การจัดการความรู้ กรณีศึกษา การวิจัย เคล็ดลับนักเขียน

                  K.M. มวกเหล็ก  เฮลทสปา แอนด์รีสอร์ท

                        อ่านชื่อเรื่องแล้ว อย่าเพิ่งสงสัย นะคะว่า เอื้องแซะจะเข้าไปทำ K.M.มวกเหล็ก เฮลทสปาแอนด์รีสอร์ท  ทำไม จริงๆแล้วไป"ประชุมปฏิบัติการจัดการความรู้ สพท.แกนนำ พัฒนาทักษะการสรุปบทเรียน  การเขียนกรณีศึกษา  และการใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้" เมื่อวันที่ 15 - 20 มิถุนายน  2551  ตั้งแต่เวลา  08.30 น. - 21.00 น.  เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งสำหรับการประชุม ปฏิบัติการที่ไร้รูปแบบ แต่มากด้วยกระบวนการ  ความรู้  และประสบการณ์  ทั้ง 5 วัน เป็นช่วงเวลาหนึ่ง ที่บุคลากรต่างพื้นที่ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมกรรมร่วมกัน  มีทั้งสุข  สนุก ตื่นเต้น  แอบซีเรียสนิดๆๆ  ซึ่งผู้เข้าประชุมฯมาจาก สพท.นำร่อง และสพท.ที่ดำเนินการจัดการความรู้ได้ดี  รวมกันแล้ว มีจำนวนถึง  45 คน  โดย สพฐ.เป็นเจ้าของโครงการ มีคุณดุจดาว   ทิพย์มาตย์  นักวิชาการศึกษา   เป็นเจ้าของเรื่อง

                         วันแรกของการประชุม ฯ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ดำเนินการจัดการความรู้ของของแต่ละ สพท. เป็นชั่วโมงแรกที่ได้รับสิ่งดีดีที่เป็นประโยชน์ในการจัดการความรู้  วันที่ 2 - 3 ของการประชุม ก็จะเป็นเทคนิค  วิธี  การเล่าเรื่อง  การสรุปบทเรียน  การเขียนกรณีศึกษา  การเขียนงานวิจัย  ซึ่งจะมีวิทยากร คือ นางสาววีณา   นำเจริญสมบัติ   สำเร็จการศึกษา ระดับป.โท  สาขาวนศาสตร์ และการศึกษา  จาก  MICHIGAN  UNIVERSITY  สหรัฐอเมริกา  เป็นนักวิจัยอิสระ  กทม. เป็นวิทยากรรับเชิญจาก สพฐ.หลายครั้งแล้ว  ทั้งๆที่อายุยังน้อยอยู่   แสดงว่าเป็นคนเก่ง มีความสามารถ  สพฐ.จึงใช้บริการบ่อย   ท่านวิจารณ์ตัวเองว่า เป็นวิทยากรที่โหด  มัน  จริง     แต่เมื่อได้สัมผัสตัวตนแล้ว คุณวีณา  นำเจริญสมบัติ เป็นวิทยากรที่มีความตั้งใจจริง  มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายของการทำงาน ตามมาดูบรรยากาศของการประชุม นะคะ

                               

                        สพฐ.ก็รณรงค์ช่วยกันลดภาวะโลกร้อน โดยแจกถุงผ้าฝ้ายสีขาวพร้อมเอกสาร คนละ 1 ชุด  คุณดุจดาว  ทิพย์มาตย์  เจ้าของโครงการ ปฐมนิเทศ และดำเนินการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการความรู้ ของแต่ละเขตพื้นที่

                            

                          เอื้องแซะรับผิดชอบ เล่าประสบการณ์การจัดการความรู้ สพท.มส. 1

                           

                          วิทยากรให้ผู้เข้าประชุม ให้ทุกคนดั๊มอายุลงให้เหลือแค่  25 - 30  เท่าอายุวิทยากร แต่เราทุกคนก็ยังเอาจริงเอาจัง  ( ธรรมชาติของ ส.ว.ค่ะ)

                                    

                    ทานข้าวเสร็จ ก็แวะมาทักทายเจ้านกยูง  ซึ่งเจ้าของสร้างกรงขนาดใหญ่ แบบธรรมชาติให้อยู่  มี 2 ตัว แต่วันนั้น มายืนโพสท์ท่าให้เราถ่ายรูป เพียงตัวเดียวค่ะ  ตัวนี้น่ารัก และเชื่องมากๆๆ

                     

                     วิทยากร  ให้เขียน Mind Map และ แสดงข้อแตกต่างระหว่างงานวิจัย กับกรณีศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆท่าน  เพราะในการทำผลงาน ทุกประเภท มักจะให้เสนองานวิจัย  1  เรื่อง กรณีศึกษา 1 เรื่อง  หากแยกไม่ออก ก็จะส่งเป็นงานวิจัยกันหมด  ซึ่งผลงานถูกปรับตกไปหลายท่านแล้ว ตามไปดูในช่วงท้ายนะคะ

                      

                       

                                กรณีศึกษา สพท.สิงห์ ฯ 1 สพท.มส. 1  โดยอาจารย์จู ยืนเป็นกำลังใจ

                         

                      วิทยากรสาว สวย คุณวีณา   นำเจริญสมบัติ ( อาจารย์จูของพวกเรา)

                           วิทยากร ให้เราเข้ากลุ่มปฏิบัติงานตามฐานต่างๆ จนครบ  4  ฐาน  แล้วก็มาเล่าให้กันฟัง  เสร็จแล้ว ก็สรุปความแตกต่างระหว่างลักษณะของรายงานโครงการหรือรายงานวิจัย  และลักษณะของกรณีศึกษา ดังนี้ค่ะ

                   ลักษณะของรายงานโครงการหรืองานวิจัย               ลักษณะของกรณีศึกษา

             1.มีลักษณะโครงสร้าง และเป็นไปตามลำดับหัวข้อ     1.ไม่มีโครงสร้างตายตัว และมีความยืดหยุ่น 
             2.เชื่อมโยงหลายประเด็นเข้าด้วยกัน  (ภาพรวม        2. ให้รายละเอียดและการวิเคราะห์เชิงลึก 
              ทั่วไป                                                                   2 - 3 ประเด็น 
             3. มีข้อมูลมากมาย แต่อาจจะน่าเบื่อ                          3. นำเสนอได้น่าสนใจ       
             4. มีภาพประกอบ   แผนภูมิ   กราฟ                           4. มีรูปภาพ  และอ้างถึงคำพูด/ข้อความ
             5. เน้นข้อเท็จจริง และไม่มีความเห็นเพิ่มเติม             5. ประกอบด้วยความเห็นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้นๆ
             6.เขียนสำหรับกลุ่มคนเล็กๆ หรือกลุ่มสนใจ                6. เขียนสำหรับจุดประเด็นความสนใจสำหรับคนภาย
                ในประเด็นหรือหัวข้อดังกล่าว                                   นอก
             7.ใช้ภาษาเทคนิค วิชาการ                                      7. บอกเรื่องราว
             8.ภววิสัย (เป็นการนำเสนอข้อมูล)                            8. อัตวิสัย (มีทัศนะ มีมุมมอง ความคิดเห็น และ 
                                                                                            ความรู้สึกของผู้เขียน)

                       การเข้าใจความแตกต่างระหว่างรายงาน  งานวิจัย  และกรณีศึกษามีความสำคัญในการเตรียม และการเขียนกรณีศึกษา  ถ้ามีประสบการณ์ หรือคุ้นเคยกับการเขียนรายงานอยู่แล้ว จะมีทักษะบางอย่างที่ช่วยได้ในเวลาเขียนกรณีศึกษา     ซึ่งแต่ละคนก็จะมีกรณีศึกษาแตกต่างกันไป  เอื้องแซะได้เขียนกรณีศึกษาเรื่อง ตลาดนัดวันอาทิตย์แห่งการเรียนรู้โรงเรียนบ้านเมืองแปงค่ะ

                      

                           ก่อนแยกย้ายกันกลับ แต่ละกลุ่ม ก็ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก  กลับไปขยายผลการจัดการความรู้ของแต่ละเขตพื้นที่ต่อไป  ขอบคุณวิทยากร(อาจารย์จูและคณะ) ขอบคุณคุณดุจดาว ที่มีน้ำใจรับ - ส่ง ผู้เข้าประชุมปฏิบัติการจากแดนไกลค่ะ

                        สุดท้ายของบันทึก  อยากจะแลกเปลี่ยน เคล็ดลับ เทคนิคในการเขียนเรื่อง  ของ    นักเขียนมืออาชีพ  ซึ่งอาจารย์จู ได้ดำเนินกิจกรรมให้ผู้เข้าประชุมร่วมวิเคราะห์  สรุปตรงกับข้อมูล     ดังนี้ ค่ะ        

                       นักเขียนบางท่าน  จะต้องสูบบุหรี่รสนุ่ม  3  มวน  ก่อนเขียนเรื่อง

                       นักเขียนบางท่าน   จะต้องทำความสะอาดโต๊ะ ให้สะอาดไม่ให้มีเอกสารวางเกะกะ

                       นักเขียนบางท่าน    จะต้องดื่มกาแฟ  3  ถ้วย  เหลาดินสอเตรียมไว้สองโหล

                       นักเขียนบางท่าน    จะต้องจุดเทียนเขียนหนังสือยามเที่ยงคืน  (เขียนเรื่องผีผี)

                       นักเขียนบางท่าน     จะไม่ให้ใครมาเคลื่อนย้ายเอกสาร สิ่งของที่โต๊ะเขียนหนังสือ

                       นักเขียนบางท่าน      จะฟังเพลงไปพร้อมๆๆกับการเขียนหนังสือ

                       นักเขียนบางท่าน      จะต้องให้บรรยากาศเงียบๆเท่านั้น

                                   แล้วท่านล่ะ  มีเคล็ดลับ ในการเขียนบันทึกอย่างไรบ้าง?  

               KM  คือเครื่องมือสำหรับสร้างนวัตกรรม เป็นการทำกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่องจาก  เรื่องธรรมดาๆๆ คืองานประจำ  จนในที่สุดเกิดนวัตกรรมโดยไม่รู้ตัว  ..ที่มา........ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์  พานิช   ...............