
ภาคบ่ายมีกิจกรรม "ปิดตา - จูงแขนเดิน" ในห้องที่ไฟ หรือแสงสว่างถูกปิดลง อันเป็นกระบวนการของการนำเข้าสู่บทเรียนที่สำคัญของวันนี้ นั่นคือ การร่วมวิเคราะห์และสังเคราะห์ถึงคุณลักษณะ หรือภาพลักษณ์ หรือสมรรถนะที่ดีของ "คุณอำนวย มมส" ควรเป็นเช่นใดบ้าง

และจากการแยกกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อระดมความคิดด้วยโจทย์เบื้องต้น แล้วนำมาบูรณาการร่วมคิดในภาพรวมร่วมกันนั้น ได้บทสรุปที่เป็นคุณลักษณะของคุณอำนวยที่ดีของชาว "มมส" (รุ่น 1/2551) ดังนี้
1. มองโลกในแง่ดี (มีความคิดเชิงบวก)
2. มีทักษะที่ดี (ใฝ่รู้และฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ)
3. มีความเป็นผู้นำที่ดี สามารถสร้างความศรัทธาและความเชื่อมั่นในความเป็นองค์กรได้
4. มีพรหมวิหาร 4
5. มีอิทธิบาท 4
6. มีทักษะการสื่อสาร/ถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
8. มีสติ
9. มีความคิดเชิงระบบ
10. ลงมือทำเป็นตัวอย่าง
11. สร้างคนรุ่นใหม่
12. เป็นผู้ประสานงานที่ดี / เป็นตัวอย่างที่ดี
13. สร้างโอกาส/ให้โอกาส/ให้กำลังใจต่อผู้ร่วมงาน
14. มีการติดตามประมวลผล
15. เป็นผู้ตามที่ดี
16. รู้เป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานที่ดี
17. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน
18. มีความเอื้อเฟื้อ / เอื้ออำนวยที่ดี





เรียน ท่านแผ่นดน ขอบพระคุณครับ รวดเร็ว ทันใจ หัวใจ สร้างสรรค์ รวมพลัง เพื่อแผ่นดิน..ไทย
ขอร่วมแจมอีกคนคะ
นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยในการเสริมสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติอยากเรียนรู้ว่า ให้ทำอะไร จะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายก็ได้คำตอบที่หลากหลายจากการใด้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อย่างพี่ท่าน "แผ่นดิน" ถ่ายทอดไปคะ
น่าสนุกนะคะ ควรเอามาพัฒนาที่กองกิจบ้าง คนกองกิจการนิสิต จะได้คิดอะไรดี ๆ
ท่าน อ. JJ ครับ ...
เรื่องนี้ความรวดเร็วต้องยกให้คุณวิชิตครับ .. ผมมัวแต่ถ่ายรูปมาประกอบเนื้อหา แต่ทุกอย่างเราก็ช่วยกันรายงานได้อย่างรวดเร็ว
ผมชอบบรรยากาศง่าย ๆ และเป็นกันเองแบบนี้ ..
เป็นวันที่ทำงานอย่างมีความสุข อีกวันของชีวิต
ขอบพระคุณครับ
น้องสาวคนสวย ..ornkum
ดีใจที่ได้มาช่วย, ..อย่างน้อยก็ช่วยรายงานงานข่าวสดบ้าง ไม่สดบ้าง (นะครับ)
การเปิดเวทีให้ทุกคนกำหนดวิถีของตัวเองนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องทำงานให้หนักขึ้นในแง่ของการผลิตรุ่นต่อไป รวมถึงการติดตามดูว่า ใครต่อใครได้นำความรู้เหล่านี้ไป "ต่อยอด" กันอย่างไรบ้าง
หรือแกล้งทิ้งขว้างไว้ในห้องอบรมแล้วก็ไม่รู้ ...
....
คุณแดนไท, . danthai ครับ
สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจอย่างมากก็คือ ศักยภาพที่แตกต่างของแต่ละบุคคล ซึ่งนั่นเป็นข้อจำกัดที่เรามักพบเจอ การมีแม่ทัพดี ๆ ..ก็ช่วยให้ลูกทัพมีพลังที่ดีได้ ...
แต่ทั้งปวงนั้นมันอยู่ที่ใจ , ใจ ...ซึ่งหมายถึง "เปิดใจ" นั่นเอง
สวัสดีครับพี่พนัส
วันนี้ต้องขอขอบคุณมาก แม้จะได้ทักทายพูดคุยกันเล็กน้อยช่วงเช้าก่อนเริ่มกิจกรรม
เมื่อวานตอนเย็นๆได้มีโอกาสช่วยท่านเลขาฯ พี่นุช เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อวันนี้
มีภารกิจอยู่ตึกข้าง
สงสัยเช่นกันว่าอาจารย์ผม จะเอาผ้าสีเหลืองไปปิดตาทำไม
พอได้คำตอบจากภาพในบันทึก ว่า
ก่อนการจะเรียนรู้ร่วมกัน ต้องไว้วางใจเชื่อใจกันก่อน
มิเช่นนั้นความรู้ที่แท้จริงในตัวคน จะไม่ออกมา
แย้มยนมากครับ กับกระบวนการนี้
สวัสดีครับ
มาให้กำลังใจ และขอใช้สิทธิ์พาดพิง ครับผม -_-
สวัสดีค่ะ..อาจารย์แผ่นดิน
เข้ามาส่งกำลังใจแก่คนคิดบวก..ทำบวกค่ะ
สวัสดีครับ คุณ อ้อ
นี่เป็นการทำงานที่มีความสุข ..
และการได้ทำหน้าที่รายงานลงบล็อกอย่างฉับไวนี้ ก็เป็นความสุขใจที่ได้ทำเช่นกัน
หลังจากนี้แล้ว หากเราแจ้งเวียนข้อสรุปนี้กลับไปยังแต่ละหน่วยงานก็จะดีมาก อย่างน้อยก็เป็นการบอกกล่าวต่อคุณเอื้อ ..และกระตุ้นเตือน หรือสะกิดเตือนให้คุณอำนวยทั้งหลายได้ขับเคลื่อนหน้าที่ของตนเองสืบต่อ ๆ กันไป
... ขอบคุณมิตรภาพอันดีงาม - นะครับ
แวะมาเชียร์น้องชายสุดรักค่ะแผ่นดิน
คิดถึง ทั้งหมดทั้งครอบครัวเลย
รักษาสุขภาพนะคะ
ท่าน อ. Panda ครับ
· เมื่อใดที่ไม่มีอะไรให้ทำ เมื่อนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร เป็นส่วนหนึ่งจากบทความในหนังสือ เรื่อง ชวนม่วนชื่น ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า ของพระอาจารย์พรหม
· เป็นการสอนให้เราหยุดอยู่กับปัจจุบันขณะ เมื่อประสบกับสถานการณ์บางสถานการณ์ ที่อยู่นอกเหนือจากการกำหนดและจัดการของเราได้แล้ว ก็ต้องวางใจลง ยอมรับและชื่นชมกับสิ่งที่เป็นอยู่ เมื่อเหตุและปัจจัยถึงพร้อม เราจะรู้เองว่าเราควร/ต้องทำอะไร ค่ะ
· ขอบคุณค่ะที่กรุณาเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะ
(^__^)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ แผ่นดิน