ทำไม? ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องพอเหมาะพอเจาะในทุกเรื่อง ตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา เป็นการเกิดความเหมาะสมแบบวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง

ในการเตรียมทำนาแบบไม่ไถ ที่เป็น

ปีที่ ๓ ในแปลงที่ ๑

เป็นปีที่ ๒ ในแปลงที่ ๒ และ

ปีที่ ๑ ในแปลงที่ ๓

 

ที่เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ทำลายตนเอง ไม่ทำลายผู้อื่น และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตามหลักการของเกษตรอินทรีย์

 

ในการดำเนินงานนั้น ผมก็ได้เตรียมพื้นที่ กำจัดหญ้าที่ขึ้นอยู่ในแปลงที่ ๑ และ ๒ หลังจากเกี่ยวข้าวมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยพยายามเก็บหญ้าไว้ในแปลง ให้หญ้าได้โตเป็นแหล่งปุ๋ยธรรมชาติ แต่คอยระวังในการตัดเวลาหญ้าออกดอก

ค่อย ๆ ตัดมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือน มกราคม และมาเร่งให้เสร็จช่วงสงกรานต์

เพราะคาดว่า หลังสงกรานต์ น้ำในนาน่าจะแห้งพอที่จะหว่านข้าวได้  ผมคาดว่าหลังสงกรานต์จะได้หว่านข้าว จึงรีบเตรียมแปลงทั้งหมดให้ทันเวลา

 

แต่ปรากฏว่า ผมมีเวลาเตรียมได้แค่แปลง ๑ (๕ ไร่) และ แปลง ๒ (๖ ไร่) เท่านั้น แปลงที่ ๓ (๕ ไร่) เวลาไม่พอ จึงได้ เตรียมพื้นที่พร้อมที่จะหว่านปลายเดือน เมษายน  

 

แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นช่วงที่ผมพยายามรักษาระดับน้ำไว้ เพื่อเตรียมการหว่านข้าวนั้น ฝนกลับตกหนักและท่วมไปหมด ทำให้น้ำท่วมนา ท่วมบ่อปลา และไม่สามารถจะหว่านข้าวได้ ผมจึงได้เร่งระบายน้ำออกจากนาอย่างเต็มที่ เพื่อจะทำให้น้ำแห้งพอที่จะหว่านข้าวได้

        

จนกระทั่งวันที่ ๗-๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ระดับน้ำในนาก็มีปริมาณพอที่จะหว่านข้าวได้พอดี ซึ่งตรงกับในวันที่ ๙  พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่เป็นวันพืชมงคล โดยเริ่มจาก หลังพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในช่วงเช้า ผมจึงได้หว่านข้าวในวันนั้น

Pul02

Pul

 

ซึ่งผมถือว่าน่าจะเป็นมงคลฤกษ์สำหรับการทำนาของคนไทย โดยไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก

 

แต่ปรากฏว่า หลังจากหว่านข้าวเสร็จ ในอีก ๒ วันต่อมาดินก็เริ่มแห้งลงไปเรื่อยๆ เหมาะที่จะหว่านถั่วเขียว ผมจึงได้หว่านถั่วเขียวเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสด แต่ก็ไม่แน่ใจว่า ความชื้นที่มีอยู่ในดินจะพอทำให้ถั่วเขียวงอกได้หรือไม่

 

แต่ปรากฏว่า

 

หลังจากหว่านถั่วเขียวในตอนบ่ายวันนั้น ก็มีฝนปรอยลงมาพอเหมาะพอดี  ทำให้ดินชุ่มที่ถั่วเขียวจะงอกได้ ซึ่งพบว่า ในวันรุ่งขึ้นเมล็ดถั่วเขียวก็งอกขาวโพลนไปหมดทั้งแปลง เป็นที่น่าตื่นเต้น พอสมควร

 

และที่สำคัญกว่านั้น ในช่วงที่ผมทำงานส่วนใหญ่ แดดจะร่มพอดี แบบไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ เพราะผมก็พยายามจะเร่งให้งานเสร็จ โดยไม่สนใจภูมิอากาศเท่าไหร่นัก ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจว่า..ทุกครั้งที่ผมทำงาน อากาศจะเย็นสบาย และตามไปด้วยฝนตกแบบปรอยๆ ซึ่งเหมาะกับการทำนาเป็นอย่างยิ่ง

 

ช่วงแรก ๆ ผมก็ไม่คิดอะไรมาก เพียงคิดว่าเป็นจังหวะของความเหมาะสมและความพอดีกับสภาพดินฟ้าอากาศที่เกิดขึ้น ผมจึงเปรย ๆ กับท่านครูบาสุทธินันท์ และคุณเม้ง ผ่านทาง MSN ว่า ปีนี้ฝนดีเป็นพิเศษตกได้ตลอด และเหมาะกับการทำนาโดยเฉพาะลักษณะที่ผมทำนาในช่วงเมษายน-พฤษภาคม แต่อาจไม่เหมาะนักสำหรับผู้ที่ทำนาปรัง เพราะเป็นช่วงที่เขาอยากให้อากาศแห้งพอที่จะเกี่ยวข้าวได้

        

นอกจากสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมกับการงอก และเจริญเติบโตของข้าวและถั่วในนาของผมแล้ว ก็ยังมีระดับความชื้นและน้ำที่เหมาะกับการเตรียมการทำนาในแปลงที่ ๓ กล่าวคือ มีสภาพค่อนข้างแห้งเป็นช่วงยาว ประมาณ ๑ สัปดาห์ นานพอที่จะขุดบ่อทำร่อง เตรียมพื้นที่นาได้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนไม่ตก มีเวลาอยู่ประมาณ ๓ วัน หลังจากเดินทางไปทำงานในพื้นที่ที่ทับลาน จ.ปราจีนบุรี ในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ และได้เข้าร่วมประชุมที่บ้านครูบาสุทธินันท์ ในวันที่ ๑๗-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่พอเหมาะพอเจาะแบบไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย

 

ดังนั้น ตั้งแต่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา ผมจึงได้ดำเนินงานขุดบ่อทั้งหมด ซึ่งปรากฏว่า เสร็จสิ้น ในวันที่ ๒๓  พฤษภาคม ๒๕๕๑

 

เมื่อขุดบ่อเสร็จ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ก็มีอภินิหารเกิดขึ้นอีก คือ ฝนก็ตกหนักลงมา ทำให้น้ำเต็มบ่อพอดี เหมาะที่จะเตรียมการทำนาเป็นอย่างยิ่ง

 

ในขณะเดียวกัน ในวันที่ ๒๒-๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นั้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีน้ำจากที่ไหน มาใส่ในบ่อที่ขุดใหม่ ผมได้พยายามใช้ระบบกาลักน้ำเพื่อดูดน้ำจากร่องน้ำข้าง ๆ นา แบบทำได้เพียงเล็กน้อย เพราะน้ำเหลือน้อยมาก เพื่อจะรีบเตรียมร่องน้ำและคันนา เผื่อว่าน้ำจะมาในระยะต่อไป

พอเตรียมเสร็จ  ในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ก็มีฝนตกลงมาในตอนกลางคืน พอรุ่งเช้าของวันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑  ผมก็ไปนาตั้งแต่ตี ๕ และจับปลาได้พอดีอย่างมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะลงตัวได้ขนาดนั้น ผมยังได้น้ำเพื่อคุมการเจริญของหญ้าได้อีกทางหนึ่ง และหวังว่า ผมคงจะไม่ต้องตัดหญ้าในปีนี้

Na027

น้ำท่วมนาแปลงที่ ๑ ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ผมนำมาใช้ในการคุมการเจริญของหญ้า ไม่ให้แข่งกับข้าว

Na030

น้ำท่่วมนาแปลงที่ ๒ ในวันที่ ๒๕-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

 

ผมจึงสงสัยว่า

 

ทำไม? ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องพอเหมาะพอเจาะในทุกเรื่อง ตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา เป็นการเกิดความเหมาะสมแบบวันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง

 

เมื่อผมมานั่งทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ผมแทบไม่น่าเชื่อว่า สภาพแวดล้อม อากาศ ดิน น้ำ พืช มีการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตแบบ สอดคล้องกันหมด ตามลักษณะของการทำนา ที่เริ่ม ณ วันพืชมงคล

 

ทำให้ผมสงสัยว่า เหตุการณ์นี้อาจจะไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ เพราะมีอภินิหารซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน เช่น

 

๑.  เมื่อผมต้องการน้ำ ก็มีฝนตกมา จนน้ำท่วมพอที่จะหว่านข้าวได้พอดี

๒.  เมื่อผมหว่านถั่วบนดินแห้ง ๆ ตอนบ่าย พอตอนเย็นก็มีฝนปรอยมาให้ถั่วงอกได้ดี เกือบทุกวัน

๓.  เมื่อผมจำเป็นต้องขุดบ่อ ทำคู ทำคันนา ก็เป็นช่วงแดดร่ม ฝนตกปรอย ๆ ตอนเย็น และน้ำในนาแห้งพอที่จะทำงานในนาได้พอดี

๔.  เมื่อผมขุดบ่อเสร็จ ในตอนเย็น ก็มีฝนตกลงมาทำให้น้ำเต็มบ่อใหม่ พอดี

๕. เมื่อผมต้องการน้ำคุมการเจริญของหญ้า ก็มีน้ำฝน ตกมาให้ในวันที่ผมต้องการน้ำแช่ขังในนาพอดี

๖. ในวันที่ผมต้องการทานปลาอะไรก็ตาม ก็มีปลาต่างๆ มาให้ตามจังหวะพอดี

Na021

พ่อสุทัศน์ วันเที่ยง ผู้นำกลุ่มข้าวคุณธรรม จ.ยโสธร มาแวะเยี่ยมแปลงที่ ๓ กำลังขุดร่อง ในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ 

Na037

น้ำเต็มแปลงนาที่ ๓ ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

และที่สำคัญ วันที่ผมจับปลา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ตอนบ่าย ด้วยความรู้สึกว่า อยากรับประทานต้มส้มปลาหมอ ภรรยาผมจึงพยายามเลือกปลาหมอที่วิดได้จากร่องน้ำข้างนา ขนาดโตที่สุดเท่านิ้วหัวแม่มือ เพื่อมาต้มรวมกับปลาช่อนที่ต้มไว้แล้ว แต่ปรากฏว่า หลังจากนั้น อีก ๒ ชั่วโมง ฝนตกหนัก ผมจึงไปนาอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูสภาพน้ำในนา ช่วงประมาณตี ๓ ของวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ผมได้พบปลาหมอขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ขนาดเท่าๆ กับฝ่ามือ พยายามไต่ขึ้นมาจากในบ่อ เพื่อข้ามคันนาไปอีกบ่อหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมได้พบจำนวนทั้งหมด ๕ ตัว เฉพาะเวลาที่เดินผ่านไปดูน้ำในนา จึงได้นำปลาหมอมาปิ้ง แบบไม่ปรุงรส แต่พบว่า รสชาติ อร่อยมาก!

         Na033

ปลาหมอขนาดใหญ่ เทียบกับปลาหมอขนาดปกติด้านซ้ายมือ

จากการรับประทานปลาหมอปิ้ง สด ๆ ทำให้ผมได้ความรู้สึกใหม่ว่า ปลาที่อร่อยที่สุดคือปลาหมอ และการได้รับประทานปลาหมอ ทำให้ผมได้มีความรู้ว่า ปลาหมอเป็นปลาที่มีรสชาติเหนือชั้นจริงๆ กว่าปลาชนิดอื่นใดที่เคยรับประทานมา โดยไม่ต้องมีน้ำจิ้มใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตผม

 

จากเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ผมกล่าวมานี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตผม ผมก็ไม่คาดว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ในแทบทุกเรื่องในชีวิตผมที่เกี่ยวข้องกับการทำนา จึงนึกได้แต่ว่า น่าจะเป็นผลมาจาก พระมหากรุณาธิคุณ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคลสำหรับคนที่เริ่มทำนาในวันพืชมงคล ที่ไม่แน่ใจว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับระบบธรรมชาติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์แบบไม่น่าเชื่อขึ้นแบบเชื่อมโยงกับพระราชพิธีดังกล่าว

 Na001

นาหลังน้ำท่วม ๓ มิถุนายน ๒๕๕๑

ข้าวกำลังเจริญเติบโต ถั่วตายหมดแล้ว กำลังทดน้ำคุมการโตของต้นหญ้า

เพื่อความเข้าใจของผมเอง ผมจึงพยายามกลั่นกรองประสบการณ์นี้ขึ้นมา ให้ท่านผู้อื่นรับทราบ และผมก็อยากรับฟังว่า

 

ใครมีประสบการณ์ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่ผมเล่ามา เพื่อจะได้ร่วมกันเทิดพระเกียรติพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศไทย

 

ขอขอบคุณพระคุณล่วงหน้า สำหรับท่านที่จะมาเสริมต่อ หรือขยายความครับ....