เมื่อวานไปตามนัดครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณหมอที่นับถือครับ นัดไปดูว่าต้องผ่าตัดใหม่หรือเปล่า ทำใจไปก่อนแล้ว เตรียมคำพูดไว้ว่า หากต้องผ่าตัดใหม่ขอเป็นหลังวันที่ 15 แล้วกันจะขอเคลียร์งานให้เสร็จก่อน ตอนนี้มันกำลังลนก้นอยู่ ตามสไตล์การทำงานของผมครับ "ไม่เห็นโล่งศพ งานเราก็จะยังไม่เสร็จ" ฮาฮาฮา
นั่งรอคิวนานหน่อย เดิมคิดแล้วว่าระหว่างรอคิวจะแวะไปเยี่ยม อ.ibm ครูปอเนาะที่มาทำกายภาพที่รพ. และแวะไปเยี่ยมหน้าห้องท่านอธิการบดีสักนิดก็ยังดี (เพราะว่าอยู่ใกล้ห้องกายภาพ) แต่แล้วไปเจอป้ายหน้าห้องตรวจ ระบุไว้ วันนี้หมอกอเดร์ตรวจเฉพาะที่หมอนัดเท่านั้น ส่วนคนไข้ทัวไปหมออีกสองท่านเป็นคนตรวจ ผมก็เลยคิดว่าน่าจะเร็ว ปรากฏไม่เป็นอย่างนั้นครับ ผมรอจนเกือบเที่ยงกว่าจะได้ตรวจ เพราะไม่รู้ทำไมฟิล์มเอ็กซ์เรย์ผมมันไม่ยอมมาสักที คนที่ไปถ่ายหลังผม ฟิล์มมาถึงกันหมดแล้ว จนพยาบาลถามทำไมของพี่ยังไม่มาสักที ก็เลยไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร ต้องนั่งรออย่างเดียว จึงต้องเลิกโปรแกรมที่คิดไว้ทั้งหมด ใช้เวลาทั้งหมดกับการนั่งรอ
มาทราบภายหลังครับว่าที่หมอตรวจเฉพาะคนไข้ที่นัดเท่านั้น เพราะ รพ.เขาเปลี่ยนวันที่หมอจะตรวจกัน ซึ่งนัดคราวหน้าของผมจึงต้องเปลี่ยนจากวันจันทร์เป็นวันพุธ ออ.แต่เป็นเดือนหน้านะครับ
พอผมเห็นฟิมล์เอ็กซเรย์แล้ว ผมยิ้มออก หมอก็ยิ้มให้ ฮิฮิ แล้วหมอก็พูดขึ้นมาว่า "สงสัยดุอาร์ (การขอพอจากอัลลอฮ์) ดี เหล็กดามไม่หลุด"
คาดผิดครับ เนื่องจากที่หมอคุยกับผมเมื่อสองสัปดาห์ก่อนคือ การต่อกระดูกน่าจะไม่ติด เนื่องจากกระดูกส่วนบนที่ใช้สกรูเพียงสองตัวนั้นมันเพยอขึ้นเหมือนจะหลุด (จะว่าหลุดแล้วก็ได้ เพราะติดอยู่นิดเดียว) แต่ปรากฏฟิล์มสัปดาห์นี้ เหมือนทุกประการกับฟิล์มเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แสดงว่ามันไม่เคลื่อนที่เลย หรือมีแววว่ามันน่าจะเป็นอย่างนี้แหละมั่นคงแล้ว
หมอเลยพูดต่อว่า ความจริงมันไม่น่าจะติดได้อย่างนี้ มันน่าจะหลุดไปแล้ว แต่ทำไมไม่หลุด? ผมเลยเสริมว่า ผมรู้สึกว่า อาการดีขึ้น ไม่เจ็บแล้ว ยกเว้นงอเขาไม่ได้เหมือนเดิม ได้แค่เท่าที่หมอเห็นนี้แหละครับ ที่ผมพยายามเสนอหมอเรื่องงอเขาไม่ได้มากกว่านี้ ก็เพราะกลัวว่าหายแล้วยังงอไม่ได้แล้วจะแย่เพราะจะละหมาดแบบปกติไม่ได้แน่ (ฮิฮิ คราวนี้ลืมเรื่องกระดูกติดหรือไม่ติดไปแล้วครับ เพราะผมเริ่มยิ้มออกแล้ว)
หมอก็เลยจับขาผมแล้วโยกไปโยกมาครับ ซึ่งรอบนี้ไม่เสียวเท่าไรแล้วครับ เพราะก่อนผมไปสองสามวัน ผมก็ลองโยกมันก่อนแล้ว (ฮิฮิ เตรียมความพร้อม)
หมอเลยตอบว่า ไม่เป็นไร รอให้กระดูกติดแล้ว อาการนั่นน่าจะหายไปได้ แต่ช่วงนี้อย่าไปฝืนมัน รอให้หายก่อน
ที่หมอย้ำมากๆ ก็คือ อาหารครับ เน้นแคลเซี่ยมให้มากๆ อันนี้คือปัจจัยสำคัญของกระดูก
สุดท้ายหมอก็คงได้คำตอบเรื่องทำไมมันไม่หลุด (ซึ่งเป็นเรื่องดีที่เกิดคาด) ว่า อาจจะเป็นเพราะว่า กระดูกช่วงล่างขอผมมันมีน้ำหนักน้อย ดังนั้นแค่สกรูตัวเดียวก็เอาอยู่ ก็เป็นไปได้
จะยังงัยผมก็อัลฮัมดุลลิลลาฮ์ครับ (ขอบคุณอัลลอฮ์) เดินไปรับยาได้อย่างตัวเบาขึ้นเยอะ
กลับมาก็นัดเจอทีมวิจัยครับ เอางานวิจัยสองเรื่องมาเคลียร์ทันที นัดประชุมกันตอนบ่ายสามครับ แต่กว่าจะได้เริ่มคุยกันก็บ่ายสี่ เพราะหนึ่งในทีมต้องเคลียร์งานที่มหาวิทยาลัย (ออ.ตอนนี้บ้านผมเป็นศูนย์ปฏิบัติการวิจัยครับ ฮิฮิ)
งานวิจัยเริ่มชะงักครับ หลังจากที่ผมนอนเจ็บอยู่บ้าน ครั้นจะโทรไปคุยมากๆ ก็เกรงใจ แต่รอบนี้ดูท่าจะรอไม่ได้เลยโทรเชิญมาคุยกันดีกว่า ว่าจะเอางัยดี เพราะผมไปไหนมาไหนไม่สะดวกแล้ว โดยเฉพาะโครงการวิจัยที่กลันตัน ซึ่งเหมือนจะหยุดนิ่งไปเลย
เสร็จจากประชุมวิจัยก็ออกจากบ้านอีกรอบ นั่งรถไปเป็นเพื่อนภรรยาเพื่อไปคลีนิก รอบก่อนภรรยาชวนเพื่อนไปด้วย แต่เนื่องจากกลับจากคลีนิกเย็นทำให้ต้องเกรงใจสามีของเพื่อน รอบนี้เลยบังคับสามีตัวเองนั่งไปเป็นเพื่อน
กลับมาก็สองทุ่มครับ เดิมตั้งใจจะนั่งทำงานต่อ ปรากฏเห็นปลายขาตัวเองแล้วเปลี่ยนใจเป็นนอนพักดีกว่า เนื่องจากมันปวมมาก มากจริงๆ ครับ เพราะทั้งวันนั่งห้อยขา (ห้อยขานะครับ ไม่ใช่ ห้วยขาแข่ง) ตลอดเลย
มาให้กำลังใจครับ ให้สุขภาพแข็งแรงโดยไว
ขอบคุณครับ พี่เอกราช แก้วเขียว
มาเยี่ยม คุณจารุวัจน์
ห้อยขานะครับ ไม่ใช่ ห้วยขาแข่ง
ยังมีมุมขำได้ดีจริงหายเร็ว ๆ นะ...
ขอบคุณครับอาจารย์umi
ตอนนี้มุกน้อยลงแล้วครับ เพราะจำนำไปก็เยอะแล้วครับ ฮิฮิฮิ
สบายดีนะครับ สักครู่จะไปหาที่บ้านครับ..
มากล่าวยินดีต้อนรับย้อนหลังแล้วกันนะครับคุณเอก Jatuporn
อัลฮัมดุลิลละฮฺครับที่อาจารย์ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ แต่ผมกำลังจะนับมันแทนครับ งานที่เรียนเยอะมากซะจนผมมึนหมดแล้วครับ ขออัลลอฮฺคุ้มครองครับ
ฮิฮิ อาจารย์ เสียงเล็กๆ ครับ หากทำไม่ทันจริงๆ ก็ทำเป็นลืมไปบ้างก็ได้นะครับ ฮิฮิ วิธีแก้สุดท้าย