คนเราต้องยอมรับความเป็นจริงของชีวิตอย่างไม่เคอะเขิน การยอมรับความเป็นจริง หรือสถานะชีวิตของตนเอง คือการเริ่มต้นที่จะหยัดยืนอย่างไม่หลีกหนีปัญหา

(๑)    : คนฅ้นคน  นำเสนอเรื่องของเด็กสาวเรียนดี ยากจน และไม่มีโอกาสได้เรียนในมหาวิทยาลัย ฯ  

ภายหลังเรื่องราวของ เดือน  สีทอง  เด็กสาวอายุ 18  ปีจากโรงเรียนประดู่แก้วประชาสรร                       ตำบลระเวียง  กิ่งอำเภอโนนนารายณ์  จังหวัดสุรินทร์  ถูกเผยแพร่ผ่านรายการชื่อดังอย่าง คนฅ้นคน เมื่อวันที่  14  และ 21  มิถุนายน  2548  ใคร ๆ  ก็รู้จักเรื่องราวของเธออย่างกว้างขวาง  ทั้งในฐานะของเด็กสาวกตัญญูสู้ชีวิต  และเด็กสาวที่พลาดโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เพียงเพราะไม่มีเงินไปรายงานตัวเป็นนิสิต ....

เรื่องราวของเธอได้รับการสื่อสารออกสู่สังคมอย่างเข้มข้น กล่าวคือครอบครัวมีฐานะยากจน  มีพี่น้องทั้งหมด 4  คน  เธอเป็นคนโต  มีผลการเรียนที่ดีมาโดยตลอด  คนรองชื่อดาว  กำลังเรียนอยู่ ม.5  น้องชายคนถัดมาเรียน ป.5  ส่วนคนสุดท้องนั้นพิการแต่กำเนิด  และขณะนี้อายุก็กำลังย่างเข้า 4  ขวบ -

... พ่อของเดือนติดเหล้างอมแงม  มิหนำซ้ำยังก่อร่างสร้างหนี้สินไว้ก้อนโต  โดยหนีหายไปภาคใต้  นาน ๆ จึงจะติดต่อกลับมาสักครั้ง  ทิ้งหนี้สินเป็นภาระให้เดือนและแม่ต้องแบกรับแทนอย่างหนักหน่วง  

... ในแต่ละวัน  นอกจากการเรียนที่โรงเรียนแล้ว   เดือนต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้นำครอบครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้  เธอออกรับจ้างตามหมู่บ้านอย่างไม่ย่อท้อ   บางครั้งก็รับจ้างขนน้ำให้ชาวบ้าน หรือบางทีก็เก็บของเก่ารวบรวมไว้เพื่อนำไปขาย   

เดือนฯ ในชุดนิสิตมาเป็นวิทยากรในวันปฐมนิเทศนิสิตใหม่ :  ๓๐  พ.ค. ๕๑

(๒) จนแล้วไม่เจียมยังอยากเรียนอีก:  คำบอกเล่าที่เปิดเปลือยในนิตยสาร ฅ.คน 

 ... ถ้าหนูมีงานทำมีเงิน  หนูไม่อยากให้แม่ต้องไปหาเขียดแล้ว  อยากให้แม่กับน้องได้กินอาหารดี ๆ นอกจากพวกกบเขียดแล้ว  อาหารที่ดีที่สุดที่ครอบครัวเราเคยกินมาคือแกงจืดวุ้นเส้นใส่หมูสับ  และนาน ๆ ทีถึงได้กินกัน  ...

... หนูอยากใส่ชุดนักศึกษามาก  ฝันมานานแล้ว  อยากเรียนให้สูง คนก็จะยกย่องนับถือเรา  ยกย่องพ่อแม่เราและเป็นการเชิดหน้าชูตาพ่อแม่ได้ด้วย  หนูคิดว่าสักวันหนึ่งหนูต้องได้ใส่ชุดนักศึกษาให้ได้  และวันนั้นต้องมีแน่นอน  หนูต้องทำได้

... จนแล้วไม่เจียมยังอยากเรียนอีก  คำนี้มีคนพูดใส่หูแม่บ่อย  หนูเอาคำดูถูกของคนมาเป็นแรงกระตุ้นอย่างดีให้หนูสู้ชีวิตและต้องเอาชนะคำพูดนั้นให้ได้  ยิ่งมีคนดูถูกเรามากเท่าไร  เรายิ่งต้องพยายามมากขึ้นเท่านั้น ..

(๓) จากมหาสารคามสู่สุรินทร์ :  การเดินทางอันแดกด่วนในเย็นวันหนึ่งของผมและทีมงาน

ภายหลังเรื่องราวของเดือน สีทอง  ปรากฏออกสู่สาธารณะเพียงไม่ถึงสองวัน  ผมก็ถูกเรียกตัวขึ้นไปพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยอย่างเร่งด่วน   ครั้งนั้นและห้วงนั้น  ผมเองก็อยู่ในสถานะคนธรรมดา ๆ  ที่เพิ่งจะลาออกจากงานบริหารมาไม่นาน  จึงอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่า  การถูกเรียกตัวด่วนเช่นนั้น  ย่อมมีอะไรให้ผมต้องรับผิดชอบเป็นกรณีพิเศษอย่างแน่นอน

และเมื่อรับรู้ข้อมูลและเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในระดับหนึ่งแล้ว  ก็เข้าสู่ห้วงสำคัญโดยการซักถามว่าใครพร้อมที่จะเดินทางไปทำหน้าที่เจรจากับเจ้าตัว  เพื่อพาเจ้าตัวกลับมาสู่การเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยอีกรอบ

ผมนั่งเงียบ, หรือแม้แต่เรียกได้ว่าแทบไม่กระดิกตัวใด ๆ เลยก็ว่าได้  ในที่ประชุมตรงนั้นมีสายบริหารนั่งเรียงรายกันหลายคน  ไล่เรียงตามลำดับแล้วไม่ปรากฏว่าใครจะขันอาสาไปเป็นทูตเจรจาเลยแม้แต่คนเดียว  ทุกคนออกตัวในทำนองไม่พร้อม  และไม่สะดวกนัก -

ผมนั่งเงียบเพราะรู้ตัวดีว่าสถานะของผมเป็นแค่ คนธรรมดา  คงไม่มีพลังพอ หรือมีเกียรติพอที่จะรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นั้นได้  เพราะการเดินทางไปนั้น  ก็เสมือนการเดินทางไปในนามมหาวิทยาลัย ฯ  บางเรื่อง หรือแม้แต่หลายเรื่องก็ต้องมีอำนาจที่จะตัดสินใจได้อย่างไม่อิดออด

จนท้ายที่สุด ..  ทุกอย่างก็มาลงที่ตัวผม  และผมเองก็ไม่ปฏิเสธ  หากแต่ลึก ๆ แล้วก็ดีใจและมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำหน้าที่นั้นให้ลุล่วง  เพราะผมเข้าใจดีว่าโอกาสของคนอยากไร้นั้นสำคัญแค่ไหน  ..ผมเองก็เคยมีสภาพไม่ต่างกัน  ไฉนเลยจะนิ่งดูดายต่อชะตากรรมนั้น ๆ  ได้ราวกับคนไม่มีหัวจิตหัวใจ

ก่อนการเดินทาง  ผมย้ำกับผู้บริหารว่าการไปครั้งนี้  มิใช่ไปเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย 
หากแต่ไปเพราะความรู้สึกอาทรต่อคนดี ๆ ที่เราต้องดูแลและให้โอกาส  ส่วนเจ้าตัวจะรับโอกาสนั้นหรือไม่ ก็สุดแท้แต่จะตัดสินใจเอง

นอกจากนั้นแล้ว  ผมยังย้ำถามให้ชัดเจนอีกหนว่า   มหาวิทยาลัยมีอะไรรองรับในด้านสวัสดิการแก่เด็กคนนี้บ้างหรือเปล่า   ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่า   ประเด็นเหล่านี้  เจ้าตัวหรือแม้แต่คนรอบข้าง  ก็คงอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับมหาวิทยาลัย และมันก็เป็นความชอบธรรมที่เขาจะต้องเอ่ยถาม ...

ไม่มีคำตอบใดที่ชัดเจนนักเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการดังกล่าว   หากแต่ยืนยันว่า  อะไรที่ผมคิดว่าพอเป็นไปได้   ก็ขอให้ผมใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจได้เลย   ส่วนอะไรที่คิดว่าไม่อยู่ในบริบทของเราที่จะดูแลได้  ก็ขอให้นำมาพิจารณากันอีกรอบ

นั่นคือ..ความชัดเจนที่เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน  แต่ทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้   โดยผมต้องออกเดินทางอย่างเร่งด่วน  พร้อมกับน้องนิสิตหญิงอีกท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับ เจ้าเดือน  ซึ่งจะทำหน้าที่ในการนำทางไปสู่บ้านเกิดเมืองนอนของ เดือน  สีทอง  

และอีกคนที่ผมเลือกให้ร่วมเดินทางไปด้วยก็คือ  เจ้าก้อง หรือคุณวัฒนพงษ์  คงสืบเสาะ  ผู้ซึ่งเป็นเสมือนน้องชายอีกคนของผม  เพราะเจ้าตัวเป็นคนพื้นเพสุรินทร์  คงช่วยอะไรได้บ้างกระมัง  หรืออย่างน้อยก็ไปเพื่อเรียนรู้ในเรื่องบางเรื่อง  ด้วยหวังว่าในวันหนึ่งข้างหน้า  เขาอาจต้องกลายมาเป็นคนที่ต้องแบกรับหน้าที่เหล่านี้แทนผม ได้บ้าง –

วันนั้น,  เราออกเดินทางกันอย่างเร่งรีบด้วยรถตู้ของมหาวิทยาลัยฯ  ยังไม่ทันพ้นเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม  ฟ้าทั้งฟ้าก็ถูกห่มคลุมด้วยม่านดำของยามค่ำคืน

นี่เป็นการเดินทางอันแดกด่วนของชีวิต  เราทุกคนไม่มีโอกาสได้อาบน้ำ หรือแม้แต่ตระเตรียมเสื้อผ้า  ผมเองไม่มีแม้กระทั่งเสี้ยวเวลาที่จะกลับไปโอบกอดลูกชายให้ชื่นใจ  ทุกอย่างเร่งด่วนและแดกด่วน  เราไม่มีเวลาแม้กระทั่งรอให้ผู้เกี่ยวข้องไปจัดการหาเงินหาทองมาสำรองจ่าย..  ผมจึงได้แต่บอกกล่าวกับทีมงานว่า  ไม่เป็นไร ..ผมพอมีบ้าง
การเดินทางครั้งนี้,  เราเองก็รู้ดีว่า  บัดนี้เจ้าตัวได้เดินทางไปปักหลักอยู่กรุงเทพฯ โดยมีคุณสุทธิพงษ์  ธรรมวุฒิ  หนึ่งในเจ้าของรายการ คนฅ้นคน เป็นคนให้ความเมตตาดูแลเสมือนลูกหลาน  และเบื้องต้นเจ้าตัวก็ได้สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมายว่า จะเรียนและทำงานไปพร้อม ๆ  กัน   
(๔) เส้นทางที่ไมคุ้นเคย  หากแต่มีคนคุ้นเคยรออยู่

เราเดินทางเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายในราว ๆ  เกือบจะสองทุ่ม   โดยเบื้องต้นแวะรับครูท่านหนึ่งที่ถือได้ว่าใกล้ชิดกับน้องเดือนมากที่สุดอีกท่านหนึ่งก็ว่าได้  ทันทีที่ผมก้าวลงจากรถตู้ของมหาวิทยาลัยและยังไม่ทันได้ตั้งตัว  ชายหนุ่มท่านหนึ่งก็ตรงเข้ามายกมือไหว้ในระยะประชิดพร้อม ๆ กับแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองว่า  ผมจำพี่ได้  พี่จำผมได้มั๊ย...

ครับ... บุรุษท่านนี้เป็นรุ่นน้องที่เรียนจบจาก มมส  เมื่อหลายปีก่อน  เคยเห็นผมท่องยุทธจักรกิจกรรมอย่างชัดแจ้ง  และปัจจุบันเขาก็เป็นคู่ชีวิตของครูผู้หญิงที่เรามุ่งหน้ามารับเพื่อนำพาไปสู่จุดหมายของการเจรจาในค่ำคืนนี้ .

ถัดจากนั้นเราทั้งหมดก็มุ่งตรงฝ่าม่านมืดไปยังบ้านของเจ้าเดือนอย่างไม่ลดละ   ภายใต้ม่านมืดของค่ำคืนผมกลับรู้สึกอบอุ่นและมั่นใจขึ้นกว่าเดิม  ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากการได้พบกับคนรู้จักอย่างไม่คาดคิดนั่นเอง  มันเหมือนกับการปลุกปลอบว่า เราเริ่มต้นได้ดี ...ภารกิจนี้ก็น่าจะลุล่วงไปได้บ้าง (กระมัง)  

คืนนั้น  เราเดินทางถึงบ้านของเดือนในตอนสักประมาณสามทุ่ม ..รถตู้จอดนิ่งในลานหญ้าใกล้ ๆ ทุ่งนา  แสงสว่างจากหลอดไฟหน้ารถสาดส่องไปได้ไกล  สะท้อนให้เห็นต้นไม้  และเรือนหลังเล็ก ๆ  ตั้งอยู่ในเงามืดของราตรีกาล  แต่พอก้าวเท้าเข้าใกล้กลับประจักษ์แก่ใจว่า  บ้าน หรือเรือนหลังเล็กนั้น  มีสภาพเป็นกระท่อมเล็ก ๆ  มากกว่าจะเป็นบ้าน -

ผมยังคงเดินตามครูผู้นำทางไปอย่างติด ๆ  ..  ยังไม่ทันถึงตัวบ้านนั้น  หญิงสาวท่านหนึ่งก็โผเข้ามาไหว้และเกาะกุมแขนผมราวกับคุ้นเคยและสนิทแน่นมาแสนนาน   จังหวะนั้นทำเอาผมตกใจเป็นอย่างมาก  ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก   แต่พอตั้งสติได้ก็จำได้แม่นเลยว่า  หญิงสาวท่านนี้เป็นน้องนิสิตอีกคนที่ผมคุ้นเคยมาในสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน   ซึ่งบัดนี้ก็เป็นมาเป็นครูอยู่ที่นี่  และเป็นครูอีกคนที่ให้ความเมตตาดูแลเจ้าเดือนมาอย่างใกล้ชิดไม่แพ้ท่านอื่นๆ  ..

ค่ำคืนนั้น  เราได้พูดคุยกันในเรื่องที่อยากจะให้เดือนกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัย  โดยมีแม่และน้องสาวของเดือนมานั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ..  ปล่อยให้ครูและผู้นำชาวบ้านทำหน้าที่ในการพูดคุยและขบคิดในประเด็นต่าง ๆ แทนอย่างเต็มที่

เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเอ่ยถามถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยจะจัดสรรให้กับเดือน ..  ผมเองก็บอกกล่าวเบื้องต้นว่า  ตอนนี้ที่ชัดเจนแล้วก็คือการเรียนฟรีในระดับคณะ  การพักฟรีในหอพัก  รวมถึงการจัดหางานพิเศษรองรับให้เจ้าตัวได้สร้างรายได้เสริมให้กับตัวเอง  ขณะที่ผมก็ยืนยันว่า   ในฐานะที่ตัวเองกำกับดูแลเรื่องทุนการศึกษานั้น  ก็จะพยายามนำเสนอให้ผู้บริหารได้อนุมัติทุนให้เปล่าประเภทต่อเนื่องจนจบการศึกษาให้กับเจ้าตัว  ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ  ต้องให้เจ้าตัวไปดูเงื่อนไขเองว่า  จะตกลง หรือรับได้หรือเปล่า

คืนนั้น,  เราไม่อาจติดต่อกับเดือนได้เลย  ซึ่งเราก็เข้าใจดีว่า  ตอนนี้เจ้าตัวมีทางเลือกอันมากมาย  สังคมได้ขยับเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด   ซึ่งมันก็ยุติธรรมดีแล้วสำหรับคนดี ๆ  ที่ควรต้องได้รับการดูแลดี ๆ จากคนรอบข้าง และเหนือสิ่งอื่นใด  นอกจากความดีงามของเจ้าตัวแล้ว  เราก็คงต้องยกความดีงามนั้นให้กับทีมงานของ คนฅ้นคน ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้เราได้มีโอกาสรับรู้ในเรื่องอันดีงามของคนที่ยังด้อยโอกาส

และคืนนั้น, ผมและทีมงานตัดสินใจอำลาจากผู้คนที่เกี่ยวข้องในราว ๆ ห้าทุ่มเศษ   โดยมีครูผู้ซึ่งเป็นน้องนุ่งมาส่งขึ้นรถอย่างใกล้ชิด  พร้อมกับรับปากรับคำว่าจะช่วยติดต่อสื่อสารไปยังเดือนในเร็ววัน  รวมถึงกล่าวอย่างมั่นใจว่า  เดือนน่าจะกลับมาเรียนที่ มมส  เพราะเจ้าตัวอยากเรียนสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรมมาก   ..มันเป็นความฝันของเดือน..จึงเชื่อว่าเดือนจะกลับมา

ขณะที่ผมก็รับปากกับคุณครูที่เป็นรุ่นน้องของผมเองว่า  หากเจ้าตัวกลับมาเรียนที่ มมส  โดยส่วนตัวก็พร้อมที่จะอาสาให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง และขอเอาเกียรติประวัตินักกิจกรรมของตัวเองที่พวกเขาคุ้นเคยเป็นประกันว่าจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด ..เหมือนกับที่เคยทำให้กับนิสิตมาแล้วในสมัยที่เป็นนายกองค์การ ฯ ...

ด้วยระยะอันแสนไกล  กอปรกับค่ำคืนที่มืดสนิท  ผมตัดสินใจพาทีมงานเข้าพักโรงแรมในตัวเมืองของจังหวัด  และกว่าจะเข้าที่พักได้ก็ปาเข้าตีหนึ่งเศษ ๆ ..ไม่มีใครเอ่ยปากบ่นถึงความเหนื่อยล้า  หากแต่เห็นได้ชัดว่า  ทุกคนมีความสุขที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ ...ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเองนั่นแหละว่าจะเลือกเส้นทางใดให้กับชีวิต

(๕) สู่ การเป็นนิสิต  มมส .. 

ภายหลังจากการไปพูดคุยกันได้สัปดาห์เศษ ๆ   จากนั้นผมก็ทราบข่าวว่าเดือน ฯ  ตัดสินใจมาเรียนที่ มมส   และวันที่เจ้าตัวมานั้น  มีหลายคนหลายฝ่ายก้าวออกมาดูแลอย่างน่าอุ่นใจ  มีการเข้าพบผู้บริหาร  มีนักข่าวมาทำข่าว  เว้นแต่เพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ปรากฏในเวทีเหล่านั้น  ทั้งด้วยการหลงลืมของมหาวิทยาลัยฯ  และทั้งการตั้งใจของผมเอง 

ต่อเมื่อ
เวลาผ่านไปสักระยะ  เดือน  สีทอง  ก็เข้ามาพบผมเป็นการส่วนตัว,  ผมไม่ได้บอกกับเขาว่าผมเป็นคนเดินทางไปยังบ้านของเขา   หากแต่เจ้าตัวก็รู้เรื่องราวของผมจากปากคำของคณะครูแล้วว่า  มีอะไรให้มาหาผมได้ตลอดเวลา...

ผมรับรู้จากเดือนว่า  ตอนนี้มีงานพิเศษให้ทำเยอะมาก   พอมีรายได้ให้ใช้และฝากไปให้แม่ ผมเองก็ยังยืนยันว่า  ผมมีร้านเช่าหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัย ฯ  หากจำเป็นก็เข้าไปทำได้เลย  รายได้ก็จ่ายเป็นรายวัน  ตอนนี้ก็มีนิสิตไปทำงานอยู่ที่ร้านกันหลายคน  รวมถึงผมก็ติดต่ออาจารย์หลายท่านเพื่อหางานให้กับเดือนฯ  แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่า  ตอนนี้มีงานเยอะมาก ..  ขืนทำมากกว่านี้  คงกระทบต่อการเรียนเป็นแน่   

และจากนั้น  ผมก็เสนอเรื่องขออนุมัติทุนต่อเนื่องปีละ 15,000  บาทให้กับเดือน โดยชี้แจงต่อผู้บริหารให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ  เพื่อเป็นทุนสมทบช่วยเหลือการเรียนและการดำเนินชีวิตให้กับเขา ...และเป็นความโชคดีที่ผู้บริหารก็เห็นชอบในแนวทางที่ผมขออนุมัติ

จากวันนั้นยาวนานเรื่อยมา  ผมพบเจอเดือน ฯ เป็นครั้งคราว  เรียกได้ว่านานทีถึงจะได้พบกันสักครั้ง  ซึ่งนั่นก็เข้าใจดีว่าเจ้าตัวเรียนหนักและเลิกเรียนก็ต้องทำงานพิเศษอย่างหนักหน่วง  แต่ทุกครั้งที่ได้คุยกัน  ผมก็มักจะถามถึงความเป็นไปของครอบครัวของเขาเสมอ ...  รวมถึงเมื่อถึงเทศกาลปิดเทอม   ผมและทีมงานก็ขออนุมัติกลับไปเยี่ยมครอบครัวของเดือนอีกครั้ง  ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับที่ดีจากครอบครัวของเขาเสมอเหมือนคนรู้จักมักคุ้น

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา   ผมเปลี่ยนสายงานไปเรื่อย  แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะติดตามความเป็นไปของเขาอย่างต่อเนื่อง   เพราะอย่างน้อยผมก็รู้สึกเสมอว่า  ผมคือคนที่นำสารจากมหาวิทยาลัยไปให้เขาได้พิจารณา  และบางอย่าง  ผมก็รับปากรับคำเป็นการส่วนตัวกับใครอีกหลายคน  ว่าจะดูแลลูกศิษย์ของเขาให้ดีที่สุด ...

ขณะเดียวกัน  ก็อดที่จะตั้งคำถามอย่างปล่อยวางไม่ได้ว่า  มันคุ้มหรือเปล่ากับการที่เขามาที่นี่  เพราะหากไม่มาที่นี่  บางทีวันนี้เขาอาจมีทางเลือกที่ดีกว่า  ทั้งในด้านการเรียนและการทำงานในกรุงเทพฯ   ซึ่งผมก็ได้แต่เก็บงำคำถามนี้ไว้ในใจเสมอมา   รวมถึงการรับรู้มาว่าในทุกวันเสาร์และอาทิตย์  เจ้าตัวจะลงไปทำงานพิเศษขายเสื้อผ้าที่สวนจตุจักรในกรุงเทพฯ  อย่างสม่ำเสมอ  และนั่นก็คือสิ่งที่เขายังต้องขับเคี่ยวกับภาระของชีวิตอย่างหนักหน่วง

(๖)  เปิดใจถามในคำถามที่คาใจ ..

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๓๐  พฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้เชิญเดือน  สีทองมาเป็นวิทยากรพบปะพูดคุยเรื่องราวชีวิตกับนิสิตใหม่  ซึ่งขณะนี้เจ้าตัวกำลังรอฝึกงานในชั้นปีสุดท้าย  และเดินทางไปอยู่กรุงเทพฯ  พร้อมกับการทำงานพิเศษขายเสื้อผ้าอยู่ที่สวนจตุจักร

เดือน , ถามผมว่าจะให้เขาพูดเรื่องอะไรดี  ...
ผมก็ได้แต่บอกอย่างกว้าง ๆ ในทำนองว่า 
ในมุมมองของผม  ผมอยากให้นิสิตใหม่ได้เรียนรู้ความเป็นชีวิตจากเขา  เพราะเขาสามารถสื่อให้เห็นได้ว่า  คนเราต้องยอมรับความเป็นจริงของชีวิตอย่างไม่เคอะเขิน  การยอมรับความเป็นจริง หรือสถานะชีวิตของตนเอง  คือการเริ่มต้นที่จะแก้ปัญหาชีวิต,  ยืนขึ้นโดยไม่คิดที่จะหลีกหนีปัญหา  และมีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้อย่างไม่ย่อท้อ ...  รวมถึงการเป็นผู้รับอย่างมีศักดิ์ศรี...

นอกจากนั้น  ยังรวมถึงการพูดคุยให้น้องนิสิตใหม่ได้รับรู้ว่า  มหาวิทยาลัยฯ  แห่งนี้มีพื้นที่ให้พวกเขาได้เรียนรู้และพร้อมที่จะช่วยเหลือพวกเขาอย่างเต็มกำลัง  ขอเพียงเขาทั้งหลายกล้าที่จะยอมรับสถานะอันเป็นจริงของตัวเอง  และกล้าที่จะเดินเข้ามายังจุดที่ให้การช่วยเหลือ 

สำหรับผมแล้ว  เดือน ..เป็นเสมือนภาพสะท้อนที่ต้องการสื่อสารไปยังนิสิตใหม่ให้รับรู้ว่า  คนดีๆ ย่อมมีพื้นที่เติบโตในทางสังคม  หรือคนดี ๆ ที่สู้ชีวิตนั้น  ย่อมได้รับการดูแลจากสังคมเสมอ  และการเป็นคนดีก็ต้องเริ่มต้นจากการเป็นคนดีของครอบครัว .. รู้และเข้าใจในบทบาทสถานะที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง  กล้าหาญที่จะตอบจุดยืนของตนเองอย่างทระนง  รวมถึงการยืนยันว่า แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่อจะพ่ายแพ้
หรือในอีกมุมหนึ่ง
  การใช้ชีวิตต้องมีจุดหมายที่ชัดเจน  ท่ามกลางอุปสรรคนานัปการนั้น  ชีวิตก็จำต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้ไปอย่างมีสติ ศรัทธาต่อการมีชีวิตอยู่ ...รวมถึงการยืนหยัดอยู่อย่างไม่สิ้นหวัง
 

เดือนฯ  ในขณะที่นั่งประกบกับ อาร์เดอะสตาร์ 3  :  ทั้งสองกำลังเรียนในคณะเดียวกัน

ก่อนการขึ้นเวทีในวันนั้น...ผมเปิดใจตามเดือนอย่างตรงไปตรงมาว่า  เสียใจหรือเปล่ากับการกลับมาเป็นนิสิตของ มมส  ...ทั้งที่หากยังอยู่ที่กรุงเทพฯ  ชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้

"ไม่เสียใจเลยจริง ๆ ... ที่นี่ให้โอกาสกับชีวิตมากมาย ทั้งการเรียนและการดำเนินชีวิต มีเพื่อนที่ดี ครูที่ดี และสิ่งดี ๆ รอบข้างให้สัมผัส  บางทีหากยังเรียนที่กรุงเทพฯ  อาจไม่จบแล้วก็ได้  เพราะคงต้องดิ้นรนทำงานให้ได้เงินพอสำหรับการดูแลตนเองและครอบครัว..."

นั่นคือคำตอบในคำถามที่คาใจตัวเองมาแสนนาน  ผมรู้สึกราวกับว่า  ได้ยกภูเขาลูกเล็ก ๆ ออกไปทิ้งทะเลจนหมดเกลี้ยง  รวมถึงการดีใจที่มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนเล็ก ๆ  ของเรื่องราวอันดีงามนี้  และถือเป็นเกียรติที่ได้เขียนถึงเขา หลังจากที่บอกเล่าเรื่องราวของเขาในเวทีต่าง ๆ มาอย่างมากมาย  

จึงได้แต่หวังว่า น้องใหม่ที่นั่งฟังเรื่องราวของเขา  จะเรียนรู้และยอมรับสถานะตัวเอง  พร้อม ๆ กับกล้าพอที่จะลุกขึ้นมาหยัดสู้กับชีวิตอย่างไม่ย่อท้อ