เปลี่ยนพระเดช เป็น พระคุณ

ครูสุสอนภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 (ชั้นละ 2 ห้อง)  รวม 167 คน และสอนชุมนุมภาษาอังกฤษ 20 คน นอกจากนี้ยังสอนภาษาไทย 4/1 30 คน บางครั้งเมื่อสั่งการบ้านไป ตัวอย่าง เช่น วันนี้สอนป.4/1,4/2,5/2,5/1,5/2 และ 6/1 ถ้าให้การบ้านวิชาภาษาอังกฤษนักเรียนไป 6 ห้องวันนี้ วันพรุ่งนี้จะมีการบ้านมากองให้ครูสุตรวจถึง 140 คน ซึ่งถ้ากากบาทหรือจับคู่ ครูสุจะให้นักเรียนช่วยกันเฉลยกันในห้อง และลงชื่อผู้ตรวจไว้  แต่ถ้าเป็นการเขียนภาษาอังกฤษ จะค่อนข้างละเอียดรอบคอบมาก เพราะนักเรียนจะชอบเขียนตก ๆ หล่น เขียนผิด ๆ ถูก ซึ่งครูสุจะให้กลับไปแก้ไข บางคนถึงขั้นให้ไปชี้ดูอักษรให้ดูว่าเธอเขียนผิด จะให้คัดคำที่เขียนผิดมาส่งอีกต่างหาก (โหด)

คิดดูว่าครูสุไปโรงเรียนต้องไปนั่งตรวจการบ้านนักเรียนเป็นร้อยต่อวัน จะปวดหัวแค่ไหน ถ้าเป็นการเขียนยิ่งต้องละเอียดมาก ๆ แต่ในความเป็นจริงคือนักเรียนไม่ส่งครึ่งต่อครึ่งเมื่อตอนต้นเทอม โดยเฉพาะเด็กป.4 ที่ยังไม่เคยเรียนกับครูสุ พอมาเรียนปุ๊บ ลองดีเลย ไม่ส่งการบ้าน บางคนสั่งแล้วสั่งเลย (ไม่ทำซะอย่าง)  ครูสุจึงคิดหาเทคนิคในการทำให้นักเรียนขยันทำงาน ส่งงานวิชาภาษาอังกฤษ ลองดูภาพนี้

ด้วยความคิดที่ว่า เด็ก ๆ ชอบการแข่งขัน เด็กชอบความดี ความเด่น ความดัง  และชอบการได้รับรางวัล ดังนั้นการลงโทษเมื่อนักเรียนไม่ทำการบ้าน ทำให้เด็กไม่ชอบ วันนี้ครูสุจึงเปลี่ยนจากลบกลายเป็นบวกคือ การให้ระดับคุณภาพแก่นักเรียนในการทำงาน และ การให้รางวัลเป็นดาว เมื่อครูสุคิดได้ดังนั้นจึงไปสั่งทำตราปั้มเพื่อตรวจงานเด็กครับ

จากการใช้ตรายางปั้มในการตรวจงานแล้ว ครูสุยังให้เกณฑ์คุณภาพในการทำงานของนักเรียน 5 ระดับดังนี้ 

ยอดเยี่ยม   ดีมาก  ดี  พอใช้ พยายามอีก 

โดยเกณฑ์การให้คะแนน คือ ดูว่า นักเรียนทำด้วยตัวเองหรือลอกเพื่อน การส่งตรงต่อเวลา  ความถูกต้อง ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เนื้อหาครบถ้วน การขีดเส้นใต้ หรือ การเขียนวันที่ รวมทั้งความสวยงาม

เกณฑ์การได้ดาวต่อเทอม คือ นักเรียนต้องได้ดาวอย่างน้อยเทอมละ 40 ดาวขึ้นไป เพื่อพิสูจน์ความสามารถและความรับผิดชอบ ถ้าได้ดาวไม่ถึงจะต้องทำงานเพิ่มเพื่อให้ได้ดาวถึง 40 ดวง

ครูสุจัดการทำเป็นกระดาษเอาให้นักเรียนนำเกณฑ์ไปแปะใส่เข้าไปในหนังสือเรียนจะได้อ่านและรับรู้ทุกคน

ผลจากการใช้วิธีนี้ ทำให้นักเรียนเกิดความตื่นตัว ขยันส่งการบ้านมากขึ้น รู้สึกชอบ และเรียกร้องการบ้าน และงานจากครูสุมาก ๆ เด็กบอกว่า สอนแล้วต้องให้งานหรือการบ้าน เพราะเด็ก ๆ ต้องการได้ดาวครับ ตอนแรกส่งกัน 30-40 ต่อวัน กลายเป็น วันละร้อย ซึ่งทำให้ครูสุตรวจการบ้านกองพะเนินเลยครับ นอกจากนี้ในการทำกิจกรรมในห้องเรียน อย่างเช่น การทดสอบการเขียน การฟัง ก็สามารถให้ดาวในการทำกิจกรรมได้ครับ 

สำหรับคุณครูท่านใดต้องการนำเทคนิคนี้ไปใช้ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ (เพราะยังไม่ได้ไปจดอิ ๆ )