หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ (อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้) ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้ ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจ

ช่วงนี้..เนื่องจากเป็นศิราณี..ปรึกษาปัญหาความรักให้กับเพื่อนพ้อง..น้องพี่บ่อยๆ..ก็เลยมีความรู้สึกว่า..กระแสของความรักกำลังแผ่ความสว่าง..อบอุ่นสดใสให้กับหัวใจหลายๆดวง..แต่ส่วนตัวแล้วก็สงสัย..และก็ยังคิดว่า..ความรักเนี่ย..มันเป็นความมหัศจรรย์ วันเดอร์ฟูลอย่างนึง...ที่คนสองคน..อยู่กันคนละที่..มีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างไม่เกี่ยวข้องกัน..กลับมีวันนึง..ที่ต้องมาได้เจอะเจอกัน..และก็รักกัน..และที่สำคัญมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ..เลยที่คนสองคน..จะมีใจที่ตรงกัน..เอ..อย่างนี้หรือที่เค้าเรียกว่า..คู่แท้..หรือบุพเพสันนิวาสแท้เชียว..

ถ้าเป็นอย่างนั้น..อะไรหรือที่นำมาซึ่งคู่แท้ขอเรา..วันนี้ก็เลยมีคำตอบจาก หนังสือ วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี..ซึ่งผู้เขียนโหลดอ่านทางเว็บไซต์นี้ค่ะ..http://dungtrin.com/watha_love/index2.html

--------------------------

"บุพเพสันนิวาส" ตามความหมายอันแท้จริง จะต้องเคยครองคู่ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันแล้วสุขสมด้วยกันมาก่อน มีลูกให้ช่วยกันเลี้ยงดูด้วยกันมาก่อน มีความจากพรากอันน่าอาลัยมาก่อน
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยสำคัญอย่างสูงคือเคยทำบุญในพุทธเขตร่วมกันมาก่อน
(จะทำบุญร่วมกันในศาสนาไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ลัทธิความเชื่ออันนำไปสู่อบาย แต่การทำบุญร่วมกันในพุทธเขต มีกำลัง มีความสว่างสูงส่งเหนือสิ่งอื่นใด)

๑) มีศรัทธาไปในแนวทางเดียวกันเช่นถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกันเชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือนๆกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกันเป็นต้น เมื่อศรัทธาไม่ตรงกันก็คุยเรื่องไม่ตรงกันเมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็วอันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้นขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกันยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทเลยครับศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศเดียวกันไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒) มีศีลอันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกันคือมีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กันพรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิตอย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว และนั่นก็เช่นเดียวกันถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน สำส่อนไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่นย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียวศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้วย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่นในกันและกันสนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓) มีจาคะอันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกันอย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่งไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอดเช่นอีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้นการเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูลยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่นเห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มีอย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อยๆยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้นจาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกันไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔) มีปัญญาเสมอกัน กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่องกล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกันหรืออย่างน้อยเป็นไปไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิดอีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญาหรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไรๆไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อยแต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่งปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนาและความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

หากอดีตกาลคุณเคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกันทั้ง ๔ ข้อ(อาจหย่อนนิดหย่อนหน่อยได้) ขอเพียงได้มาพบกันในชาตินี้ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด เหมือนเข้ากันได้ทุกอย่างเหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความเข้าใจกระจ่าง

จากที่พระพุทธเจ้าท่านเคยตรัส ว่าหญิงชายจะพบกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า ก็เพราะมีเหตุ คือต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คำว่า "เสมอกัน" นั้น อย่างน้อยที่สุดคือร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน มีใจปรารถนาจะรักษาศีล มีใจอยากสละให้ และอย่างน้อยพูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งเสนอ อีกฝ่ายนอกจากไม่สนองแล้วยังเอาแต่ขัดๆๆ

ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุสองประการ ประการแรกคือเคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ ประการที่สองคือชาตินี้ได้เกื้อกูลกัน นั่นแหละความรักอย่างลึกซึ้งถึงจะเกิดได้

มองด้วยข้อสรุปนี้ คู่บุญตัวจริงก็คือคนที่เคยคิดดี พูดดี ทำดีต่อกันมาก่อน รวมทั้งมีศรัทธาไปในทางเดียว แข็งแรงในศีลข้อเดียวกัน มีใจคิดสละประมาณเดียวกัน และอย่างน้อยต้องพูดกันรู้เรื่องประมาณเพลินคุยได้ไม่รู้เบื่อ ประเภทใส่บาตรครั้งสองครั้ง อาจมีผลให้เกิดความรู้สึกปิ๊งๆบ้าง แต่จะไม่มีเหตุปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนให้ได้พบกันบ่อยๆ ได้เกื้อกูลกันโดยปราศจากอุปสรรคขัดขวางอย่างสิ้นเชิง

-----------

อ่านจบแล้ว..ใครที่ยังไม่มีคู่ก็สบายใจได้นะคะ..ทำความดีเยอะๆ...เดี๋ยวบุญกุศลก็จะจัดสรรนำพาคนดีๆมาให้พบเจอเองค่ะ..

อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข..แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ.ธรรมะจะจัดสรรสิ่งดีๆ..คนดีๆ.ให้เราเองค่ะ....

แต่บางที..การไม่มีคู่เลย..ก็สบายดีเหมือนกันนะคะ..แฮ่ๆ..เข้าข้างตัวเองเรื่อยเลย...

มีความสุขทุกคืนวันกับการทำความดี..แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ..^^

------------------------------------------------------------