หมกมุ่น/ครุ่นคิด/พิจารณา/หาทางออก
เมื่อวันที่ 27-29 พฤภาคม 2551 ใด้มีโอกาสติดตาม อ. อนุชา หนูนุ่น ไปเข้า "โรงเรียนสร้างเสริมสมรรถนะการปฎิบัติการ ในหน้าที่คุณอำนวย" ของอำเภอชะอวด พร้มกับน้อง นา ณัฐยาทองศรีนุ่น มีกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ทั้แกนนำชุมชน นักพัฒนาชุมชน สารธณสุขชุมชน เกษตรชุมชน ครูการศึกษานอกโรงเรียน และกำนั ผู้ใหญ่บ้าน รวม 11 ตำบล
ผ่านพิธีการเปิดการเรียนโดยท่านนายอำเภอชะอวด อาจารย์ใหญ่(จริงๆ)อนุชาเริ่มเปิดการสอนโดยบอกว่าจะพยายามไม่พูดเรื่อง Km. แต่จะบอกเล่าเรื่องราวของชุมที่ผ่านพบมา หลายๆชุมชนมักถูกคนนอกเข้ามาจัดการ เพราะคนนอกมักมองว่า ชุมชนโง่ ชุมชนป่วย และชุมชนจน แต่ที่ชะอวดมีจุดแข็ง มีนักจัดการชุมชนหลายตำบลเข้มแข็ง ธรรมชาติของคนไทยที่เป็นจุดอ่อนคือ ทิ้งความรู้รับมาร้อยเปอร์เซ็นต์ พ้นผ่านหลายวันเหลือที่จำใด้เพียง ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อีกแปดสิบลืม เพราะไม่ใด้บันทึก ดังนั้นในวันนี้ขอให้ตัวแทนตำบล ลองนึกถึงตำบลตัวเองว่ามีอะไรที่เป็นสิ่งดีๆ ตำบลละ 1 เรื่อง แล้วช่วยกันเขียนเรื่องดีๆ 11ตำบล 11 เรื่องเป็นหนังสือทำมือนำเสนอท่านนายอำเภอ เพื่อส่งถึงท่านผู้ว่าฯ
โดยมีเนื้อหาสาระ 5 ส่วน
ส่วนที 1 ฐานคิด
ส่วนท่ 2 คิดอย่างไร
ส่วนที่ 3 มีไครร่วมทำ
ส่วนที 4 ทำแล้วใด้ผลอย่างไร
ส่วนที่ 5 มีไครร่วมเรียนร่วมรู้
ตลอดเวลาที่ร่วมเรียนรู้ใด้ฝึกการคิดเชิงระบบ ใด้ฟังอย่างลึก และใด้ ฟัง คิด เขียนในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่ใด้อานิสงฆ์จากเวทีนี้ ใด้คิดต่อว่า
กลับไปในพื้นแล้วหัดถอดบทเรียนงานที่ตัวเองทำให้ใด้ เพื่อเป็นการฝึกตัวเอง
นึกถึงคำพูดของพี่เล็ก อุทัย บุญดำ คนลำสินธ์ "โหมเราที่ทำเรื่องเกี่ยวกับชาวบ้าน ต้องหมกมุ่น ครุ่นคิด พิจารณา หาทางออกบอกเพื่อนชว่ยทำ " งานถึงจะสำเร็จมีสมรรถนะ
มาตีโจทย์ ของ อ. อนุชา ทั้ง 5 ข้อออกว่า ทั้ง คุณชวน/ คุณเอื้อ/ คุณกิจ/ คุณลิขิต/คุณเอื้อ/คุณอำนวย จะต้องหมกมุ่นครุ่คิด พิจารณาหาทางออก บอกเพื่อนช่วยทำ นำมเขียน (บันทึก) แล้วเอาไปแลกเรียนรู้กัน
นั้นแหละคือการสร้างเสริมสมรรถนะการปฎิบัติการ
สวัสดีคะ บังหีม
สวัสดีค่ะ...บังหีม
เสียดายจังเลยค่ะ ที่วันนั้น้องไก่ไม่ได้ไปร่วมเรียนรู้ด้วย
ขอบคุณบังหีม ที่นำมาเล่าให้ฟังนะคะ
สวัสดี ปู
เวทีชะอวด มีอะไรมากกว่าที่คิด
ติดขัดที่เขียนไม่ออก
แต่บอกใด้ว่ามีอะไรมั้ง
ยั้งเอาใว้คุยให้ฟังวันหลัง
สวัสดี น้องไก่
ปรือมั้งงานใหม่วันแรก
มีไหรๆบอก(เป็นรู) เล่า(เป็นนิทาน)มามั้ง
ข้องใจ (ที่หมายถึงเป็นหวง) ไม่ใช่ข้องใจ(ที่หมายถึงอยากมีเรื่อง)ฮาฮาฮา
ขอบคุณทีมพัทลุงครับที่มาช่วยแถวๆชะอวด มาอีกนะครับให้เนียนแจ๊กๆไปเลย KM ต้องเนียน
ใช้เทคนิคเรื่องเล่าเข้ามใจงานเข้าใจ KM สุดยอดมากครับ
คุณชวน/ คุณเอื้อ/ คุณกิจ/ คุณลิขิต/คุณเอื้อ/คุณอำนวย ..... น้ายอน /น้องประสาน /ท่านวิจัย /มหาวิจารณ์....ฯลฯ มาร่วมกันเพียบเลย
พรุ่งนี้ผมกับพี่หลวงชาญวิทย์-นครศรีฯไปฉวางครับ ร.ร.คุณอำนวยห้องเรียนที่อำเภอฉวาง มีจังหวะแล้วจะนำไปปรับใช้ครับ
ขอบคุณครับบังหีม
/สวัสดีครับ ครูนง เวทีชะอวดไม่ถึงกับกับเนียนแจ็กๆ แต่ก็ราบคาบเพราะมีการท้าประลองยุทธ ระหว่างจอมยุทธไร้กระบวนท่า อาจารย์ใหญ่ กับเจ้าสำนัก KM เกษตร
อินทรีย์ไสไร้กลิ่นเจ้าถิ่น KM ผลปรากฎเจ้าของเวทีก็ต้องเป็นเจ้าของเวที คนมาเรียนรู้ย่อมมีกำไร ขอบคุณ "การหัดในไถ"และกำลังใจจากการเรียนรู้ที่ยังไม่พร้อม
สวัสดีคะบังหีม เป็นอย่างไรคะ ไปประชุมที่ภูเก็ต กลับมาได้กระบวนท่าใหม่มาด้วยใช่ไหมคะ ออ เมื่อเห็นวาทะ คารมณ์ บังหีมกับพี่ครูนง ทำให้นึกถีง การถอดบทเรียนสไตล์ อาจารย์ ใหญ่ (อ. อนุชา) บังหีมจำได้ไหมคะ อย่างที่เราไปทำเวที คนเก่งหัวใจแกร่ง ที่หาดใหญ่ไหมคะ อาจารย์จะมีกระบวนท่า
สวัสดี ปู เวทีเรื่องเล่าชาวใต้ที่หาดใหญ่เมื่อวันที่ 5-6มิย> ที่ผ่านมา ท่านรอง ถา บอกว่า
ไม่ประทับใจเท่าที่ควร เพราะผู้เล่าใช้เครื่องมือไฮแทคมากเกินไป และไม่เล่าภาษาบ้านเรา ให้ดีต้องนอนหลา ขา (ตีน)ชนกันเล่าแตหัวค่ำ เท้าว่าหวันขึ้นยังไม่หมดเรื่อง ก้าไม่เหม็ดเรื่องเล่าชาวใต้ ว่างๆชวนมาปูนสาดนอนบ้านเราที เสียงว่าเรียกน้ำตาส่วนกลางไม่ใด้
/เวทีภูเก็ต เรื่องสวัสดิการชุมชนน่าสนใจ มีอะไรๆคล้าย กองทุน ออมบุญ แล้วจะเล่าให้ฟังอีกที