ฉะนั้น จึงมองว่าความทุกข์เป็นแค่ “นาม” นามสมมติ สมมติว่าเป็น “ทุกข์” เท่านั้นเอง

เราเริ่มมองหาสิ่งที่เรียกว่า “นาม” แต่บัดนี้ สิ่งนั้นไร้รส ไร้เสียง ไร้กลิ่น ไร้สี และไร้ซึ่งตัวตน มองไม่เห็น หาไม่เจอ จนกระทั่ง เริ่มถามตัวเองว่า...สิ่งนั้นมีตัวตนหรือไม่...บนโลกนี้มีสิ่งนั้นจริงหรือ หรือเป็นเพียงแค่นามสมมติ...สมมติว่า “มีนาม” เราเริ่มเปลี่ยนความคิดว่าสิ่งนั้น เป็นเพียงแค่ “นาม” นามสมมติ เท่านั้น
     เมื่อเป็นเพียงแค่ “นาม” สิ่งนั้นอาจจะมีหรือไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ก็เป็นได้ แต่หากสิ่งนั้นมีอยู่ อาจจะมีทั้งตัวตน กลิ่น รส สี และเสียง หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง แต่บางครั้งสิ่งนั้นก็ “ไร้นาม” ครั้นเมื่อสิ่งนั้นมีตัวตน มีกลิ่น มีสี มีรส และมีเสียง เราจึงมักจะยึดมั่น เมื่อยึดมั่นจึงทำให้เกิดทุกข์ แต่หากไม่มีสิ่งนั้นอยู่จริงในโลกใบนี้ สิ่งนั้นจึงอาจ “ไร้นาม” เมื่อใดที่ไร้นาม เมื่อนั้นเราจะไม่วิ่งหา ไม่ไขว่คว้า ไม่ต้องรอ และไม่ต้องทุกข์
     แต่ความเป็นจริงของชีวิต เรามักจะสมมติ...สมมติว่าสิ่งนั้น “มีนาม” เราจึงทุกข์ ๆ เพราะเราสมมติไปเอง ทุกข์จากสิ่งที่ไม่มีตัวตน ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ไม่มีสี และไม่มีเสียง ฉะนั้น จึงมองว่าความทุกข์เป็นแค่ “นาม” นามสมมติ สมมติว่าเป็น “ทุกข์” เท่านั้นเอง