ผมว่าบูรณาการ อยู่ที่ใจครับ
เรื่องของการ “บูรณาการ” ในทางการศึกษา มีการอบรมกันมาก ต่างก็ว่ากันไป ต่างๆนานา
ผมเองก็ศึกษามามากครับ เรื่อง “บูรณาการ”
จากการศึกษาของผมเอง ผมคิดอย่างนี้ครับว่า
การ “บูรณาการ” ที่แท้จริง อยู่ที่ “ใจ” ครับ นั่นคือ
1.คุณต้อง “เปิดใจ”
2.คุณต้อง “ใจกว้าง”
3.คุณต้อง “มองทุกอย่าง ด้วยใจที่เป็นกลาง”
แล้วก็จะรู้ว่า “บูรณาการ” คือ อะไร
ขอบคุณครับ
ในความรู้สึก...และมุมมอง คิดว่า การบูรณาการ ได้สอดแทรกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่เนืองๆ แต่เราอาจยังมองไม่เห็น "แก่นแท้"
ถูกต้องที่สุดค่ะ...การเปิดใจ..จะทำให้มองเห็นการบูรณาการอย่างแท้จริง รวมถึง...หลายๆสิ่งในชีวิต ที่เรามองไม่เห็น ด้วยค่ะ
เป็นความคิดเห็นเรื่อง "บูรณาการ" ที่ดีมากครับ
ถูกใจ
ขอบคุณครับ
เรียนท่าน small man ครับ
อยากให้ท่านช่วยกรุณาวิจารณ์ เกี่ยวกับ วัฒนธรรมการใช้สุรา เป็นเครื่องมือในการบริหาร ในวงการศึกษาไทยด้วยครับ จากประสบการณ์และมุมมองของท่านครับ
ผมเองก็จะพยายามไปเขียนในมุมมองของผมด้วยเช่นกันครับ
ขอบคุณมากครับ
และต้องขออภัยท่านด้วยที่นอกเรื่อง แต่ผมคิดว่ามันเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยต่อการพัฒนาการศึกษาไทยครับ
สวัสดีค่ะท่าน Small man
วัฒนธรรมการใช้สุรา เป็นเครื่องมือในการบริหาร ในวงการศึกษาไทย
ท่านหยิบยกประเด็นนี้มา ดีมากครับ และถ้าจะให้สมบูรณ์ ต้องเติมคำว่า "การพนัน" ไปด้วยครับ
ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆในวงการศึกษาครับว่า
ถ้าไม่ "กินเหล้า เล่นไพ่" ก็ไม่มี "พวก"
ถ้าไม่มีพวก คุณก็ไม่ก้าวหน้า ทั้ง "อำนาจ" และ "ผลประโยชน์
พวก "กินเหล้า" เล่นไพ่" เป็น "มาเฟีย" อย่างหนึ่งในวงการศึกษาครับ
( แต่ทั้งหมด เป็นมุมมองของผมคนเดียว และ มองจากประสบการณ์มุมแคบๆ ที่ผ่านมานะครับ ไม่ใช่เหมาทั้งหมด หรือส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น)
ขอบคุณครับ
ต้องคัดสรรส่วนผสมซึ่งมีความลงตัว เข้ากันได้ และพอเหมาะพอสมมารวมกัน
ก็โอเคนะครับ แต่ทีนี้มันอยู่ที่ว่า เราจะต้อง "มีความรู้" ในการคัดสรรส่วนผสมซึ่งมีความลงตัว เข้ากันได้
นั่นคือ เราจะต้องมีความรู้ใน "ศาสตร์" ต่างๆ ที่จะนำมาบูรณาการ อย่างลึกซึ้ง และสามารถมองภาพได้ตลอดแนว ถึงการบูรณาการ
แต่เท่าที่ผ่านมา หลายท่านไม่มีความรู้ในศาสตร์ต่างๆ เพียงพอ จึงไม่สามารถคัดสรรส่วนผสมที่ลงตัวเข้ากันได้
อย่างดีก็แค่ "จับเอาหลายวิชามารวมๆกัน" เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่า "บูรณาการ"
ถามว่าบูรณาการอย่างไร ทำไมถึงต้องบูรณาการ ก็ตอบแบบน้ำขุ่นๆ วกไปวนมา
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์
สบายดีนะครับ
เปิดใจกว้าง มองทุกอย่างด้วยใจที่เป็นกลาง ผสานใจแล้วก็ต้องเปิดกะลาสมองด้วยครัีบ หลังจากเปิดกะลาใจ แล้วสาขาข้างเคียง ความรู้รอบตัวจะหลั่งไหลได้ครับ
บูรณาการง่ายๆ คือ เราลองทำมือข้างหนึ่งที่ไม่ถนัดครัีบ ผูกไว้กับลำตัว หรือตอนที่บาดเจ็บก็ได้ครัีบ แล้วจากนั้นลองดูว่าเราจะใช้แขนข้างที่ถนัดได้เต็มที่จริงหรือไม่??? เต็มร้อยหรือไม่???
นี่คือคำตอบของการบูรณาการอีกมุมหนึ่งครัีบ
ขอบคุณมากครับ
เรื่อง "บูรณาการ" ผมได้ความรู้มาจากท่านอาจารย์มากเลยครับ มาคราวนี้ ช่วยเสริมเติมเต็มให้ความกระจ่างชัดได้เป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะ
เปิดกะลาสมอง เปิดกะลาใจ แล้วสาขาข้างเคียง ความรู้รอบตัวจะหลั่งไหลได้
เราจะใช้แขนข้างที่ถนัดได้เต็มที่จริงหรือไม่??? เต็มร้อยหรือไม่???
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณมากครับ ผมยินดีเสมอนะครับ จริงๆ เรียกผมน้องก็ได้ครับ ผมจะได้มีโอกาสเรียกพี่ว่าพี่ครัีบ
เรื่องตัวอย่างการทำแขนข้างหนึ่งไม่ถนัด ต้องยกเครดิตนี้ให้เพื่อนรักผมคนหนึ่ง เพราะว่าเค้าโดนบาดแผลแล้วเล่าใ้ห้ผมฟังครับ เลยถกกันนิดหน่อย ซึ่งท้ายที่สุดเพื่อนบอกว่า ทำให้เราทราบว่า แขนข้างที่ถนัดนั้นไม่ได้ถนัดจริงๆ แล้วผมก็คิดว่านี่ล่ะ การบูรณาการ....
รักษาสุขภาพนะครับ ด้วยมิตรภาพครัีบ
สวัสดีครับ
แขนซ้าย ทำให้แขนขวามีความถนัดที่สมบูรณ์
ถ้ามองแบบแยกส่วน ดูเหมือนแขนซ้าย จะไม่เกี่ยวกับแขนขวา คือ ต่างก็ทำหน้าที่อย่าง "แยกส่วน" ก็น่าจะได้
แต่เมื่อไม่ใช้แขนซ้าย จึงรู้ว่า แขนขวาไม่ถนัดจริง ต้องทำงานประสานกันอย่างเป็น "องค์รวม" หรือ ที่เรียกว่า "บูรณาการ"
ขอบคุณครับ