ชีวิตรันทดของเด็กชายคนหนึ่ง

วันนี้ 2 มิถุนายน 2551 ฉันไปทำงานวันแรก หลังจากกลับจากสิงคโปร์

น้องพยาบาลเรื่อง คนไข้ชายไทย สูงวัย 62 ปี เป็นมะเร็งบริเวณศีรษะแลคอ  ผู้ป่วยได้รับการเจาะคอใส่ท่อไว้ และไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ ต้องเจาะใส่ท่อทางท้องให้อาหารทางสายยาง ผู้ป่วยสามารถเดินเข้าห้องน้ำเองได้ 

เมื่อวานนี้...ผู้ป่วยได้ยาเคมีบำบัดวันสุดท้าย แพทย์มีคำสั่งให้คนไข้กลับบ้าน แต่ตอนสายๆ คนไข้มีไข้สูง จึงรายงานแพทย์ คิดว่าน่าจะเป็นไข้จากยาเคมีบำบัด (Bleomycin ยาชนิดนี้สามารถเกิดอาการข้างเคียง  ทำให้มีไข้ได้) 

ตอนเกือบเที่ยง..  คนไข้เดินเข้าห้องน้ำเอง ขณะญาติรอที่เตียง ระหว่างเข้าห้องน้ำ ผู้ป่วยเป็นลมอยู่ในห้องน้ำ  แพทย์และพยาบาลรีบไปดู  แพทย์..ช่วยอุ้มคนไข้ออกมานอนที่เตียงสักพัก พยาบาลให้น้ำเกลือ คนไข้ก็เริ่มรู้สึกตัวดี

หลังจากส่งเวรเสร็จ .. ดิฉันก็ให้หัวหน้าทีมวิเคราะห์ว่า ทำไมคนไข้จึงมีปัญหาเช่นนี้ เพราะจะกลับบ้านอยู่แล้ว

พี่และน้องๆพยาบาล  วิเคราะว่า....

ผู้ป่วยสูงอายุ รับประทานอาหารทางปากไม่ได้ การให้ยาทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า เมื่อเดินเข้าห้องน้ำ อาจเหนื่อยเกินไป ดังนั้นเราควรเสริฟกระโถนให้ผู้ป่วยปัสสาวะที่เตียง ถ้าจะเข้าห้องน้ำจะต้องเข็นรถเข็นปและดูแลอย่างใกล้ชิด เราควรระวังเพราะคนไข้หลังให้ยาเคมี  เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม เพราะผลข้างเคียงของยา

ดิฉันไปเยี่ยมผู้ป่วยที่เตียงและประเมินกับภรรยาของผู้ป่วย

ภรรยาคนไข้เล่าว่า..ครอบครัวมีลูก 3 คน อีก 2 คน เติบโตหมดแล้ว มีครอบครัว ต่อมามีลูกหลงออกมาอีกคน เป็นลูกชายอายุ 5 ขวบ   ก่อนที่คนไข้จะป่วยเป็นมะเร็งประมาณ 2 ปี ก็มีลูกคนเล็ก ต่อมาสามีต้องผ่าตัดหลายครั้ง  เป็นหนักขึ้นเรื่อยๆต้องเข้าออก รพ บ่อยๆ ทำให้ต้องเลิกกิจการค้าขาย  ที่บ้านไม่มีใครเลย  จึงให้ลูกชายคนเล็กออกจากโรงเรียนก่อน

เราก็เลยแนะนำให้สอนลูกฝึกเขียน ก ไก่  ข ไข่ ไปก่อนก็ได้

แม่ก็เลยหันหน้าไปบอกลูกชายว่า ลูกรัก..โตขึ้นลูกจะทำงานอะไรจ๊ะ????

ถ้าลูก..ไม่ฝึกเขียน  ฝึกอ่าน..

หลังจากนั้นดิฉันก็แนะนำ..

ให้แม่สอนลูกด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ต้องเคร่งเครียดมากเพราะลูกยังเล็ก เราต้องดูแลเอาใจใส่คนป่วยก่อนและมาฝึกการดูแลคนไข้ที่บ้านกัน เช่น การดูดเสมหะ การให้อาหารทางสายยาง ถ้ามีปัญหาให้แจ้งพยาบาลประจำอนามัยใกล้บ้านมาดูด้วย เพราะถ้ามีปัญหาฉุกเฉินระหว่างอยู่บ้าน เราจะดูแลได้ทัน

จะเห็นว่าการเจ็บป่วย.. ก่อผลกระทบมากมาย..ต่อครอบครัว

ดิฉันได้แต่คิดว่า.. ทำอย่างไรนะ เด็กชายคนนี้  จึงจะได้เข้าโรงเรียน เพราะพ่อเจ็บป่วยเรื้อรังเช่นนี้..