ต้องขอขอบคุณ อจ JJ อจ ประจักษ์ ชาว มมส และ คุณทวีสิน ที่เปิดโอกาสให้ผมได้ รับใช้ ถวายแนวคิดของผมนะ
ผมก็ว่าของผมไปเรื่อย แบบ กระทิง คือ จริงใจ กล้าที่จะพูดจากก้นลึกของจิตใจผิดพลาด ประการใด ขอขมา ขอถอนคำพูดนะครับ (ฟัง ปาหี่ ทะเลาะ กันในสภา จนปนเปื้อนสำนวนพวกนักแสดงในสภา สะแล้ว)
เท่าที่จำได้
1) ผมชื่นชม กับ ม มส ที่อยู่อิสาน เพราะ ปลอดภัย จาก วิบัติน้ำท่วม กทม (ภาวะโลกร้อน) อยู่ในดินแดนแห่งธรรม มี หลวงปู่ หลวงพ่อดีๆมากมาย คนอิสานเป็นคนมีน้ำใจ แต่ โดน คนเมืองอื่น เอากิเลสมายั่วสะป่วน จึงอยากเห็น มมส เป็นผู้นำทางความคิด ไม่ใช่ ผู้ตามแห่ทางความคิด
อย่าไป ทำตัวแบบ เกษตรกรเชิงเดี่ยว ปลูกกระหล่ำปลีทั้งภูเขาเลยครับ ( อะไรอะไร ก็จะจะต้องเหมือนกันทั้งประเทศ ) ... รักษาเอกลักษณ์ มี brand เป็นของตนเอง อย่าไปเห็น มหา ฯ ใน กทม ทำอะไร แล้ว แข่งตามเขาเลย เราสวยอย่างที่เราเป็น มมส มีดี อย่างที่ มมส มี นะครับ ... มั่นใจหน่อย ไปเลียนแบบเขา สร้างๆๆๆๆๆตึก จนเป็น "การเรียนรู้ที่ยึดการก่อสร้างและอาคารเป็นสำคัญ" แบบ มหา ฯ อื่นๆ มัน ดูถูกตนเอง และ คนอิสานไปหน่อย นะ
2) มมส ไม่น่า จะมี นักศึกษามากมาย ไม่ต้อง ตกเป็นเหยื่อ หลง "ตัวเลข" เอาจำนวน บัณฑิต ไป ล่างบประมาณ หลอกใครๆ ที่ไหนครับ ..
ห้องเรียน ที่ นศ มากๆ ทำการเรียนรู้แบบดีๆได้ยาก ได้แต่ปริมาณ .... อย่าเห็นแก่เงินของ นศ เลย อจ สอนก็เหนื่อยเพราะ นศ เยอะ เอาที่มีอยู่แค่ให้ดี สะก่อน การรับ นศ เยอะๆๆ ก็เหมือน ในหนังสารคดี ของ ทีวีบูรพา เรื่อง "ชะตากรรม เกษตรกรเชิงเดี่ยว (หนัง ของ สสส) " ที่เห็นชัดว่า ผู้บริหาร มหา ฯต่างๆ คิดไม่ต่างอะไร ไปจาก ชาวม้ง ที่ปลูกกระหล่ำปลีทั้งภูเขา ชาวนาเชิงเดี่ยวแถวสิงห์บุรี ชาวไร่สัปปะรด ที่ บ่อนอก ประจวบฯ คือ วังวนยังอยู่ กับ กระบวนทัศน์เดิมๆ ใครมาเตือน ก็ ดื้อ ... "จะรีบไปไหน"ครับท่าน
Peter Senge เรียกคน ดื้อ เชิงเดี่ยวว่า พวก learning diabilities แม้นว่า จะเรียน จบสูงๆ ก็ตาม แต่ เข็มขัดสั้นได้ พอๆกับ เกษตรกรเชิงเดี่ยว ที่สุดท้ายนำพา ให้ ตนเองเป็นเหยื่อกิเลส สอนให้ นศ สร้าง หนี้ หรือ นำพา นศ ให้ตก ในวงวนเป็น ทาสของวัตถุนิยม
3) ผม มองเห็น นักเรียน นศ มากมาย ตลอดทาง จาก สนามบินขอนแก่น จนถึง สารคาม ก็เกิด คำถามว่า ทำไม เรามี นักเรียน นศ เยอะ ขนาดนี้ แต่ทำไมบ้านเมืองย่ำแย่ขนาดนี้ คุณภาพของ สส เป็นได้แค่อย่างที่เห็นในทีวี ฯลฯ ทำไม "ยิ่งเรียนยิ่งโง่" .. นึกถึงพระราชเสาวนีย์ 12 สค 50 "คนจบปริญญาเอก มากมาย แต่ป่าไม้ลดลงทุกปี" .
4) แนะนำให้ ศึกษา earth quake cloud ได้แล้ว .... ปลาวาฬมาเกยตื้น ที่เกาะราชาใหญ่ (เกาะ ที่ สส เขาถกกันในสภา เรื่องที่ดินนั่นแหละ ) มาทั้งฝูง ไม่ยอมว่ายกลับไปทางเดิม คือ มหา ฯ อินเดีย อีกเลย ... สัญญานอันตรายมาเตือนแล้วนะ ยังทำตนเอง เป็น กบในหม้อน้ำร้อนที่โดนต้มทีละนิดอยู่อีก (boiled frog) แบบไม่รู้ตัวสะด้วย
5) เรามี อจ เชิงเดี่ยว เยอะมาก เช่น หลักสูตรโหลๆ เดิมๆ ไม่เหมาะกับชุมชน ... อจ คิดเองเออเองโดย อจ เอง ไม่ถามผู้ใช้บัณฑิต หรือ มักจะหลอกผู้ใช้บัณฑิต มาร่วมคิด แต่ เอาเข้าจริง ก็มีแผนเดิมๆอยู่แล้ว .... หลอกผู้ใช้บัณฑิต มา เซนต์ชื่อ เบิกงบประมาณ ฯ นี่หว่า
อจ ยัง สอนแบบเดิมๆ เชิงเดี่ยว ไม่หลากหลาย .. ช่างเหมือนเกษตรกรเชิงเดี่ยว จริงๆเลย
ตัดเกรด อยู่นั้นแหละ .... พิจารณาแต่ ด้านจำๆๆ และ วิชาการเท่านั้น นี่แหละ เกษตรกรเชิงเดี่ยว ..
หายนะ ชะตากรรม มาเยือนปร
อาจารย์ท่านไม่ได้ "โม้" หรอกครับ
ด้วยความเคารพครับ
อาจารย์ค่ะ
มีเรื่องขอความช่วยเหลือค่ะ
http://gotoknow.org/file/rattiya/letter.doc
กราบสวัสดีครัีบท่านอาจารย์
สบายดีไหมครัีบ บันทึกนี้แบบว่า Earthquake Model เลยครัีบ ตกจากหอคอยกันตรึมเลยครัีบอาจารย์ (รวมผมด้วยครัีบ)
ขอเพิ่มเทคนิคของอาจารย์อีกสี่ขั้นตอนนะครัีบ
วงจร คุย คิด คลิก คลำ (Nonaka learning cycle)
ขอเพิ่มต่อเป็น คุย คิด คลิก คลำ ขยำ บี้ จี้ ระเบิด ครัีบ
ผมคิดว่าน่าจะไปให้ถึงระเบิดครัีบเพราะเราจะได้เห็นเนื้อแท้ของจิตครัีบ
กราบขอบพระคุณมากๆ เลยครับ
รักษาสุขภาพนะครับ
เม้งครัีบ
ขอชื่นชม เสียงโม้ จากใจจิต
ให้ได้คิด ให้ได้ฟัง คนอื่นเขา
จะได้ไม่ ต้องคอย เลียนแบบเอา
สิ่งที่เขลา เอามาเป็น ของตัวกู
.......................
เรียน ท่านอาจารย์ไร้กรอบ ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ...
เสียดายที่ผมไม่ได้ไปกอดอาจารย์ฯ อีกครั้ง
มีราชการยาวจนถึง 3 ทุ่มและยังต้องเตรียมงานไปจนถึงตี 3 - 4 เลยต้องมอบหมายให้น้องในสำนักงานไปร่วมแทน
เขากลับมาบอกเล่าอย่างมีความสุข และยืนยันได้ว่าได้อะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการศึกษา หรือนักการศึกษานั้น เขายืนยันได้ว่า "ลึกซึ้งและโดนใจ" มาก และพร้อมที่จะนำมาขยายผลต่อเพื่อน ๆ ในวันพฤหัสบดีนี้..
....
ส่วนวันถัดมาก็ต้องมาราชการที่สุรินทร์กับน้อง ๆ นิสิต ..และนั่นก็พลาดที่จะได้เจอกับ อ.ทวีสิน อีกรอบเช่นกัน
...
ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ อจ handy ครับ ... ผมหมดแรง กับ การศึกษาไทย ขอเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ มา ทำไร่ ทำสวน แบบ พอเพียง ดีกว่า ...
ก็ มองๆ หา อจ แผ่นดินอยู่ เหมือนกัน
ไม่เป็นไร ครับ
สวัสดีครับอาจารย์วรภัทร์
ผมอ่านไป ยิ้มไป ขำไป และได้สาระจากบันทึกของอาจารย์ครับ
ชอบที่อาจารย์เปรียบเทียบครูอาจารย์กับเกษตรเชิงเดี่ยว การทำการเกษตรมันคล้ายกับการสอนไหมครับ? เราวัดกันที่ผลผลิต ที่ผลิตอย่างเดียว ผลิตเยอะๆ เพื่อตอบสนองตลาดใหญ่ๆ ส่วนเกษตรแบบผสมนั้น ก็คงเหมือนกับการปรับความเหมาะสมและให้พืชและสัตว์ต่างๆ เกื้อกูลกันไป มันคงหวังผลแบบใหญ่ๆ ได้เงินทีละเยอะๆ ไม่ได้นะครับ และที่สำคัญต้องมีความเข้าใจ ไม่ต่างกับการเรียนการสอน และการประเมินการเรียนการสอนนะครับ ครูอาจารย์คงต้องมีเทคนิคเยอะๆ และปรับวิธีการประเมินไปตามสถานการณ์
ผมชอบที่อาจารย์อยากให้มีวิชา อิสาน 101 จังเลยครับ อย่างนี้ที่ภาคเหนือต้องมี คำเมือง 101 เป็นวิชาพื้นฐานบังคับด้วย ต่อไปถ้ามีหลักสูตรออนไลน์ ผมจะได้ลงบ้างทั้งสองวิชา
ด้วยความเคารพครับ
เข้ามาติดตามค่ะ ตัวหนังสือโตกว่านี้จะทำให้อ่านง่ายขึ้นค่ะ ขอบคุณสิ่งดีๆที่ให้สังคมมาตลอดค่ะ
ได้รับสำเนาเอกสารเรื่องนี้จากเพื่อน ก็เลยได้รู้จักตัวตนของอาจารย์จากประวัติ และการเป็นวิทยากรของอาจารย์ (ยังเป็นคนในวงแคบๆ ที่รู้จักคนไม่มาก) ในประวัติของอาจารย์ มีประโยค "รักษาสมดุลทั้ง "สมมุติ" และ "วิมุติ" รับผิดชอบงานการ ครอบครัว ฯลฯ ภายในฝึกสร้างสติ ค้นหา รักษา "วิมุติ" ภายนอกก็รับผิดชอบต่อสมมติ ...>>...." จะขอความกรุณาอาจารย์ ช่วยอธิบาย คำว่า "วิมุติ" ให้ กบข้างกะลา ได้เกิดปัญญาด้วย จะขัดข้องไหมค่ะ
ขอขยายคำว่า (ยังเป็นคนในวงแคบๆ ที่รู้จักคนไม่มาก)ขอบอกว่าเป็นตัวของ กบข้างกะลา นะค่ะ เดี๋ยวคนอ่านแล้วจะเข้าใจผิดไป
สวัวดีค่ะ อ.วภ
อ่านแล้วกระแทกใจค่ะ แต่ตัวอักษรเล็กไปค่ะ
นั่นนะสิ ผมก็ยัง อ่านเอง ไม่ค่อยจะออกเลย ขอบคุณ ขจิตที่แนะนำนะ
วิมุติ = การดูจิต ทำจิตให้ปกติ อยู่เสมอ โดย มี สติ เป็นตัว วัดว่าจิตเกิดอาการไหม การมีสติ แต่ละครั้ง เท่ากับ เป็นการเก็บแต้ม คะแนนสะสม เป็น สติสะสมพลัส เก็บไมล์เลส นั่นเอง สติที่สะสม นี่ คือ ทรัพย์ ที่นำเราข้ามภพชาติ และ ออกจากวัฏสงสาร
สมมติ = การงานที่เราต้องทำ ที่ต้องรับผิดชอบ
การบวชอยู่กับงาน คือ รักษาสมมติและวิมุติ ไปพร้อมๆกัน
ทำได้ครับ พร้อมๆกัน งานไม่เสีย สมมติดี และ สะสมสติ (วิมุติ) ไปด้วย
"ปะปน แต่ ไม่เปื้อน"
อยู่ในแวดวงมหาวิทยาลัยค่ะ แต่ไม่ใช่ตำแหน่งผู้สอน ขอรับรองว่าสิ่งที่ คนไร้กรอบ ไปพูดมา (ขอรับรองอีกว่า ไม่ใช่โม้) เป็นเรื่องจริง 1000% ค่ะ เพราะดิฉัน อยู่ในวังวนของคนกลุ่มนี้ เมื่ออายุยังน้อยเห็นไม่ชัดค่ะ แต่หลายปีผ่านอายุมากขึ้น ชัดยิ่งกว่าใช้แว่นขยายค่ะ จะเริ่มต้นเปลี่ยนแนวคิด หรือพฤติกรรม ที่จุดไหน จึงจะช่วยอนาคตของประเทศไทย ได้คะ
การเป็น อจ ที่ดี มันยากนะ
การเอา อจ ไปเป็น ผู้บริหาร ยิ่งยากกว่า เพราะ ติดนิสัย อจ มากเกินไป
การจะเป็น ทั้ง อจ และ ผู้บริหาร ยิ่งต้องฝึก ทักษะ หลายๆอย่าง โดย เฉพาะ วิธีคิด
ระบบการศึกษา ที่หลงทาง มาตั้งแต่ ยุคอุตสาหกรรม ได้ หล่อหลอม ให้ พวก อจ หลายๆท่าน เป็น คนที่คิดแบบอุตสหกรรม
"เอาคนในปัญหา ไปแก้ปัญหา" .... มันก็ผิดตั้งแต่ต้น แล้วครับ