วันนี้มาบันทึก เนื่องจากไม่ไหวแล้ว...ที่ไม่ไหวก็คือ รู้สึกสมองและร่างกายตัวเองหวั่นๆ...น้องจิกินอะไรไม่ได้เลย...กินแล้วจะอาเจียนออกมาหมดเลย....
เนื่องจากน้องจิโง่ง่อย ทางด้านอังกฤษ วันๆก็ไม่ต้องทำอะไร ท่องแต่ศัพท์ อ่านอังกฤษ...วิชาอื่นก็เรียนในห้องเรียนแล้วก็ช๊อดโน้ตเอาไว้...แล้วก็อ่านเวลาว่างๆ เท่าที่พอมีเวลา
ตั้งแต่เปิดเรียนมา น้องจิรู้สึกว่า ตัวเองเปลี่ยนไปมาก...ตอนอยู่มัธยม นอน 2 ทุ่ม ตื่น ตี 5 ...ส่วนตอนนี้ น้องจิ นอนเที่ยงคืน ตื่น ตี 5 ...ที่นอนเที่ยงคืน ก็เพราะท่องศัพท์ ตื่นตี 5 ก็ตื่นมาท่องศัพท์...ทุกท่านอาจจะบอกว่า ทำไมน้องจิขยัน...แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย
คำชมที่ทุกคนบอกมาว่าขยัน...มันไม่ได้ทำให้ภูมิใจ แต่มันทำให้ช้ำมากๆ เมื่อเราทุ่มเทให้กับมันขนาดนี้ แต่ผลที่ออกมามันไม่ได้ดีเลย....น้องจิเรียนอาทิตย์เดียว ก็สอบแล้วในวิชาอังกฤษ...น้องจิทำไม่ทัน แค่อ่านโจทย์แปลก็หมดเวลาแล้ว...เป็นเพราะ ต้นทุนทางสมองน้องจิน้อยในวิชานี้...จึงต้องพยายามให้มากที่สุด...
เพื่อนในห้องก็เป็นเช่นเดียวกับน้องจิ...แต่ทำไมเขาไม่รู้สึกเหมือนน้องจิ หรือเขาไม่เครียด หรือน้องจิบ้าอยู่คนเดียว หนูเครียดไปหรือเปล่า....แงๆๆๆ
น้องจิจะทำยังไงดีค่ะ....น้ำตามันร่วง...ไม่ได้ร่วงเพราะความท้อแท้...แต่ร่วงด้วยความช้ำของตัวเอง ที่ทำไมเราทุ่มเทแล้วยังไม่ได้อีก.....หรือว่ายังทุ่มเทไม่พอ...
เสียงปลอบโยนจาก ลุงเอก และ อาสิทธิรักษ์ .....ไม่ต้องเครียดนะ กำลังใจจากพ่อพิสูจน์ เดี๋ยวจะเอาเทปมาให้ฟัง....ทุกถ้อยคำที่ได้ยิน ทำให้น้องจิมีกำลังใจขึ้นมากๆ
แต่น้องจิต้องผ่านมันไปให้ได้...แต่เมื่อไหร่จะผ่านมันไป....ถ้าน้องจิติด F วิชาอังกฤษ....แล้วจะรู้สึกแย่แค่ไหน....โอ๊ย!! ต้องทำได้ ไม่ติดหรอกยัยจิ...นี่หนูบ้าไปแล้วหรือ
น้ำหนักตอนนี้เหลือ 45 กิโลกรัม....ลดหุ่นไปแล้ว 3 กิโล มา 1 อาทิตย์ ขึ้นอาทิตย์ที่ 2.....เหอๆๆๆ ไม่ได้ลดเพราะอดข้าวอดน้ำ แต่ลดด้วยสภาพร่างกายที่จะไม่ไหวแล้ว....ร่างกายไม่ไหว แต่ใจสู้ตลอด เลยกินไม่ได้อยู่อย่างนี้
คิดถึงทุกๆท่านนะค่ะ ...หาโอกาสมาเขียนบันทึกระบายความเครียด....เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
ขอให้น้องจิผ่านช่วงเวลาพิเศาแบบนี้ไปครับ
มันพิเศษจริง ๆ
บทเรียนในชีวิตเรา
สวัสดีเจ้าค่ะ พี่ออต
น้องจิ ก็อยากจะผ่านมันไปให้ได้ และเร็วที่สุดค่ะ คิดถึงนะค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาให้กำลังใจหนูค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
สวัสดีครับ
อดทนอีกนิด ขยันอีกหน่อย เดี๋ยวก็ผ่านอุปสรรคไปได้
มันไม่ยากเกินความสามารถของน้องจิหรอกนะครับ
ขอเอาใจช่วย
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณอาวัชรา
ขอบคุณที่เข้ามาให้กำลังใจหนูค่ะ ตอนนี้หนูก็พยายามอยู่ค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เช่นกันเจ้าค่ะ --->น้องจิ ^_^
เป็นกำลังใจให้ครับ น้องจิ แต่อยากบอกว่าภาษาอังกฤษที่กำลังเป็นปัญหาสำหรับน้องจิอ่ะนะ ไม่ต้องไปท่องศัพท์หรอกจ้า อ่านเยอะๆ และขยันเปิดดิกชันนารี เดี๋ยวก็จำได้เองครับ และหนังสือที่ควรอ่านคือ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ครับ จะช่วยให้จำศัพท์ได้เร็วขึ้นเพราะภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์จะซ้ำ ใช้คำเดิมๆ บ่อย อีกอย่างภาษาที่ใช้ในหนังสือพิมพ์เป็นภาษาที่ทันเหตุการณ์ มันจะช่วยให้น้องจิ สามารถสื่อสารได้ดีขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณอาหนุ่ย
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ น้องจิก็อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษด้วยค่ะ แต่แค่ไม่กี่หน้าอ่ะค่ะ เพราะว่า ต้องอ่านอย่างอื่นด้วย น้องจิจะพยายามขึ้นอีกนะค่ะ รักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจหลานคนนี้ค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ --->น้องจิ ^_^
ใจเย็นๆ คะ
หนูต้องลดความกลัว ความกังวล และความคาดหวังของตนเองลงมาหน่อยคะ
เพราะเมื่อจิตใจมันมีสิ่งดังกล่าวอยู่แล้ว ทำอะไรก็จะรู้สึกว่าทำไม่ได้ หรือทำแล้วได้ไม่ดี ต้องให้เวลาตัวเองผ่อนคลายพักผ่อนบ้าง
พี่เข้าใจอารมณ์ของน้องจิเลยคะ แถมเราอยู่ในสภาพแวดล้อมในชีวิตการเรียน บางครั้งอาจจะมีแข่งขันกันบ้าง อย่าไปเทียบตัวเองกับคนอื่น แต่ลองประเมินว่าตัวเองน่าจะทำอะไรได้แค่ไหน แล้วลองตั้งเป้าดูคะ แต่อย่าวางเป้าสูงหนัก ไม่อย่างนั้นจะเป็นการกดดันตัวเองมากไปคะ ต้องวางเป้าที่เอื้อมถึง และหากทำได้เกินเป้า นั่นคือกำไรชีวิตจากการเรียนคะ แล้วจะรู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้นคะ
ลองปรับตัวดูคะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
มาให้กำลังใจ เด็กเสียงเหน่อ
น้องจิ...
ด้วยรัก
กำลังใจให้ไปเกินร้อยเลย
ค่อยคิด ค่อยทำ ค่อยเป็น ค่อยไป
แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเองนะ
ยิ่งเครียด ยิ่งกังวล ก็ไม่ดีต่อตัวเราเองนะ
เชื่อมั่นในความตั้งใจของจิ ยังไงต้องทำได้อยู่แล้วละ
อีกหนึ่งกำลังใจ จากพี่คนนี้มอบให้เราเสมอ
สู้ๆเด้อน้องหล่า...
ไอ้หนูจิ
อย่าเครียด ลุงเจอมาแล้วตอนย้ายไปตะกั่วป่า กำลังเรียนปริญญาโทอ่านตำราทั้งไทยทั้งอังกฤษ อ่านทุกวัน พอสอบออกมาได้ B โอ้โฮ นี่อ่านทุกวันนะเนี่ย ทำไมมันเป็นยังงี้ วิชาต่อมาไม่เครียด อ่านมั่ง พักผ่อนมั่ง คุยกับเพื่อนในวิชาที่เรียนมั่ง กลับจำได้ดีกว่า คราวนี้ A- เฮ้ย...แสดงว่าตัวเราเครียดเอง เครียดแล้วจำบ่ได้...อิอิ
อ่านหนังสือนะดีแล้ว แต่อย่าเครียด เครียดแล้วก็เอาศัพท์มาแต่งเป็นเพลงอีแซวรับรองไปโลด....ลองดูดิ...
สวัสดีครัีบน้องจิ...
ยิ้มหน่อยดิครับ.... หากยังยิ้มไม่ออก มาี่ที่นี่ครัีบ ยิ้ม..ยิ้ม...ยิ้ม.... :-) :-) :-)
ไปยิ้มก่อนนะครับ แล้วกลับมาอ่านต่อ ในบรรทัดต่อไปนะครับ....
5
4
3
2
1
ลองปรับกระบวนการเรียนรู้ดีไหมครับ หากน้องจิเคยศึกษาคนเดียว ลองจับคู่หรือจับกลุ่มกับเพื่อนสองสามคน หรือสี่ห้าคนในกลุ่มก็ได้ครับ แล้วจากนั้นก็ผลัดกันถามผลัดกันท่องและทดสอบ เชื่อมโยงคำศัพท์กับสภาพแวดล้อมใกล้ตัว เวลาเราเจอศัพท์จะทำให้เราคิดถึงคำสำคัญบางอย่างได้แล้วดึงมันออกมาจากสมองเราง่ายขึ้นครับ
การเรียนเป็นกลุ่มจะทำให้เราเป็นทั้งครูและนักเรียนไปในตัว อาจจะำแบบนี้ก่อนนอน ก่อนเที่ยงคืน แล้วตื่นมาตอนเช้ามาจัดระเบียบการจัดอีกรอบนึงครับ สำหรับการท่องจำอาจจะจดใส่กระเป๋าก็ได้ครับ เวลาไปออกกำลังกายเช่นวิ่งรอบสนามก็ดึงมาดูแล้วก็วิ่งไป จำไปก็ได้ครับ ลองค้นหาเองดูครับ อาจจะเจอวิธีใหม่ๆ หรือไม่งั้น ก็จับขลุ่ย หรือเครื่องดนตรีมา แล้วจับศัพท์พร้อมแต่งกลอน ขับอีแซวก็ยังได้เลยครับ อาจจะเป็นคนแรกในโลก ที่แต่งอีแซวท่องกลอนคำศัพท์ลองดูิซิครับ จำได้จำแม่น
Snake คือ งู
สบู่ คือ soap
โลภ คือ covet
diet คือ ลดน้ำหนัก (เอ ใครหนอ น้ำหนักลด???)
แล้วก็ต่อไปเรื่อยๆ ครับ ต่อสักล้านคำเป็นไงครับ.... แล้วต่อกันกับเพื่อนๆ ก็สนุกได้ครับ
เีรียนหนังสือ อย่าเรียนเพื่อเกรด ครับ แต่ให้เรียนเพื่อรู้จริง เข้าใจจริง ตาแจ้งจริง เราจะได้เอาออกมาำทำจริงๆ ได้ ไงครับ....
ขอให้สนุกนะครับ
มีเรื่องเล่าให้ฟังค่ะ ... มีรุ่นน้องคนหนึ่ง เขาไม่เก่งภาษาอังกฤษเลยค่ะ แต่แทนที่จะห้ามรุ่งห้ามค่ำ เครียดๆ ท่องภาษาอังกฤษ เขากลับไปยืมเทปฝึกภาษาอังกฤษจากห้องสมุดมาฟัง และหัดพูดตามเทป แบบสนุกๆ พูดคนเดียว ... บางคนว่าเขาเพี้ยน แต่เขาไม่สนใจค่ะ... เขาทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ สบายๆ เมื่อจบปริญญาตรี เขาสอบทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อสำเร็จการศึกษาเขากลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งค่ะ...
ส่วนประสบการณ์การเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไม่เคยเรียนมาก่อนเลยของตัว(ป้า)เองนั้น ใช้วิธีจดคำศัพท์แปะไว้ทุกที่ที่มองเห็น จดไว้ในสมุดโน้ตน้อยด้วย แต่ไม่ท่องค่ะ เพราะท่องก็จำไม่ได้ แต่จะหาโอกาสพูด และพยายามใช้คำศัพท์ที่เรียนจากห้องเรียนหรือได้มาจากที่เพื่อนพูดนั้น ซึ่งจะทำให้จำความหมายและวิธีการนำมาใช้ในประโยคได้ ... จากนั้นไม่นานก็เริ่มสื่อสารได้ค่ะ
จึงเห็นด้วยกับลุงเม้ง รึว่า อาเม้งดี...ที่ว่าไม่ควรเรียนหรือท่องแบบเครียดๆ แต่ให้จับกลุ่มพูดคุยกับเพื่อน ฝึกพูด ประโยคและคำศัพท์ แบบสนุกๆ ... น่าจะช่วยให้เรียนสนุก จำได้และเข้าใจมากกว่า ... จำไว้อย่างว่า ภาษามีไว้เพื่อสื่อสาร ฉะนั้นต้องหัดสื่อสารด้วยภาษาที่เราเรียนด้วยจ้ะ...
เป็นกำลังใจให้นะ ... ขอให้เรียนอย่างมีความสุขนะจ้ะ
มามะ น้องจิ ป้าสุจะพาไปร้องเพลงภาษาอังกฤษง่ายๆ
http://gotoknow.org/blog/krusu/79228
อย่าเพิ่งเครียด การนั่งท่องศัพท์แบบเอาเป็นเอาตาย มันไม่เกิดผลดีเลย แถมจะพาลทำให้ไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษเข้าไปอีก หาอ่าน เขียน หรือฟัง อะไรที่มันอินเตอร์เทนมั่งจะดีกว่า เช่น เพลง โคลง กลอน พวกคำคมต่างๆ อ่านบ่อยๆ จะทำให้เราเพิ่มพูนคำศัพท์โดยไม่รู้ตัว ท่องไปเครียดไปเดี๋ยวก็ลืม
การทำข้อสอบภาษาอังกฤษต้องใช้เทคนิดการเดาความหมายคำศัพท์จากบริบทเยอะๆ ขืนมัวสาระวนกับโจทย์ ทำข้อสอบไม่ทันแน่
เดี๋ยวป้าสุจะส่งตำราเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษไปช่วยอีกแรงนะ ..อิอิ
ใจเย็นๆ
เครียด ๆ ๆ ๆ
....
เรียน ๆ เลอะ ๆ ไปเจอะเสื้อครุย
เรียน ๆ ลุย ๆ ไปคุยโรงพัก
เรียน ๆ รัก ๆ ชอบนักคนแซ่เฮ....
.....
อิอิอิ
ให้หมดใจเลยนะหลานจิ
สู้เขาทาเคชิ
อิอิ.......หลานเรา
เป็นขนาดนี้ อาว่าคงเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายจากชีวิตเดิมกับชีวิตใหม่
ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครับ
ด้านบนมีคำแนะนำดีๆกันหลายคน ลองทำดูนะจ๊ะ ถ้าไม่ดีอีกลองขี่จักยานหรือเดินเที่ยวสักรอบ มองไกลๆหายใจลึกๆ ยิ้มๆ แล้วกลับมานั่งสมาธิสักรอบ แล้วค่อยจับตำราใหม่
อย่าเครียดนะครับ ความกดดันจะเป็นต้นเหตุแห่งความเครียด ทำลายสถานะความจำด้วย สร้างบรรยากาศใหม่ๆ อย่าหวังมากเกิน ทุกคนให้กำลังใจ และไม่มีใครกดดันให้หลานอาจะต้องเลิศทุกอย่าง ทุกคนรักหลานจิคนนี้เพราะเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน อย่าทิ้งความเป็นจริงนะจ๊ะ
เป็นห่วงเสมอ .................................อา สิทธิรักษ์
น้องจิ
ด้านบนมีคำแนะนำดีๆ ส่วนพี่มาส่งกำลังใจค่ะ
อย่าฝืนร่างกายมากไปเพราะอาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้นะคะ
โห กำลังใจ เพียบเลย อ๊ะ
เด็กเสียงเหน่อ จะท้อได้ไง
ลูกท้อ กินได้นะ ครับ
แต่ความท้อ กินไม่ได้
สู้ ๆๆๆๆๆๆ