วันที่5 นักเรียนโข่งนัดพบกันที่สถาบันพระปกเกล้า
เพื่อระดมสมองพิจารณาปัญหาประชาธิปไตยกลัดหนอง
หลังกลับจากการศึกษาดูงานภาคใต้
เราพบว่าปัญหาความขัดแย้งในสังคมระเบิดระเบิงไปทั่วราชอาณาจักร
แปลกแยก แยกเรื่อง แยกพวก ซับซ้อนสะท้อนทรวง
ทุกกรณีเดินมาถึง..จะเอายังไงละพี่น้อง สู้หรือไม่สู้ ไล่กันไปไล่กันมา
ไม่มีฝ่ายไหนยอมออมชอมกัน แข็งกร้าว แข็งตึงเหมือนหนังกลอง
ประกาศโทษก็แล้ว ประกาศภาวะฉุกเฉินก็แล้ว ทุกอย่างยังอึมครึมเมี๊ยนเดิม!!
แต่ละฝ่ายใช้วิธีโต้กันไปโต้กันมา หาเหตุผล หาความชอบธรรมมาสนับสนุน
เสียงแหบเสียงแห้งไปตามๆกัน
ฝ่ายหนึ่งโต้ในสภา พิจารณางบประมาณ ท่ามกลางกระแสกระพือโหม
ไม่เอา ไม่ใช่ ไม่ชอบ ไม่หนี ไม่ถอย ไม่ๆๆๆอะไรทั้งนั้น
อีกฝ่ายสนุกครึกครื้น มีดนตรีร้องรำทำเพลง สลับการอภิปรายนอกรอบ
เปิดยุทธการวิ่งสู้ฟัด ประกาศเป็นสงครามครั้งสุดท้าย
ทุกกรณีเป็นปรากฏการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยแบบไทยๆครับพี่น้อง
บ้านเมืองเราพัฒนาเรื่องประชาธิปไตยแบบตาบอดคลำช้าง
ปิดสื่อปิดกั้น มันก็เลยรู้เรื่องช้า พากันเรียนแบบขยักขย่อน ตามมีตามเกิด
ในระบบการศึกษา หลักสูตร ตำรา วิชาประชาธิไตยไม่มีการขานรับอย่างเป็นระบบ
โครงสร้างประชาธิปไตยกำมะลอ เล่นตลกยังไงก็ได้
อ้างประชาธิปไตยทั้งๆได้คะแนนมาแบบไม่ชอบมาพากล
ทำเล่นๆหลบๆเหมือนลิงหลอกเจ้า..
มาบัดนี้ ชาวไทยทนดูคนที่เลือกไปใช้อำนวจแทนปวงชนมาหลายสมัยแบบสงสัยว่า
ใช้อำนาจอำพรางสร้างกลไกพิกลพิกาล วางรากฐานให้ประชาธิปตายเป็นช่วงๆ
หมุนเวียนกันบริหารอำนาจเพื่อกลุ่มเพื่อพ้องมากกว่าเพื่อส่วนรวม
ล้วงลูกไปทุกวงการจนระบบสะส่ำระสาย บอนไซระบบราชการและหน่วยงานต่างๆ
ที่ซ้ำร้าย..แต่งตั้งพวกพ้องขี้เหร่ยังไงก็ให้เป็นรัฐมนตรี
ไม่สนใจเสียงยี้ ย่ำยีความรู้สึกของคนที่เขาลงคะแนนเสียงให้
ความอดทน..จึงถึงจุดระเบิด ยังไงละพี่น้อง
ประเด็นยั่วยุก็เป็นชนวนสำคัญ ออกสื่อโต้ตอบท้าทายกัน
ความไม่ลงรอยกัน หมดความไว้วางใจระบบ
ลามปามไปถึงไม่เกรงกฎหมาย รุกลามไปจนถึงขั้นยึดที่ทำการรัฐบาล
กฎหมู่กำลังพัฒนาตนเองอย่างก้าวกระโดด
แต่ละฝ่ายถอยช้าเท่าใด ดึงเกมส์ลาออกนานไปเท่าใด
ประชาชนจะได้เรียนรู้เรื่องสิทธิหน้าที่พลเมืองมากขึ้นเท่านั้น
ผู้รู้ ทุกสาขาอาชีพก็จะออกมาให้ความรู้หลายแง่หลายมุม
มันสมองไทยจะได้ขับเคี่ยวกันเต็มสติกำลัง
พื้นที่เรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยเปิดกว้างขึ้น
คนไทยจะใส่ใจเรื่องอำนาจหน้าที่ของตนอย่างจริงจังมากขึ้นๆ
ถ้ายังไม่เหนื่อย ยังมีแรงชักขะเย่อ ก็ตอแยกันต่อไป
แต่ละวันอาจจะสูญเสียอะไรไปบ้าง
แต่คนไทยก็จะได้เรียนวิชาการเมืองจากโจทย์สดๆร้อนๆ
บางทีอาจจะคุ้มทุนคุ้มค่าในระยะยาวก็ได้นะขอรับ
คนที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่
ขอบอก..เปิดหูเปิดตาได้แล้ว ดื้อตาใสต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
ขอเชิญชวนเปิดใจเรียนวิชาประชาธิปไตยกันเถิดนะครับ
ก่อนที่ประชาธิปไตยจะเฉาตาย!! หรือถูกมัดมือชกไปกว่านี้
ไม่ออกก็ไม่เป็นไร แต่คนไทยควรเรียนรู้ เบื้องหลังว่า..
ทำไมไม่ออก กลั้นและอั้นไว้เพื่อเหตุอันใดมิทราบ
สวัสดีครับพ่อครูบา
คิดถึงครับ...อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...ทุกอย่างเริ่มจากผลประโยชน์...ที่ไม่เข้าใครออกใคร ท้ายสุดความขัดแย้งก็โยงลามไปเรื่องอื่น ๆ ไปเรื่อยเปื่อย....ผลกระทบย่อมเกิดกับประชาชนตาดำ ๆ
เขาเอาประเทศไทยไปเล่นขายของกันครับ...ก็กูแน่กันทุกคน
โชคดีครับผม
สวัสดีจากสิบสองปันนาครับ
เห็นด้วยกับความเห็นที่แล้วครับ อยากให้ทุกคนเรียนรู้เข้าใจถึงว่าอะไรอารยะ อะไรไม่อารยะ
ทุกคนที่อ่านภาษาอังกฤษออก ถ้าเข้าไปอ่านในนี้
ข้อสี่บอกว่า "ในอารยะขัดขืน หากมีหมายจับผู้กระทำ ผู้กระทำจะมอบตัวเองโดยไม่มีการขัดขืน และยอมรับโทษตามกฏหมาย"
สิ่งที่แกนนำทำ (ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน) มันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงครับ
ขอบคุณครับ
ท่านครูบาฯ ครับ
ผมนายโชคธำรงค์ จงจอหอ มารายงานตัวครับ เป็นนักศึกษา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เคยไปอยู่ที่ มหาชีวลัยอีสาน
ไปบ้านแม็กดำด้วยครับ
อื่ม พอดีหายไปเขียนวิทยานิพนธ์ครับ เลยไม่ได้โผล่มาร่ายรำอะไร
ตอนนี้จบเรียบร้อยแล้ว ทำเรื่องสวนส้มบางมดครับ ต่อไปคงได้มาเยี่ยมบ่อยขึ้นครับผม
อ้อ เรื่องการเรียนรู้สิทธิพลเมืองจากโจทย์ สด ๆ ร้อน ๆ
ผมเอง ก็ ไม่กล้าไปรวมกลุ่มประท้วงอะไรมากนัก แบบ นิ่ง ๆ ไว้กอ่นครับ
ไม่รู้ว่าจะเป้น คนขี้ขลาดเกินไปไหม
ผมคิดว่า ผมทำอะไรได้ไม่มาก เลยไม่เต้นอะไรไป
จะเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนกลไก ผมทำไม่ได้หรอกครับ
ที่ผมทำได้ คือ เปลี่ยนแปลงตัวเองครับ
ผมทำได้แค่นี้ ไม่รู้จะดีพอที่เกิดมาเป็นคนไทยไหมนะครับ
ขอให้ครูบาฯ มีความสุขมากๆ ร่างกายแข็งแรง โชคดีตลอดไปครับ
ขอบคุณมากครับ
ถือว่า วิกฤติครั้งนี้ ทำให้คนไทยเรียนรู้ประชาธิปไตย
มองโลกในแง่ดีค่ะ
โอ้โห...อาจารย์ปริญญา ให้ความคิดเห็นที่ โดนใจพี่หนิงมาเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เมื่อ ศ. 05 ก.ย. 2551 @ 02:13
812680 [ลบ]
ถ่วงน้ำหนักกันดูดีไหมครับ
อย่างไหนจะสำคัญ และมีมากน้อยกว่ากัน
คนไทยจะเรียนวิชาประชาธิปไตยได้อย่างไรบ้าง?
นี่คือคำขอ คำชี้แนะ จากท่านผู้รู้
สวัสดีค่ะ พ่อครู ฯ
กำลังเรียนรู้อย่างขมักเขม้นในเรื่องนี้ค่ะ
เพราะ
(^__^)
วันนี้ลงใต้อีกแล้ว เลยหิ้วเมนูนี้มาฝากพ่อครู ฯ ค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีครับคุณครู,
ผมเองไม่ใช่ผู้สันทัดทางการเมืองนักครับ แต่เนื่องจากผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างศึกทั้งสองฝั่ง .... ผมจึงพอมีความเห็นของผมบ้างครับ ผมไม่มั่นใจ ว่ามันจะดีหรือไม่ .... ต้องขอรบกวนพื้นที่ของคุณครูแล้วครับ
ตัวผมมองว่า สิ่งที่พธม.ทำอยู่เกือบทั้งหมดนั้น ไม่ผิดเลยครับ
ไม่่ว่าจะเป็นการชุมนุม การละเมิดล่วงล้ำสถานที่ราชการ ฯลฯ แต่ผมเพียงอยากให้แกนนำแสดงความเป็นผู้เสียสละและห่วงประชาชนมากกว่านี้เท่านั้นครับ
การที่แกนนำยืนอยู่ท่ามกลางประชาชนเมื่อตำรวจมาจับกุม เป็นการกระทำที่ขาดความเสียสละอย่างมากครับ และเหมือนกับเป็นการยั่วยุให้ตำรวจใช้ความรุนแรงทั้งๆที่เขาสามารถเดินออกไปมอบตัวได้แต่โดยดีและให้ผู้ชุมนุมที่เหลือชุมนุมประท้วงต่อไป
ซึ่งตรงนี้
ผมมองว่าตรงนี้เหมือนกับการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว มากกว่าจะมองว่าเป็นการยอมเสียอย่างเพื่อให้ได้อีกอย่างครับ
ผมต้องขอโทษคุณครูด้วยครับที่ต้องขอแสดงความเห็น ผมเองมิได้มีเจตนาจะชี้นำหรือสอนสั่งแต่อย่างใด ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ครับ
เพียงแต่ผมเองก็ห่วงประชาชนครับ ห่วงชุมนุมพธม. จึงต้องการให้แกนนำแสดงความห่วงใยพวกเขามากกว่านี้ด้วยครับ อย่างน้อย พวกเขาเหล่านั้นก็เคารพแกนนำอย่างแท้จริง ชีวิตของพวกเขา ความปลอดภัยของพวกเขา แกนนำควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการเสียสละตนเองครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
* กำลังเรียนไปกินไปค่ะ
*
ไก่ย่างไทรโยค ส้มตำปลาร้าการ์ตูนมุกดาหาร
* แรกๆ ก็ประชาธิปไตย (เข้าแถวตามลำดับ)
* ต่อมาก็ล้มวงกินค่ะ
* ???????/
สิ่งที่เสนอมานะดีแล้ว อย่ากังวลอะไร
เรากำลังเรียน สิ่งที่ไม่รู้ก็ต้องเรียน สิ่งที่รู้ก็ควรเรียนให้มากขึ้น
เรียนจนรู้นี่ไม่ง่ายเลย
จึงอยากได้ความคิดเห็นมากขึ้น หลากหลายเชิงความคิด
ดังที่บอกแล้วไม่มีใครผิด หรือ ถูก จุดสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น
อยู่ที่เราจะเอาชุดความรู้อะไรมาตัดสินปัญหาครับ
อาหารมาหลายเมนู
วันนี้เสนอน้ำพริกเห็ด ต้มหน่อไผ่ใส่ขาสุกร ผัดสะตอ
กับอินทผาลัมสด
ผมคิดเหมือน พ่อครูครับ
ผม ชอบ เรื่อง ทีวีท้องถิ่น อยากให้มีนานแล้ว ผมเคยบ่นๆ ออกใน รายการวิทยุหลายครั้งว่า ทีวีชุมชน ควรจะมี ทุกจังหวัด โดยอิสระจาก รัฐบาล ให้ชุมชนจัดรายการกันเอง รับรองว่า มี การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเกิดขึ้นแน่ๆ
ในต่างประเทศ "คิดแตกต่าง ไม่ใช่ศัตรู"เขาฝึกกันมาตั้งแต่เล็กๆ ทำ AAR กันบ่อยๆ
ใครจะด่ารัฐบาล แฉรัฐบาล สามารถทำได้เสรี เช่น พูดใต้ธงชาติ หรือ ยืนบนเก้าอี้ หรือ มีสถานที่ Hyde park ให้แสดงออก โดย ไม่ถือว่า หมิ่นประมาท ไม่ผิดกฏใดๆ
ในใจคนเราแต่ละคน ต่างก็มี "สัญญา" (จำได้ หมายรู้ ติดใจ ฝังใจ) หรือมี Mental model ที่ต่างกัน มี blind spot มีปมในใจต่างกัน ฯลฯ หากไม่ เรียนรู้ ที่จะ แยกแยะ กุศล อกุศล ไม่มองตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสรรพสิ่ง ก็จะ ชวนวิวาท ชวนกันทะเลาะ มันเป็นธรรมดา
คิดต่างกัน ก็อย่าทะเลาะกันนะครับ ถือเป็นโอกาส ฝึกจิต ฝึกสติ
ประเทศไทย ที่ สิ่งดีๆ คุ้มครอง ผมมั่นใจ ... ทุกอย่างที่เกิด เป็น บทเรียน สอนคนไทยครับ
วันที่8-9 มีการจัดอารยะชื่นมื่นที่พิษณุโลก
ถ้าพระอาจารย์ว่างขอเรียนเชิญนะครับ
จะบินไปเช้า-เย็นกลับ วันใดวันหนึ่งก็ได้
โปรแกรม..ตามข้างล่างครับ
กำหนดการ ป่วนเมืองสองแคว
8 กย. 2551
07.00 น. รับ ครูบาฯ ที่สนามบินพิษณุโลก
09.00 น. เฮฮาศาสตร์สองแคว
12.00 น. ทานอาหารเวียตนาม ที่ร้านนกเล็ก ( ทางไปบึงพระ )
14.00 น. อบรมการเขียนบันทึก ลานปัญญา
17.00 น. สมาชิกลานปัญญาเชียงราย กำแพงเพชร เดินทางมาถึง
19.00 น. ล่องเรือลำน้ำน่าน ทานอาหารค่ำ ( แพสองแคว )
( ปิดข่าวนะครับ มากันแล้ว 29 คน )
21.00 น. เดิน NightBazaar กินไอติมซ่าหริ่ม
22.00 น. เด็กๆนอน ผู้ใหญ่คุยกันต่อ
9 กย. 2551
07.00 น. ข้าวเลือดหมู ชูกำลัง
09.00 น. การวางแผนงาน ( วางแผนชิงตัว )
11.30 น. ก๊วยเตี๋ยวห้อยขา ไหว้พระพุทธชินราช
ต่อด้วยส้มตำปูเสื่อ
14.00 น.
-15.30 .น “ บทบาทท้องถิ่นกับการจัดการศึกษา ”
โดยครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
ห้องจุฬามณี 1 เทศบาลนครพิษณุโลก
( กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่จอมป่วนครับ )
15.30 น. อบรมการเขียนบันทึก ลานปัญญา
19.00 น. อาหารค่ำ ร้านบ้านไม้
21.30 น. ส่งครูบาฯ ที่สนามบินพิษณุโลก ( เครื่องออก 22.15 น. )