แพรภัทร
ผู้ช่วยศาตราจารย์ แพรภัทร ยอดแก้ว

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) กับการสร้างพฤติกรรมทางจริยธรรมในมหาวิทยาลัย


 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  (Transformational   leadership)  หมายถึง  รูปแบบของผู้นำที่แสดงออกโดยมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและสมมุติฐานของสมาชิกในองค์การ  และสร้างความผูกพันในการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ขององค์การ  โดยการเปลี่ยนสภาพหรือเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง  พัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้น

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  เป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานและผู้ตามโดยเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานและผู้ตามให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง  พัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานและผู้ตามไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและศักยภาพมากขึ้น  ทำให้เกิดการตระหนักรู้ในภารกิจและวิสัยทัศน์ของทีมและขององค์การ  จูงใจให้ผู้ร่วมงานและผู้ตามมองให้ไกลเกินกว่าความสนใจของพวกเขาไปสู่ประโยชน์ของกลุ่มองค์การหรือสังคม  ซึ่งกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานหรือผู้ตามนี้ จะกระทำโดยผ่านองค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะ  4  ประการของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  หรือที่เรียกว่า “4I’s” (Four  I’s) คือ

 1.1  การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ (Idealized  Influence หรือ Charisma  Leadership : II หรือ CL)  หมายถึง  การที่ผู้นำประพฤติตัวเป็นแบบอย่าง  หรือเป็นโมเดลสำหรับผู้ตาม  ผู้นำจะเป็นที่ยกย่อง  เคารพนับถือ  ศรัทธา  ไว้วางใจ  และทำให้ผู้ตามเกิดความภาคภูมิใจเมื่อร่วมงานกัน  ผู้ตามจะพยายามประพฤติปฏิบัติเหมือนกับผู้นำและต้องการเลียนแบบผู้นำของเขา   สิ่งที่ผู้นำต้องปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงคุณลักษณะนี้  คือ  ผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์และสามารถถ่ายทอดไปยังผู้ตาม  ผู้นำจะมีความสม่ำเสมอมากกว่าการเอาแต่อารมณ์  สามารถควบคุมอารมณ์ได้ในสถานการณ์วิกฤต  ผู้นำเป็นผู้ที่ไว้ใจได้ว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง    ผู้นำจะเป็นผู้ที่มีศีลธรรมและมีจริยธรรมสูง  ผู้นำจะหลีกเลี่ยงที่จะใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน  แต่จะประพฤติตนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและเพื่อประโยชน์ของกลุ่ม  ผู้นำจะแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาด  ความมีสมรรถภาพ  ความตั้งใจ  การเชื่อมั่นในตนเอง  ความแน่วแน่ในอุดมการณ์  ความเชื่อและค่านิยมของเขา  ผู้นำจะเสริมความภาคภูมิใจ  ความจงรักภักดี  และความมั่นใจของผู้ตาม  และทำให้ผู้ตามมีความเป็นพวกเดียวกันกับผู้นำ  โดยอาศัยวิสัยทัศน์และการมีจุดประสงค์ร่วมกัน  ผู้นำแสดงความมั่นใจช่วยสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน  เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ผู้ตามจะเลียนแบบผู้นำและพฤติกรรมของผู้นำจากการสร้างความมั่นใจในตนเอง  ประสิทธิภาพและความเคารพในตนเอง  ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงรักษาอิทธิพลของตนในการบรรลุเป้าหมายและปฏิบัติภาระหน้าที่ขององค์การ

1.2  การสร้างแรงบันดาลใจ  (Inspiration  Motivation : IM)  หมายถึง  การที่ผู้นำจะประพฤติในทางที่จูงใจให้เกิดแรงบันดาลใจกับผู้ตาม  โดยการสร้างแรงจูงใจภายใน  การให้ความหมายและท้าทายในเรื่องงานของผู้ตาม  ผู้นำจะกระตุ้นจิตวิญญาณของทีม (Team  spirit) ให้มีชีวิตชีวา  มีการแสดงออกซึ่งความกระตือรือร้น  โดยการสร้างเจตคติที่ดีและการคิดในแง่บวก  ผู้นำจะทำให้ผู้ตามสัมผัสกับภาพที่งดงามของอนาคต  ผู้นำจะสร้างและสื่อความหวังที่ผู้นำต้องการอย่างชัดเจน  ผู้นำจะแสดงการอุทิศตัวหรือความผูกพันต่อเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน  ผู้นำจะแสดงความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้  ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามมองข้ามผลประโยชน์ของตนเพื่อวิสัยทัศน์และภารกิจขององค์การ  ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามพัฒนาความผูกพันของตนต่อเป้าหมายระยะยาว  และบ่อยครั้งพบว่า  การสร้างแรงบันดาลใจนี้  เกิดขึ้นผ่านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลและการกระตุ้นทางปัญญา  ช่วยให้ผู้ตามจัดการกับอุปสรรคของตนเองและเสริมความคิดสร้างสรรค์

 1.3  การกระตุ้นทางปัญญา  (Intellectual  Stimulation : IS)  หมายถึง  การที่ผู้นำมีการกระตุ้นผู้ตามให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน  ทำให้ผู้ตามมีความต้องการหาแนวทางใหม่ๆมาแก้ปัญหาในหน่วยงาน  เพื่อหาข้อสรุปใหม่ที่ดีกว่าเดิม  เพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่และสร้างสรรค์  โดยผู้นำมีการคิดและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มีการตั้งสมมุติฐาน  การเปลี่ยนกรอบ (Reframing)  การมองปัญหา  และการเผชิญกับสถานการณ์เก่าๆด้วยวิถีทางใหม่แบบใหม่ๆ  มีการจูงใจและสนับสนุนความคิดริเริ่มใหม่ๆในการพิจารณาปัญหาและการหาคำตอบของปัญหา  มีการให้กำลังใจผู้ตามให้พยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ  ผู้นำมีการกระตุ้นให้ผู้ตามแสดงความคิดและเหตุผล  และไม่วิจารณ์ความคิดของผู้ตาม  แม้ว่ามันจะแตกต่างไปจากความคิดของผู้นำ  ผู้นำทำให้ผู้ตามรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ท้าทายและเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน  โดยผู้นำจะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ตามว่าปัญหาทุกอย่างต้องมีวิธีแก้ไข  แม้บางปัญหาจะมีอุปสรรคมากมาย  ผู้นำจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้  จากความร่วมมือร่วมใจในการแก้ปัญหาของผู้ร่วมงานทุกคน  ผู้ตามจะได้รับการกระตุ้นให้ตั้งคำถามต่อค่านิยมของตนเอง  ความเชื่อและประเพณี  การกระตุ้นทางปัญญา  เป็นส่วนที่สำคัญของการพัฒนาความสามารถของผู้ตามในการที่จะตระหนัก  เข้าใจ  และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

 1.4  การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล  (Individualized  Consideration : IC)  ผู้นำจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลในฐานะเป็นผู้นำให้การดูแลเอาใจใส่ผู้ตามเป็นรายบุคคลและทำให้ผู้ตามรู้สึกมีคุณค่าและมีความสำคัญ  ผู้นำจะเป็นโค้ช (Coach)  และเป็นที่ปรึกษา (Advisor) ของผู้ตามแต่ละคน  เพื่อการพัฒนาผู้ตามผู้นำจะเอาใจใส่เป็นพิเศษในความต้องการของปัจเจกบุคคล  เพื่อความสัมฤทธิ์ผลและเติบโตของแต่ละคน  ผู้นำจะพัฒนาศักยภาพของผู้ตามและเพื่อนร่วมงานให้สูงขึ้น  นอกจากนี้ผู้นำจะมีการปฏิบัติต่อผู้ตามโดยการให้โอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  สร้างบรรยากาศของการให้การสนับสนุน  คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านความจำเป็นและความต้องการ  การประพฤติของผู้นำแสดงให้เห็นว่าเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล  เช่น  บางคนได้รับกำลังใจมากกว่า  บางคนได้รับอำนาจการตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่า  บางคนมีมาตรฐานที่เคร่งครัดว่า  บางคนมีโครงสร้างงานที่มากกว่า  ผู้นำมีการส่งเสริมการสื่อสารสองทาง  และมีการจัดการด้วยการเดินดูรอบๆ (Management  by  walking  around) มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ตามเป็นการส่วนตัว  ผู้นำสนใจในความกังวลของแต่ละบุคคล  เห็นปัจเจกบุคคลเป็นบุคคลทั้งครบ (As  a  whole  person)  มากกว่าเป็นพนักงานหรือเป็นเพียงปัจจัยการผลิต  ผู้นำจะมีการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ  มีการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy)  ผู้นำจะมีการมอบหมายงานเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้ตาม  เปิดโอกาสให้ผู้ตามได้ใช้ความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ท้าทายความสามารถ  ผู้นำจะดูแลผู้ตามว่าต้องการคำแนะนำ  การสนับสนุนและการช่วยให้ก้าวหน้าในการทำงานที่รับผิดชอบอยู่หรือไม่  โดยผู้ตามจะไม่รู้สึกว่าเขากำลังถูกตรวจสอบ (รัตติกรณ์ , 2545 : 39 - 41) 

จากความหมายและองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  จะเห็นได้ว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในชีวตและการทำงานของบุคคลเป็นอย่างมาก ดังนั้น  ผู้บริหารการศึกษา  จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับที่สูงขึ้น โดยมหาวิทยาลัยควรมีนโยบายสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับนักศึกษา ทุกคณะ  เพื่อให้นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของภาวะผู้นำและแสดงพฤติกรรมภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น โดยฝึกการสร้างวิสัยทัศน์  การคิดและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ  การวางแผน การตั้งเป้าหมาย ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงาน  การมองปัญหา  และการเผชิญกับสถานการณ์เก่าๆ ด้วยวิถีทางใหม่แบบใหม่ๆ  การทำงานร่วมกันเป็นทีม  การพัฒนาเพื่อนร่วมงานให้มีความสามารถในการทำงาน จูงใจให้ปฏิบัติงานโดยเน้นประโยชน์ของกลุ่ม คอยส่งเสริมและให้กำลังใจแก่กลุ่ม การบริหารอารมณ์และการบริหารความเครียด การมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาสามารถพัฒนาตนเองให้มีระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการเรียน  การทำงานและเพิ่มโอกาสก้าวหน้าในชีวิตมากขึ้น  โดยผู้บริหารสามารถเพิ่มทักษะภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ จากการจัดโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ หรือสนับสนุนให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่มีองค์การต่างๆจัดขึ้น ดังนี้

    1.      โครงการครูบ้านนอก (มูลนิธิกระจกเงา จ.เชียงราย) http://www.bannok.com/volunteer/

2.      โครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบภัยทางธรรมชาติต่างๆ  http://www.siamvolunteer.com/

3.      โครงการอบรมค่ายพุทธบุตร http://www.watphrasri.org/bhutabut_web/index.html

4.      โครงการเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กๆในโรงเรียนชนบท http://www.volunteerspirit.org/

5.      โครงการค่ายอาสาเพื่อพัฒนาชนบท http://www.klong6.com/index.php , http://www.rsalife.com/rsa1.htm

6.      โครงการปลูกต้นไม้และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ http://www.redbullspirit.org/index.php

7.      โครงการที่เกี่ยวกับศาสนา เช่น โครงการอบรมพัฒนาจิตเพื่อพ่อ http://www.watpacharoenrat.com/

8.   โครงการต้นกล้าสีขาว http://www.bizethics.ktb.co.th/home1.jsp

9.   โครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม http://www.thaivolunteer.org/

10. โครงการสุขแท้ด้วยปัญญา  http://www.volunteerspirit.org/

 โดยโครงการและกิจกรรมต่างๆนี้ จะช่วยพัฒนาทักษะภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ในองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน พร้อมเสริมสร้างพฤติกรรมจริยธรรมต่างๆของนักศึกษาให้มีมากขึ้น บางโครงการหรือกิจกรรมนั้นภาคธุรกิจเป็นผู้จัดโครงการเพื่อสังคมเหล่านี้  เมื่อนักศึกษาได้ไปเข้าร่วมก็จะได้ความรู้ในการบริหารจัดการและมีเพื่อนต่างสถาบันมากขึ้น เพิ่มเครือข่ายการเรียนรู้ได้ดี และที่สำคัญผู้บริหารการศึกษาจะต้องมีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์  วิทยุกระจายเสียง ป้ายประกาศ  เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย และหนังสือแจ้งเกี่ยวกับกิจกรรมไปยังภาควิชาและคณะต่างๆในมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาทุกคนรับทราบอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและแสดงพฤติกรรมทางจริยธรรมเพิ่มขึ้น

 

 



ความเห็น (5)

เราเชื่อว่าความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สามารถสร้างได้

และการสร้างพฤติกรรมทางจริยธรรมให้เพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ทำได้

เพื่อให้นักศึกษาเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง

โดยใช้กระบวนการการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ

ปรับทัศนคติ และเพิ่มวิสัยทัศน์ในการเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์ต่างๆ

แล้วเราจะพบว่า.....

อัจฉริยะ สร้างได้ จริงๆค่ะ

ขอบคุณค่ะ ดีมากๆเลย

ขอบคุณมากนะคะ

ที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น

ขอให้โชคดีค่ะ

พรุ่งนี้จะสอบ Compre เลยเข้ามาหาความรู้ ขอบคุณนะคะ

ผมขอแบบสอบถาม ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไปทำวิจัยได้ป่าวคับ

ถ้าได้จะเป็นความกรุณาอย่างสูงเลยคับ

jack.601.sk@gmail.com

ขอบคุณล่วงหน้าคับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี