เมื่อวาน (20 สิงหาคม 2551) ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรได้ต้อนรับหน่วยงาน สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำการจัดการความรู้มาใช้ในหน่วยงาน
เนื่องจากคณะที่มาศึกษาดูงานมีจำนวนมากประมาณ 50 คน ห้องประชุมของสำนักงานกษตรจังหวัดกำแพงเพชรไม่เพียงพอที่จะรองรับคณะศึกษาดูงานได้ เราจึงได้ขอใช้ห้องประชุมซุ้มกอของศูนย์ราชการจังหวัดเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เวลาที่นัดหมายไว้คือ 13.00 น
ทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรที่ไปร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์มีผม พี่สายัณห์ คุณดรรชนี และนักส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร อีก 3 คน ซึ่งพวกเราไปเตรียมการห้องประชุมตกันตั้งแต่เที่ยงเศษ ๆ
- ทีมนักส่งเสริมการเกษตรในระดับอำเภอเมืองกำแพงเพชร

คุณอรวรรณ เก่งสนาม และน้องบุ๋ม นางสาว สุพี วนศิรากุล นักส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมือง
คุณสมพร จันทร์ประทักษ์ นักส่งเสริมการเกษตรจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร
คุณอรวรรณ เก่งสนาม และคุณสมพร จันทร์ประทักษ์ มาร่วมแลกเปลี่ยนในฐานะนักส่งเสริมการเกษตรที่ปฏิบัติงานในภาคสนาม ส่วนน้องสุพี วนศิรากุล มาร่วมแลกเปลี่ยนในฐานะของนักส่งเสริมการเกษตรมือใหม่ ที่ผ่านกระบวนการสอนงานของหน่วยงาน
- ทีมนักส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร

ผมและ อ.เขียวมรกต

คุณดรรชนี เมธเศษฐ
สิ่งที่พวกเราได้เตรียมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้-แลกเปลี่ยนประสบการณ์ นั้นเราได้เตรียมบางส่วนของเอกสารที่ได้บันทึกจัดเก็บและเล่าเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่อดีต รวมทั้งนำโปสเตอร์บางส่วนมาร่วมนำเสนอเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ด้วย

เอกสารและโปสเตอร์
เนื่องด้วยการเดินทางของคณะของ สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวจากส่วนกลางต้องใช้เวลาพอสมควร เราเริ่มกระบวนการแลกเปลียนประสบการณ์กันเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น กระบวนการนั้นก็เริ่มกันอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ไม่มีพิธีรีตรองอะไร หลังจากการพูดคุยถึงจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ และทีมงานของเราแนะนำตัวกันเสร็จ ก็เริ่มด้วยผมเป็นคนนำเสนอความเป็นมาและประสบการณ์การพัฒนาการทำงานส่งเสริมการเกษตรโดยใช้การจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หลังจากนั้นก็เป็นการสอบถาม และแลกเปลี่ยนเปลี่ยนประสบการณ์

บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เนื่องจากหน่วยงานของทั้งผู้เหย้าและผู้เยือนต่างก็มีบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้น ในการให้ข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นจากประสบการณ์ที่ผ่านๆ มา หากจะนำการจัดการความรู้มาปรับใช้ในหน่วยงานนั้น พวกเราหลายๆ คนต่างก็ให้ข้อคิดซึ่งพอจะสรุปได้อย่างย่อๆ ดังนี้
- ทุกหน่วยงานไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ ให้มองหาทุนของหน่วยงาน ซึ่งทุกหน่วยงานนั้นมีอยู่แล้ว
- ขอให้มองการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการทำงาน ในการพัฒนาองค์กร อย่างมองการจัดการความรู้เป็นเป้าหมาย
- ต้องสร้างทีมทำงาน/หาทีมงานที่มีใจ (จิตอาสา) บางครั้งทีมงานก็ไม่ต้องเป็นทางการก็ได้
- การจัดการความรู้ไม่มีสูตรสำเร็จ อยู่ที่การประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม
- ในการเริมต้นขอให้เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน
- เริ่มจากความสำเร็จที่มีอยู่ก่อนแล้ว
- ปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงาน
- ทำไป ปรับไป หรือทำไปเรียนรู้ไป
- หากเป็นไปได้ก็หาทางลัดที่จะไปสู่การพัฒนาที่คิดว่าเหมาะสม
- ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด
- ให้ระวังหลุมดำ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำงาน และบางครั้งตัวเราเองนั่นแหละคือหลุมดำ
- การบันทึกความรู้เพื่อแลกเปลียนกัน สามารถใช้เว็บบล็อกของ gotoknow.org ได้ (อิอิ...คณะที่มานี้ไม่มีบล็อกเกอร์เลยแม้แต่คนเดียวเสียดายจัง หากมีเวลาจะช่วยเปิดบล็อกให้ซัก 1-2 บล็อก)
- ฯลฯ
ประมาณ 16.30 น. ทีมงานของ สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จะต้องเดินทางต่อไปที่จังหวัดตาก และพรุ่งนี้จะไปดูงานที่โรงพยาบาลบ้านตาก พวกเราก็เลยฝากความคิดถึงไปยังทีมงานคุณอำนวยของโรงพยาบาลบ้านตากเสียเลย...อิอิ จากนั้นก็จึงล่ำลาแยกทางกัน...
ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุดนะครับ
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 21 สิงหาคม 2551
การแลกเปลี่ยนค่อนข้างยาก ในบริบทที่แตกต่างกัน
เอาว่าคุยเรื่องทั่วไป..ก่อน
แต่ทีมงานเข้ม...จัง
ขอบคุณมาก
มาแวะให้กำลังใจและชื่นชมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่สิงห์ป่าศักดิ์
แหมเราคอเดียวกัน เดี๋ยวนี้พี่ๆเพื่อนๆว่า เธอนี่ทำอะไรก็ เป็น KM ไปหมด ก็มันไม่ใช่เรื่องยาก ดีกว่าไปยืนพ่นปาวๆที่หน้าห้อง แล้วผู้ฟังเขาอาจจะไม่รู้เรื่อง เอามาใช้ไม่ได้จริงกับบริบท แต่อย่างคุณสิงห์ว่า น่ะใช่เลย