีขีดจำกัดว่าให้ทำเท่านั้นเท่านี้  ผมสงสัยครับ  เพราะคนทุกคนมุ่งทำความดีอยู่แล้ว"  แทบหาทางออกไม่ได้จึงให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์และสรุปว่า "คนดีมีคุณธรรมต้องเคารพกฏ กติกาและระเบียบ กฏเกณฑ์"

        นับว่าเป็นการบ้านฉบับใหญ่ของครูคิม ....ที่นักเรียนได้ตั้งโจทย์ให้  ทำให้ต้องย้อนคิด ทบทวนถึงเหตุการณ์การประกวดโครงงานคุณธรรมที่ผ่านมา เนื่องจากความเปลี่ยนทางสังคม  ทำให้วัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ขาดความพอดีเกิดขึ้น  เพราะปัญหาที่ทำให้คนเกิดทุกข์ วุ่นวาย สับสน  รวมความว่า "เพราะการขาดสำนึกด้านคุณธรรม"  โดยเฉพาะเยาวชน  จึงมีการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนมาทำความดี  กระทรวงศึกษาธิการซึ่งรับผิดชอบโดยตรงกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน  ได้มีนโยบายหลักให้มีการบูรณาการคุณธรรมพื้นฐาน 9 ประการและหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สู่การเรียนรู้เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนัก ฝึกจนเป็นนิสัย  รวมทั้งโรงเรียนวิถีพุทธ วิถีธรรม เพื่อให้เด็กมีความพอดี ไม่เบียดเบียนคนอื่น มีเหตุผลในการตัดสินใจ  มีวิจารณญาณในการคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ เมื่อเติบโตขึ้นจะได้เป็นคนดีของสังคม ฯลฯ  ทำให้ทราบว่านักเรียนและเยาวชนจำนวนมากมีความสนใจที่จะทำความดี ทำประโยชน์เพื่อสังคม เป็นเรื่องที่น่ายกย่องชมเชย  ถ้าจะให้ตัดสินขอลงความเห็นว่า "ทุกโครงงานชนะเลิศ"  เพราะทุกโรงเรียนมุ่งในการทำความดี 
          ความประทับใจในการนำเสนอกิจกรรมทำดีของนักเรียนตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ช่วงชั้นที่ คือ ป.4 - 6  ไปจนถึงช่วงชั้นที่ 4 คือ ม. 4- 6  ทำให้อยากเห็นการทำความดีของทุก ๆ โรงเรียน  ทุก ๆ หน่วยงานการศึกษา  อยากจะให้เด็ก ๆ นักเรียนทุกโรงเรียนมาร่วมกิจกรรม มารับฟังและชมนิทรรศการ  ทำให้เกิดความคิดว่า "การทำความดีมีขีดจำกัด" ด้วยหรือ  นั่นคือการประกวด การแข่งขัน  เพราะว่าการทำความดีของแต่ละคนมาจากเจตนาที่จะทำความดี  พอที่จะหาความหมายของความดีได้เช่นข้อความที่ยกมาต่อไปนี้

อะไรคือความดี อะไรคือความชั่ว

          เรื่องความดีความชั่วจัดเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่ง ที่จะรู้และเข้าใจ เมื่อรู้และเข้าใจแล้วก็ยังยากที่จะปฏิบัติการเว้นความชั่ว ทำความดีให้สมบูรณ์ได้ ทั้งนี้เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้ปฏิบัติไม่ได้ สมความต้องการและปฏิบัติไม่ได้เสมอไป

          ตามหลักพุทธศาสนา ถือว่า การกระทำ คำพูดหรือความคิดที่เป็นไปเพื่อไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่นให้เดือดร้อนและมีประโยชน์ ถือว่าเป็นความดี ที่ตรงกันข้ามเป็นความชั่ว ที่กล่าวมานี้เป็นหลักกว้าง ๆ อาจมีข้อปลีกย่อยอื่น ๆ อีกที่จะต้องทำความเข้าใจพิเศษอีกมากมาย วศิน อินทสระ    http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/007666.htm
        ทำดีต้องได้ดีแน่ ๆ ความดีใด ๆ ที่เราทำแล้วจะอยู่ที่ตัวเราเองลาภยศสรรเสริญเป็นแต่เพียงผลพลอยได้จากหวังดี ไม่ใช่ตัวความดี บางทีเราอาจจะได้ แต่บางทีก็อาจจะไม่ได้ แต่ตัวความดีนั้นเราได้แน่ ๆ    พระพิจิตรธรรมะพาที  http://www.dhammathai.org/dhammastory/story55.php

          ฉะนั้น จงทำความดีเพราะรักในความดี อย่าทำความดีเพื่อหวังผลตอบแทน ถ้าทำความดีเพื่อหวังผลตอบแทน ความดีที่เราทำจะไม่ใช่ความดีแท้ เปรียบเหมื่อนการให้ทานแก่คนอื่น ถ้าเราให้โดยหวังสิ่งหนึ่งตอบแทนการให้นั้นไม่จัดเป็นทานแต่เป็นการค้าเพื่อหวังผลกำไรไป ความจริง ความงาม ความดี สามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ยึดเป็นหลักสำหรับดำเนินชีวิตของท่านมาโดยตลอด ท่านพยายามเน้นให้เห็นว่าหลักการทั้งสามนี้เป็นสิ่งที่จะต้องไปด้วยกัน จะนำมาใช้เฉพาะอันใดอันหนึ่งนั้นไม่เหมาะอย่างยิ่ง เช่น บางคนอาจยึดถือความจริง แต่ทิ้งเรื่องความงาม และความดี หรือบางคนอาจทิ้งความจริง ความดี แต่ยึดถือสิ่งที่เป็นความงามเท่านั้น เป็นต้น  http://intuitionflow.blogspot.com/2005/06/blog-post_17.html
         การประกวดนับว่าเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ การทำความดีต้องมีขีดจำกัดว่า ทำได้แค่ไหน  ทำตามกฏเกณฑ์เพียงใด