ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อ ๒๙ เม.ย. ๒๕๔๙ มีการปรารภเป็นห่วงการเสียโอกาสอาจารย์ที่ไม่ทำวิจัย วันนี้ (๕ ก.ค. ๕๑) อธิการบดีมารายงานว่า ได้ดำเนินการมาตรการกำหนดให้
⊙ อาจารย์ทุกคนต้องทำวิจัย
⊙ มีกองทุนวิจัยสนันสนุน กำหนดเวลาการเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการ
⊙ นโยบายไม่เปิดสอน ป. โท แผน ข ยกเว้นสายสังคมศาสตร์ แต่ต้องขออนุมัติสภาฯ เป็นกรณีพิเศษ
ผมให้ความเห็นว่า ต้องมีมาตรการตั้งแต่รับอาจารย์ใหม่ ต้องมีเกณฑ์ว่าได้ตรวจสอบแล้วว่าคนที่รับเข้ามาเป็นอาจารย์ต้องมีความสามารถในการวิจัยที่จะทำวิจัยได้ในบริบทของหน่วยงานที่รับเข้ามา
เกิดประเด็นว่า แล้วไม่รับอาจารย์ที่ทำวิจัยไม่เก่งแต่สอนเก่งหรือ คำตอบ (ของผม ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก) คือ อาจารย์ที่สอนเก่งคืออาจารย์ที่ทำวิจัยเก่ง เพราะเรามี R2R อาจารย์ที่สอนเก่ง จะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้ทำ R2R ด้านการสอน ยิ่งทำให้สอนสนุก หรือสนุกกับการสอนยิ่งขึ้น ไม่มีอาการเบื่อเมื่อสอนไปนานๆ
วิจารณ์ พานิช
๖ ก.ค. ๕๑
⊙ มีกองทุนวิจัยสนันสนุน กำหนดเวลาการเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการ
อ.ขา
พวกที่เอา true story เป็นตัวเดินเรื่องนั้น คนคุมมาตรฐานวิชาการหลายคน (??? !!!!) บอกว่า เป็นงานวิจัยที่ไม่เป็นวิชาการ
หนูเข้าใจไม่ได้ค่ะ เขาว่า ต้องเริ่มต้นจากทฤษฎี ต้องมี Prof ใดสักคนมาเป็นตัวอ้างอิงในการเดินเรื่อง
ถ้าทำทำวิจัยจากปัญหาจริงในสังคมไม่ได้ ก็ไม่อยากเป็นศาสตราจารย์ล่ะค่ะ
ขอดื้อมันอย่างนี้ล่ะค่ะ
กะปุ๋มมาขอเป็นพวกดื้อ...อีกคนตามอ.แหววค่ะ...
ดื้อทำ...ในสิ่งที่เกิดประโยชน์ที่แท้จริงมากกว่าที่จะมุ่งเอาผลงานอย่างเดียวค่ะ...แต่อย่างน้อย พี่ๆ น้องๆ r2r ยโสธรอีกหลายคนที่ร่วมดื้อด้วยกันจับไม่ปล่อยต่อการแก้ปัญหาหน้างาน แม้ว่าวิชาการทางวิจัยเราจะไม่เก่งเลิศเท่านักวิจัยจริงๆ...แต่อย่างน้อยคนที่ลุกมาร่วมเดิน r2r ด้วยกันนี้มุ่งมั่นที่หน้างานของตนเองจริงๆ..ค่ะ
(^____^)
เรียน อ.วิจารณ์ค่ะ