นี่ฉันเป็นบ้าอะไรไปนี่.....ฉันลืมหน้าที่ที่สำคัญของฉันไปได้อย่างไร

 

 

 

            เคยไหมคะ...ในยามที่คุณพบเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานแต่คุณไม่สามารถเล่าให้คนรอบๆตัวคุณฟังได้  ในขณะเดียวกัน  คุณก็ยังต้องคอยเป็นห่วงความรู้สึกของคนรอบๆตัวคุณ ในขณะที่ไม่มีใครเคยนึกถึงความรู้สึกของคุณเลยว่าในขณะนี้คุณเป็นอย่างไร  คุณพบเจออะไรมาบ้าง (คุณอาจจะห่วงคนอื่นมากกว่าตัวคุณเองจนเขาเหล่านั้นเห็นเป็นเรื่องปกติก็ได้)  มันท้อแท้ และอึดอัดมากใช่ไหมคะ (อึดอัดจนต้องยอมให้น้ำตาล้นทะลักออกมาบ้าง...สะใจดี  )

            แต่ในยามที่คุณคิดว่าคุณไม่มีใคร  คุณอาจจะลืมไปว่า...ยังมีแววตาใสซื่อหลายๆคู่กำลังมองคุณอยู่ด้วยความห่วงใย

            เธอ...เบาๆ  สงสัยครูจะไม่สบาย

(เด็กน้อยคนนั้นพูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้ปิดปากแสดงอาการห้ามพูด ในขณะที่เห็นว่าเพื่อนๆของเธอกำลังวิ่งเข้าห้องเรียนด้วยเสียงอันดัง หลังจากไปพักรับประทานอาหารกลางวันแล้ว)

คุณเชื่อไหม...คำพูดนั้น  ทำให้คนบ้าคนหนึ่งที่กำลังนั่งท้อแท้  จะเป็นจะตายกับเรื่องที่พบเจอกลับคิดอะไรได้มากมาย  มันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำแล้วมีคนมาฉุดขึ้นฝั่ง (รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ)

นี่ฉันเป็นบ้าอะไรไปนี่.....

ฉันลืมหน้าที่ที่สำคัญของฉันไปได้อย่างไร  ดูสิลูกลิงของฉันต่างมองฉันด้วยแววตาห่วงใยระคนกับสงสัย

ใช่แล้ว...ลูกลิงที่รักของฉัน  ทำไมฉันลืมนึกถึงพวกเขาไปได้  แล้วฉันจะเป็นครูที่ดีได้อย่างไร  ถ้าฉันละเลยเขา ไม่ดูแลเขา เขาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของฉันใช่ไหม  ฉันลืมนึกถึงสิ่งสำคัญนี้ไปได้อย่างไร

-------------------------------

ในชั่วโมงภาษาไทย

                        ฝนตกแดดออก   นกกระจอกเข้ารัง

                        แม่หม้ายใส่เสื้อ   ถ่อเรือไปดูหนัง

          ครูครับ...ผมอยากแต่งบ้าง แบบนี้ครับ

                        ฝนตกแดดออก   นกกระจอกเข้ารัง

                        ผัวเมียตีกัน          อยู่ในรังนกกระจอก

ถึงแม้จะดูไม่สุภาพและไม่เข้าที  แต่ก็มาจากความร้ายเดียงสา อุ๊บ ไร้เดียงสา  และสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับฉันได้...แต่ก็ต้องใช้เวลาอธิบายถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะกันยาว

          ครูครับ...ทำไมนาฬิกาครูเดินเร็วจัง

  นั้นคือคำแก้ตัวของนายดัง(หรือยายดังใจของฉันเอง) เมื่อถึงเวลาส่งงานแต่นายดังทำไม่เสร็จเพราะมัวแต่เล่นอยู่ (เป็นคุณ...จะทำโทษลงไหมคะ)

            ครูครับ...เย็นนี้ผมมาช่วยครูทำความสะอาดห้องนะครับ  เดี๋ยวจะหาว่าขึ้นชั้นใหม่แล้วลืมครูเก่า

นั่นคือคำพูดของลูกชายที่เคยช่วยฉันทำความสะอาดห้องหลังเลิกเรียนทุกวัน แต่ตอนนี้ขึ้น ป.3 ไปแล้ว เข้าใจพูดใช่ไหมล่ะ

            ครูครับ...ทำไมน้องไม่เรียงหนังสือในโต๊ะให้ดีล่ะครับ รกจัง

เด็กชายคนเดิมถามขณะทำความสะอาดห้องเพรารู้ว่าฉันไม่ชอบให้ในโต๊ะสกปรกและไม่เรียบร้อย    น้องเขาเพิ่งขึ้นมาจาก ป.1 ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง

น้องนี่...ยังไม่รู้อะไรซะแล้ว  ยังไม่เจอของจริง  เวลาวิญญาณยักษ์เข้าสิงล่ะก็ หนีกันกระเจิง

ตกลงเจ้านี่ชมฉันหรือว่า ลูบหลังแล้วตบหัวฉันกันแน่นี่

            ครูครับ....  ครูขา....... ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฯลฯ(ตลอดทั้งวัน)

        ถ้าฉันเฉลียวใจสักนิด  ทุกคำพูดที่ดูเหมือนจะกวนโมโห  จริงๆแล้ว เป็นคำพูดที่สร้างรอยยิ้มที่อิ่มสุขให้คนเป็นครูอย่างฉันได้มากมาย

กำลังใจของฉัน...อยู่รอบๆกาย(แต่ส่วนใหญ่จะอยู่รอบๆเอว) ของฉันนี่เอง

            ขอบใจนะลูก(ลิง)ที่รัก  ขอบใจที่ทำให้ครูยิ้มได้อีกครั้งในวันนี้  ถึงแม้มันยังไม่ใช่ยิ้มที่เต็มริมแก้มนักก็ตาม

            สัญญาจ่ะ  ต่อไปนี้ ครูจะไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆอีกแล้ว

                                              พริบ พริบ พร้อย  พร้อย          ลอยฟ่องล่องฟ้า

                                         ทุกคืนตื่นมา                                 ร่าเริงเต้นรำ

                                        ระบำแสงดาว                                พริบพราวยามค่ำ

                                        น้ำค้างน้ำคำ                                  นำรักฝากใคร

(ระบำแสงดาว  จากหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้น ป.2)

 

ขอบคุณ...กำลังใจรายวันของฉัน

ขอบคุณทุกท่าน....ที่นั่งอ่านคำรำพันของฉันจนจบ