กราบสวัสดีทุกท่านครัีบ

    สบายดีกันนะครับ...เนื่องในโอกาสที่ ต้นไทร สาัยในโกทูโนว์ ได้เติบโตมาจนบรรจบครบรอบสามปี แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้างระหว่างการเจริญเติบโต เช่น ต้นไทร สายใยโกทูโนว์ ตอน 2 : เติบโตยั่งยืนต่อไปอย่างไรเมื่อไร้ฝน นั่นเป็นเรื่องธรรมดา และมีทางออกต่างๆ มากมายในการแก้ไขปัญหา เช่น

ทุบกระปุก สะเทือนถึงดวงใจ...

 

    ผมมีต้นไทรต้นเดิมในตอนแรก และอีกมุมหนึ่งมาฝากในตอนนี้นะครับ ลองมองกันดูนะครับ กับการนำมาสู่การ

 

The image “http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104716-021249-Sv301858.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

จาก... http://www.tourdoi.com/webboard2/board_1/images/104716-021249-Sv301858.jpg

 

http://i34.photobucket.com/albums/d128/qingqing78/Orchids/PICT4401_resizecopy.jpg

จาก ... http://i34.photobucket.com/albums/d128/qingqing78/Orchids/PICT4401_resizecopy.jpg

    สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านในสองตอนแรกก็ไปติดตามได้ในลิงก์ด้านบนนะครับ ที่ฝากไว้นะครัีบ มาถึงตอนนี้ ต้นไทรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มั่นคงแข็งแรงมากขึ้น รากที่ลอยอยู่ในอากาศ ที่เคยลอยๆ กันตามกระแสลม พริ้วไปมา ตอนนี้กลายเป็น ต้นไทรสาขา เฮฮาศาสตร์ ที่กระโดดจากกิ่งเชียงใหม่ ไปยังกิ่งต่างๆ ทางเหนือ อีสาน หรือทางใต้ภูเก็ต และครั้งล่าสุดลมก็พัดรากไทรไปยังสวนป่า ที่ มหาชีวาลัยอีสาน รากไทรโกทูโนว์จึงไม่ใช่เพียงแค่รากไทรที่ลอยในอากาศก่อนจะหย่อนลงดินแค่นั้น แต่เป็นรากไทรที่เมื่อได้ัรับแรงลมแล้ว ก็กอดกันตัวกลมได้เช่นกันครับ นี่อาจจะเป็น ผูกพันมั่นเกลียว ร่วมสาัยเลือดเดียวรากไทรงาม หากคุณไม่เชื่อ ลองไปดูที่นี่นะครับ ลุงเอกเป็นพยานครัีบ ... aar-gotoknow สามปีที่ผ่าน สานฝันสู่ปีที่สี่

    ปรากฏการเฮฮาศาสตร์ที่พัฒนามาจาก ศาสตร์ต่างๆ เช่น หมั่นไส้ศาสตร์ จนพัฒนามาเป็น เฮฮาศาสตร์ โดยท่านครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์  ได้ตั้งชื่อไว้และเหมือนจะรวมศาสตร์ต่างๆ ที่ผิวดินเอาไว้เยอะเลยทีเดียวครัีบ ลองตามไปดูได้ที่นี่ครัีบ...

    อย่างไรก็ตาม กระบวนการเรียนรู้นั้น มีอยู่ครบสมบูรณ์ในต้นไทร...มีระดับต่างๆ ตั้งแต่ยอดไทรอ่อน ดอกไทร ใบไทรรุ่นใหญ่ หนุ่ม สาว ลงมาถึงกิ่งไทรจากกิ่งใหม่ๆ มาสู่กิ่งใหญ่ๆ มีรากอากาศทั้งที่หยั่งดินแล้วโดยเป็นรากไทรบริการความรู้จากต้นไทรลงสู่ดินในพื้นที่ชุมชนอย่างมั่นคงก็มีให้เห็นในต้นไทรต้นนี้ และมีรากไทรใหม่ๆ ที่ำหน้าี่ที่ประสานเชื่อมระหว่างอากาศกับต้นไทร และอนาคตจะเชื่อมดินกับต้นไทร ซึ่งตรงนี้สำคัญมากๆ เปรียบกับสมาชิก (บล็อกเกอร์ส) ทุกท่านนั่นเองครับ หากภาคทฤษฏีอยู่บนต้นไทร หรือทฤษฏีหรือแนวคิดใหม่ๆ ที่ได้จากการปฏิบัติสรุปได้เป็นแนวทางในการนำไปใช้เพื่อลงสู่ชุมชน (พื้นดิน) ซึ่งก็ได้มากจากการปฏิบัติของกระบวนการต่างๆ ของต้นไทร ตั้งแต่รากนำสารอาหารและน้ำใต้ดิน กว่าจะส่งไปสังเคราะห์แสง โดยใบแก่สังเคราะห์ส่งอาหารเลี้ยงและสร้างใบอ่อน(ถ่ายทอดความรู้ให้กัน) ออกเป็นแนวทางปฏิบัติใหม่ๆ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็นำลงสู่รากไทร ลงสู่พื้นดินกันต่อไป สู่การนำไปปฏิบัติจริงในชุมชน การปฏิบัตินั้นก็มีระดับๆ ต่างๆ ของมันเองในตัว

    จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นภาคทฤษฏีหรือปฏิบัตินั้นล้วนเกี่ยวข้องกัน แน่นอนว่าอาจจะมีทฤษฏีบางอย่างลอยอยู่เหนือต้นไทร เช่นลอยอยู่บนก้อนเมฆ ตรงนี้ต้องเป็นโจทย์ต่อไปของต้นไทรว่าจะทำอย่างไรให้ดึงเมฆลงต่ำเพื่อแปลงเมฆให้เป็นฝนตกลงสู่ดินได้ ตามหลักการความรู้ในระดับชั้นต่างๆ ที่ อ.ดร.แสวง รวยสูงเนินได้กล่าวไว้ ใน การจัดการความรู้ 4 ระดับ(KM ธรรมชาติ) ที่มหาชีวาลัยอีสาน

    การส่งสารอาหารที่ปรุงได้ที่ใบไทรที่ภาคเหนือส่งมาที่รากของภาคใต้หรือภาคอีสาน หรือจากภาคกลางไปยังภาคอื่นๆ ผ่านรากไทร ท่อลำเลียงอาหาร ท่อลำเลียงความรู้ ผ่านการบวนการจัดการทาง โกทูโนว์ จึงไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไปในอนาคต เพราะหากการวางแผนท่อน้ำ ท่ออาหารที่วางไว้นั้น เกิดประโยชน์และเป็นรากฐานในการพัฒนาต่อๆ ไป แล้ว การพัฒนาต่อยอด หรือแม้แต่จะนำยอดไทร กิ่งไทร หรือ รากไทรไปปักลงดิน ณ ที่แห่งใหม่ ก็จะเกิดการขยายพันธุ์ได้อย่างสบาย....

    รากไทรทุกๆ รากที่อยู่ใต้ดิน หรือเป็นรากอากาศ มันจะไม่แย่งสารอาหารกันเอง เพราะว่ารากเหล่านั้นผลิตความรู้สู่ชุมชนโดยมีเป้าหมายเดียวกัน ในทำนองเดียวกัน ใบไทรที่อยู่ภาคตะวันตกก็จะไม่แย่งแสงแดด(แสงแห่งความรู้เชิงประจักษ์) จากใบไทรที่อยู่ภาคตะวันออกเช่นกัน มีแต่จะร่วมสร้างองค์ความรู้รวมให้เกิดกับต้นไทรงามแห่งนี้

    หากใบไทรเป็นบันทึกต่างๆ ในต้นไทรโกทูโนว์ ทึ่สะสมพลัง ความงามของแต่ละใบ ตอนนี้มีเกือบสองแสนใบ(จำนวนบันทึก) ใบเหล่านี้ก็มีการร่วงโรยลงดิน เป็นปุ๋ยให้กับชุมชนต่อไป จำเป็นต้องมีคนกลาง หรือจุลินทรีย์ผู้ย่อยสลายมาร่วมด้วยในการแปลงใบความรู้เหล่านั้น ลงดิน เป็นสารอาหารให้รากไทรต่อไป

    แต่อย่างไรก็ตาม สังคมแห่งการเรียนรู้นั้น มิได้มีเฉพาะต้นไทรเ่ท่านั้น ยังมีต้นอื่นๆ อีกหลายๆ ต้นที่จะต้องเชื่อมโยงถึงกันเป็นป่าแห่งความรู้ ป่าแห่งความเป็นจริง เพราะธรรมชาติไม่ได้สร้างให้ต้นไทรโดดเดี่ยว และธรรมชาติจะไม่สอนให้ต้นไทรโตโดยพัฒนาส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กันอย่างสมดุล...หากเป็นแบบนี้ตลอดไป ไทรต้นนี้ก็จะเป็นไทรงามที่เชื่อมโยงกับนิเวศที่สมบูรณ์ของภาพรวมได้อย่างยั่งยืน คืนความรู้จากผลไทรให้กับนกชนิดต่างๆ นำไปขยายพันธุ์ในที่อื่นๆ ให้สังคมไทรขยายพันธุ์กันเป็นเครือข่ายไทรงาม

    ในส่วนตัวนั้น ผมเองเป็นเพียงรากไทรกลางวัยที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะมาก และรากยังเป็นเพียงรากอากาศเท่านั้น ยังพริ้วตามลมพัดไปมา ยังไม่ได้หย่อนลงดิน หากวันใดไทรรากนี้หย่อนลงดินได้ก็ถือว่าลงสู่ชุมชนถึงพื้นที่แห่งการปฏิบัติจริงที่เป็นฐานของสังคมต่อไป.... เรามีรากไทรที่เป็นรากแก้วกันให้เห็นในชุมชนแห่งนี้ มีทีมงานที่ดีในการรดน้ำ ให้สารอาหาร แสงแดด และหวังว่าวันหนึ่งไทรต้นนี้จะสร้างน้ำ สร้างอาหาร แสงแดด ได้ด้วยตัวเอง ครบวงจร....

    บทความนี้ อาจจะเพ้อฝันมากไปหน่อยครัีบ.... แต่หากไม่ฝันก็ไม่มีการเจริญงอกงาม(ฝันที่มีดิน น้ำ ลม ไฟ เหมาะสมนะครับ ไม่ใช่ฝันลมๆ แล้งๆ) ต้องใช้เวลานะครัีบ.... ไม่มีจินตนาการ ก็ไม่มีไอน์สไตน์ เพราะไอน์สไตน์บอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้.... จึงขอมอบบันทึกนี้ไว้ให้เป็นวาระของการครบรอบสามปีแห่งสังคม โกทูโนว์ สังคมไทรงาม....

โกทูโนว์ โกทูกอด กอดปัญหา ปล่อยปัญญา

 

อื่นๆ เชิญท่านบรรเลง

กราบขอบพระุคุณมาก

เม้ง