3-4 วันแล้วที่ผมไปเล่นตะกร้อกับเพื่อน  เพื่อออกกำลังกายและเพื่อคลายเครียดจาการทำงาน   เมื่อก่อนผมชอบเล่นฟุตซอล  ที่สนามเทศบาลเมืองแม่สอด แต่ช่วงหลังไม่ค่อยได้ไป หลังจากที่ผมหยุดเล่นมานานพอสมควร จนได้เจอเพื่อเก่าสมัยเรียน ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดพวงคำ อ.ลี้  เรียนด้วยกัน เป็นเวลา 6 ปี หลังจากจบ ม.6 ก็แยกย้ายกันไปเรียนต่อ ผมขึ้นไปเรียนที่ มจร. เชียงใหม่ ส่วนเขาไปเรียน มจร.มหาธาตุ กรุงเทพฯ หลังจากนั้นไม่ได้เจอกันเลย นานพอสมควร เพื่อนเขาเอาถ่าน กว่า "ครูข้างถนน" เขาเรียนจนจบ ปริญญาโท จาก ม.บูรพา ด้วยอุดมการณ์และไม่ลืมข้าวก้นบาตร จึงกลับมาสอนหนังสืออยู่ที่โรเรียนการกุศลของวัด  โรงเรียนธรรมวัตรวิทยา (วัดดอนมูล อ.แม่สอด จ.ตาก ) ผมจึงไปเที่ยวหาบ่อยๆตอนเย็น     วันนี้หลังจากเล่นตะกร้อเสร็จ ผมก็เข้าไปในวัด เพื่อเข้าไปกราบขอพรพระ ผมเห็นเด็กๆ กำลังเข้าแถวรอคิวตักอาหาร  ผมจึงนึกถึงเพลงลูกหิน  ของวงคาราบาว 

เรียนเข้าไปลูก ถึงลูกจะเรียนโรงเรียนวัด
พ่อไม่มีเงินยัดลูกไปโรงเรียนดีดี
ลุยเข้าไปลูก เรียนเข้าไปให้มันได้เสีย
ไม่ต้องมีแป๊ะเจี๊ยะไม่ต้องเสียใจหรอก

จงภาคภูมิใจในความยากจน
พ่อไม่ใช่คนขี้โกงขี้กิน
คนเรามีค่าใช่เพียงทรัพย์สิน
เราเกิดบนดินควรทดแทนคุณ
ใฝ่คุณธรรม ทําแต่ความดี
มีอิ่มมีพอ ขออย่าสะสม
ช่วยเหลือผู้ทุกข์ตรม สมหวังดังพ่อตั้งจิต

     โรงเรียนธรรมวัตรวิทยา (โรงเรียนการกุศลของวัดดอนมูล) อ.มาสอด จ.ตาก เปิดทำการสอนช่วงชั้นที่ 1- 3 มีเด็กนักเรียนและสามเณรเรียนร่วมกันจำนวน 400 คน ส่วนมากเป็นเด็กยากจน  ทางวัดรับผิดชอบทุกอย่าง ค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน ตลอดถึงอาหารเช้า กลางวัน และเย็น รวมถึงที่พัก ให้กับเด็ก ส่วนมากเด็กที่มาเรียนเป็นเด็กชาวเขา เผ่าม้ง  มูเซอ  ในรูปผมไม่ได้นำกล้องไปด้วย จึงใช้กล้องจากมือถือถ่าย ภาพจึงไม่ค่อยชัด เด็กๆกำลังเข้าแถวรอรับอาหาร มีรุ่นพี่คอยตักอาหารให้ และมีการแบ่งเวร กันทำความสะอาด โรงอาหาร และล้างเคื่องครัว  เป็นการฝึกความสามัคคี ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง

       โรงเรียนวัดนี่แหละที่ทำให้ผมได้มีวันนี้ ฝึกทุกอย่างให้กับผม ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง ฝึกให้เป็นนักสู้ ฝึกการอดทน ฝึกให้ข่มตัวเองเมื่อเจอกับมารมาผจญ และที่สำคัญฝึกการเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมโลกกลมๆใบนี้ ที่มีการเหลื่อมล้ำกันอีกมากมาย  ในด้านต่างๆ ไม่เคยคิดน้อยอกน้อยใจที่เรียนจบมาจากโรงเรียนวัด ถึงจะไม่เป็นเลิศในด้านวิชาการความรู้ก็ตาม