ดี เก่ง กล้า ราคาถูก
เป็นคำจัดความของ “ข้าราชการ” ที่สังคมไทยต้องการ
ผู้ให้คำจัดความที่เฉียบคมดังกล่าวคือ คุณกฤษฎา อุทยานิน ที่ปรึกษาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในวันงาน “cobweb party” ศิษย์เก่าพบศิษย์ปัจจุบัน คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
-
“ดี” ข้าราชการจำเป็นต้องเป็นคนดี เพราะเป็นผู้มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ
-
“เก่ง” ข้าราชการจำเป็นต้องเป็นคนเก่ง เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ หากไม่เก่ง คิดไม่เป็น ทำไม่เป็น ก็พาประเทศไม่รอด
-
“กล้า” ข้าราชการเป็นคนดีและเก่งยังไม่พอ เพราะการกำหนดนโยบาย ย่อมมีหลายทางให้เลือก มีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ แม้ไม่ใช่คนตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ข้าราชการสามารถตัดสินใจเพื่อเสนอทางเลือกเพียงหนึ่งหรือสองทางให้ฝ่ายการเมือง หากไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าต่อสู้กับความถูกผิด นโยบายประเทศก็อาจจะไม่ตอบสนองต่อคนส่วนใหญ่ ไม่รักษาผลประโยชน์ของคนในประเทศ
คุณกฤษฎาบอกว่า ข้าราชการอาจจะยอม แต่การยอมก็มีอยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น ถึงที่สุดต้องมีความกล้า.. กล้าหาญ..ที่จะสู้กับความไม่ถูกต้อง
สุดท้าย “ราคาถูก” คงไม่ต้องอธิบายเพราะเงินเดือนข้าราชการต่ำเตี้ย (แม้จะมีสวัสดิการ)
เมื่อ “requirement” หรือ คุณสมบัติสามข้อแรกสูงออกปานนั้น แต่คุณสมบัติข้อสุดท้ายกลับกลายเป็นจุดหักมุม
“ของดีราคาถูก” จะหาได้หรือ ผลสุดท้ายก็มีคน “ดี เก่ง กล้า” ยอมเข้ามาอยู่ในระบบราชการเพียงไม่กี่คน
*************
ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนดี เก่ง กล้า ที่ฐานะครอบครัวอยู่ในเกณฑ์ดีหรือพอใช้ ไม่เดือดร้อน ได้หันมาเห็นความสำคัญในการทำงานภาครัฐ....
ยากยิ่งในสังคมปัจจุบัน... เพราะครั้งหนึ่งในอดีต ข้าราชการเป็นอาชีพที่มีเกียรติ แต่ปัจจุบันนอกจาก “ราคาถูก” แล้วยังดูเหมือนจะเริ่ม “โหลยโท่ย ไร้ศักดิ์ศรี” ยังไม่รวมถึง “ระบบราชการ” ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้เรื่อง
ยิ่งเราต้องการภาครัฐที่เล็กลง เราก็ยิ่งต้องการคนของรัฐที่เก่ง ดีและกล้ากว่าเดิม
ไม่ใช่ภาครัฐที่ใหญ่เทอะทะ ปล่อยให้ผู้มีอำนาจเงินมาซื้อคนของรัฐและกุมอำนาจรัฐอย่างที่เป็นอยู่...
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคนยอมเดินตามหลังนักการเมืองอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ทั้งที่รู้ๆกันอยู่ว่า นักการเมืองคนนั้นไม่ดี เห็นแล้วรู้สึกสงสารประเทศไทย... สงสารบรรพบุรุษที่อุตสาห์ช่วยสร้างชาติกันมา
ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่งลงไปกว่านี้อีก สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างมุมมองของนักศึกษาในการเลือกอาชีพให้กว้างกว่าเดิม... กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสังคม กพ.อาจต้องหันมาทำงานเชิงรุกมากขึ้นในการดึงคนดี คนเก่ง คนกล้า เข้ามาทำงานในภาครัฐ
ที่สำคัญที่สุด ....คนที่อยู่ในภาครัฐต้องเข้าใจเกียรติภูมิของตัวเอง … ที่เข้ามาทำงานเพื่อสาธารณะ...
ดีก่อนเก่งหรือว่าเก่งก่อนดี.. ดีก่อนนะแล้วค่อย พัฒนาไปสู่ความเก่ง แล้วก็จะกล้า โดยเฉพาะกล้าคิดกล้าทำกล้าพูดในสิ่งดีๆ.. คิดเก่ง พูดเก่ง แต่ไม่กล้าทำอย่างนี้ก็ไปไม่รอด..มีคำกล่าวบอกว่า ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์มีน้อยที่มีมากคือ ศาสนาพูดกับศาสนาคิด ศาสนาทำก็เลยไม่เกิด..เราต้องมาสร้างนักทำที่ประสบความสำเร็จในงานนั้นให้มากกว่า นักรู้ นักคิดซึ่งนับวันจะมีมากๆขึ้นๆ..สาธุๆ
"จงเห็นค่าของคน...ให้เหนือกว่าผลของงาน"
นมัสการพระคุณเจ้า
ธรรมะของพระพุทธและคำสอนของพระคุณเจ้าจะเตือนสติพวกเราทุกคน..สาธุ
สวัสดีค่ะอาจารย์ปัท
อยากเชิญชวนอาจารย์ปัทและนักศึกษาของเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์มาเข้าร่วมโครงการ "ดาวแห่งความดี V-Star" ค่ะ ...เป็นโครงการที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯทำร่วมกับสถาบันการศึกษาทุกระดับค่ะ...หากอาจารย์ปัทสนใจ พี่จะส่งข้อมูลรายละเอียดของโครงการฯให้ทราบนะคะ
วันที่ 8 สิงหาคมจะมีการทำบุญใหญ่ตักบาตรพระภิกษุสงฆ์นับพันรูปที่มธ.ศูนย์รังสิตนะคะ (คิดว่าอาจารย์ปัทคงทราบข้อมูลบ้างแล้วใช่ไหมคะ) ฝากอาจารย์ปัทช่วยปชส.ให้คณาจารย์และนักศึกษาได้ทราบทั่วถึงกันด้วยนะคะ(ทีมของม.เกษตรศาสตร์จัดใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 1,111 รูปเมื่อช่วงงานรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยตอนต้นเดือนมิถุนายนแล้วค่ะ)สำหรับข้าวสารอาหารแห้งส่วนหนึ่งจะนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่ะ และต่อเนื่องในวันที่ 9 สิงหาคมจะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวนถึง 10,000 รูปที่เยาวราชด้วยค่ะ หากมีเวลาชวนคนที่เรารักไปร่วมทำบุญใหญ่นี้ด้วยกันนะคะ
อนุโมทนาบุญล่วงหน้าค่ะ
เรียนอาจารย์ตุ้ม
ขอบคุณสำหรับข่าวสาร และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับโครงการ "ดาวแห่งความดี V-Star" ค่ะ
8-9 สิงหาคม อาจารย์และเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งจะวุ่นกับการเตรียมซ้อมรับปริญญา รุ่นเด็กๆ เตรียมซุ้มแสดงความยินดีรุ่นพี่ แต่หวังว่าทุกคนคงจะไม่ยุ่งจนไม่มีเวลาสำหรับการทำบุญและทำความดีค่ะ
คุณยอดดอย ..สวัสดีค่ะ
ความเหลื่อมล้ำเป็นแรงผลักที่วิกฤติมาก นอกจากข้ารวชการแล้ว คนจนกว่าข้าราชการก็มีมาก ...พวกเขาเหล่านี้ นอกจากต้องต่อสู้กับความขัดสนแล้วยังต้องต่อสู้กับจิตใจตนเองและจัดการตนเองให้พลังด้านสูงเป็นฝ่ายชนะ ไม่เช่นนั้น คนที่ทำผิดคงจะเต็มเมือง ทุกคนจะอ้างเหตุผลเดียวกันว่า "เพราะจน" ...
ข้าราชการจึงอ้างความจนในการทำผิดไม่ได้.. เพราะมีคนจนอีกเยอะที่สุจริต (หรือเพราะเขาไม่มี "อำนาจ" ในมือ ?)
ที่จริง ...กลายเป็นคนไม่จน คนที่อยู่ใกล้อำนาจต่างหาก ที่สร้างปัญหามาก
แก้ความเสี่ยงที่คนจนจะไม่ทำผิด ต้วยการสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมที่ดี ไม่ให้พวกเขาต้องเหนื่อยเกินไป
แก้ความเสี่ยงที่คนอยู่ใกล้อำนาจจะทำผิด ด้วยการที่สังคมไม่นิ่งเฉยเมื่อเห็นคนทำผิด ไม่ยอมรับคนที่ไม่สุจริต แม้ว่าเขาจะเก่งราวเทวดา..
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว หวังว่าอาจารย์สบายดีนะคะ