ไม่ได้เขียนบันทึกหลายวัน  ไม่ได้ลืมครับแต่เป็นด้วยเหตุผลเดิมๆ คือเรื่องภารกิจ + สุขภาพที่ไม่ค่อยจะน่าปรารถนาสักเท่าไร  ความจริงทุกวัน ทุกเรื่องที่ทำล้วนมีประเด็นที่น่ารู้ น่าคิด น่านำมาแลกเปลี่ยนเสมอ  อยากเขียนทันทีที่จบภารกิจ และยังรู้สึกอิน กับเรื่องเหล่านั้น  แต่ทำได้แค่คิดตลอดมา  จนเคยเป็นทุกข์ใจกับสิ่งที่ไม่อาจทำให้เป็นไปอย่างใจเราคิด ..

     ดูปฏิทินการเขียนบันทึกแล้ว เจอภาพ "ฟันหลอ" มากๆก็ไม่สบายใจ .. แต่หลังๆมานี่ชักปรับใจได้แล้ว  ด้วยการทำใจยอมรับสิ่งที่เป็นไป แล้วมาลงเอยที่ พอใจเท่าที่ทำได้  แล้วก็ "เช่นนั้นเอง" ไปเรื่อยๆ 

    วันนี้สอนเสร็จช่วง 11.00 น. เข้าไปที่สำนักงานคณะเพื่อติดตามเรื่องราวบางอย่าง  พลันก็ได้รับโทรศัพท์จาก มรภ.พระนคร เห็นว่าท่านรองฯ ดร.อรุณี  สำเภาทองทาบทามขอให้ไปช่วยสอน นักศึกษา ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่ศูนย์สมุทรปราการ  แม้ว่าจะวุ่นๆอยู่หลายเรื่อง  แต่ก็ไม่พ้นนิสัยเดิมคือรับไว้ก่อน .. อยากทำ  เลยบอกให้จนท.ที่ประสานงานเรื่องนี้ ส่งข้อมูลและตารางเรียนมาให้ทาง e-mail  พอเขาถามรายละเอียดส่วนตัวก็บอกไปแค่ชื่อ นามสกุล แล้วบอกต่อว่า ที่เหลือให้ลองเข้า Google และ Search ด้วยคำ " ลานปัญญา "  ดูก็จะได้รู้อะไรมากขึ้น .. ถือโอกาส Promote Blog ที่ G2K ไปด้วยเสียเลย .. อิ อิ อิ

    เสร็จจากเรื่องดังกล่าวก็มาคิดว่าควรเขียนบันทึกสักเรื่อง  แล้วบรรดาหัวเรื่องที่จะเขียนก็ประดังประเดเข้ามาในความคิด ทั้งเรื่องประสบการณ์ปลีกย่อยในห้องเรียน  เรื่องการไปนิเทศนักศึกษาฝึกสอน  เรื่องการอบรมเรื่อง  Blog แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งผ่านไป และเกร็ดความรู้จากการแก้ปัญหาโน่นนี่อีกหลายเรื่อง ..

    แต่แล้วความที่ยังมึนๆ เพราะร่างกายมันรู้สึกอ่อนล้า จากการนอนไม่พอเมื่อคืนที่ผ่านมา  ก็เลยตัดสินใจ เขียนเรื่องที่แสนธรรมดา คือเรื่อง  ยอดมะกอกหลังบ้าน

    เรื่องมีอยู่ว่า .. หลังบ้านผมเคยมีมะม่วงต้นหนึ่ง มีร่มเงาให้เรามาหลายปี  และได้ตายไปแล้ว  หลังจากนั้นก็มีไม้ยืนต้นขึ้นเองมาต้นหนึ่ง  ใบเล็กๆ  โตมาเรื่อยๆโดยผมก็ไม่ได้สนใจดูว่าเป็นต้นอะไร  เขายืดตัวเองสูงขึ้นเรื่อยๆเพื่อรับแสงแดด  ต้นเล็กเท่าแขนแต่สูงขึ้นไปถึงลานซักล้างที่ชั้นสองของตัวตึก  ช่วงหนึ่งก็เลยใช้เชือกมัด ดึงให้เขาโน้มเข้ามาให้ร่มเงาที่ลานชั้นสองนั้น   แต่อยู่มาก็ดูจะสูงมากขึ้นและโงนเงนไม่น่าดู  และดูจะหักโค่นได้ง่ายเมื่อลมพัดแรง  ระยะนั้นเองมีคนบอกว่ามันคือ ต้นมะกอก  คนบอกได้เก็บยอดไปจิ้มน้ำพริกมาแล้วด้วย  เราเองก็เป็นมนุษย์ชอบผักเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วก็เลยลองดูบ้าง  เปรี้ยวๆ ฝาดๆ รสชาติถูกใจครับ  หลังจากนั้นก็กลายเป็นแหล่งผักปลอดสารพิษให้เราไปโดยปริยาย 

    ล่าสุดผมตัดสินใจทำสิ่งที่ต้องฝืนใจเกี่ยวกับมะกอกต้นนี้ นั่นคือการตัดกิ่งตัดลำต้นทิ้ง  ให้เหลือสูงจากพื้นแค่ประมาณ 2 เมตร โดยมีกิ่ง-ใบ เหลือติดต้นอยู่เพียงเล็กน้อย  ทำไปก็หวังให้เขามีพุ่มที่สวยงาม ไม่สูงชลูดจนอาจเป็นอันตรายเมื่อลมแรงพัดมา  ที่ว่าฝืนใจก็เพราะว่า  ตอนตัดทำลายกิ่งก้านนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่า เราทำร้ายเขา  เราไม่ยอมให้เขาเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ  ทำร้ายเขาเพื่อตามใจเราหรือเปล่าหนอ  แต่คิดในแง่ดีก็คือ เขาจะได้อยู่อย่างมั่นคง  จะว่าไปก็คือทำไปด้วยเมตตานั่นเอง  ก็เลยสบายใจขึ้นครับ

    หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็แตกกิ่งออกเป็นช่อ เป็นพุ่มสวยงามมากขึ้น  ที่สำคัญมียอด มีใบอ่อนให้เก็บเป็นผักสดได้อย่างเหลือเฟือ เรื่อยมา  จนเราต้องเลี่ยงๆไปทานผักอื่นที่หลากหลายแทนบ้าง แม้ยอดมะกอกจะมีให้เด็ดมาเป็นอาหารได้อย่างต่อเนื่อง 

    นี่ครับภาพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เล่ามา ... ถ่ายด้วยกล้องมือถือ NOKIA N-73

      จากภาพดูอาจยังไม่เป็นพุ่มสวย  เพราะถ่ายไว้หลายวันแล้วครับ  ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก  มีเวลาจะเอาภาพที่เป็นปัจจุบันมาลงเพิ่มเติม .. เห็นยอดที่เด็ดมาได้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ

      ผมมีข้อสงสัย ที่ยังต้องการคนช่วยไขให้กระจ่างดังนี้ครับ

*  ยอดมะกอก มีคุณค่าทางอาหารอย่างไร .. มีสารที่จะก่อให้เกิดอันตรายอะไร หรือไม่  ทานมากๆ บ่อยๆจะเป็นอะไรมั้ย

*  ผมชอบยอดกถิน .. ทราบว่ามันมีสารอันตรายบางอย่างอยู่  .. มันคืออะไรลืมไปแล้ว .. สงสัยว่าในมะกอกจะมีอะไรที่ควรระวังด้วยหรือไม่

                                                    สวัสดีครับ

ปล. มาเพิ่มรูปตามสัญญาครับ

                                

      จากภาพแรก ที่ต้นมะกอกแตกยอดแตกกิ่ง  เมื่อไม่กี่วันก่อน .. ได้กลายเป็นพุ่มใหญ่ ใบดกอย่างรวดเร็ว ตามที่เห็นในภาพนี้ .. ถ่ายด้วยกล้องมือถือ NOKIA N-73 เมื่อ 11.30 น. 29  กค. 51