เวลาใครเขียนเล่าประวัติศาสตร์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ผู้เล่ามักจะเล่าว่าเหตุการณ์นั้นเหมือนพึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเข้าใจคำพูดในทำนองนี้เลยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร แต่มาวันนี้ผมเข้าใจแล้วครับ

เพราะวันนี้คือวันครบรอบสามปีของ GotoKnow ครับ สามปีผ่านไปแต่ผมยังจำได้ชัดเจนถึงช่วงเวลาที่ผมพิมพ์คำสั่งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานเล็กๆ ที่หาดใหญ่ให้เครื่องแม่ข่ายที่อเมริกาทำงานแล้วบอก ดร.จันทวรรณ ที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่า "เอาล่ะ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ"

ในโลกที่การสื่อสารเชื่อมต่อถึงกันเช่นนี้นั้น ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคของการทำงานเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นห้องเล็กๆ ที่หาดใหญ่ กลางตึกสูงในกรุงเทพฯ ในสถานีอนามัยประจำตำบล หรือในโรงเรียนกลางป่า ขอเป็นพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึง ไม่ว่าจะใกล้ไกลแค่ไหนเราก็สามารถทำงานเชื่อมต่อถึงกันได้ และนั่นคือวัตถุประสงค์ที่ สคส. และ ม.สงขลานครินทร์ ร่วมกันพัฒนา GotoKnow ขึ้นมาเมื่อสามปีที่แล้วครับ

เราประสงค์ที่จะสนับสนุนให้คนไทยได้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีมงานเดียวกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ แง่คิด ทัศนะมุมมอง เพื่อให้ร่วมทำงานกันได้อย่างประสบความสำเร็จและมีความสุขในการทำงานด้วยในขณะเดียวกัน

เราถือว่าคนไทยทุกคนทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในหน่วยงานไหนก็ตามครับ เพราะงานที่เราทำทุกคนเป็นกระบวนการที่เกื้อกูลกันให้งานของผู้อื่นประสบความสำเร็จนั่นเอง ไม่มีใครอยู่บน ไม่มีใครอยู่ล่าง ไม่มีใครเป็นนาย ไม่มีใครเป็นบ่าว แต่ทุกคนคือเครือข่ายที่ช่วยกันให้ประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปด้วยกันครับ

การทำงานร่วมกันไม่ได้หมายถึงฟันเฟืองเล็กใหญ่ที่ทำงานด้วยเช่นเป็นเครื่องจักรไม่มีจิตใจ หากจะเปรียบแล้วเราคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ แสงแดด อากาศ ต้นไม้ และสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่ร่วมกันเพื่อสร้างเป็นระบบนิเวศน์ที่น่าอยู่อาศัยครับ

ระบบนิเวศน์ที่ดีนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในระบบต่างเกื้อกูลกันเพื่อส่งเสริมให้กันและกันสามารถดำรงอยู่ได้ ธรรมชาติสร้างต้นแบบให้สังคมมนุษย์มานานแสนนาน แต่ในบางครั้งเรากลับหลงลืมกับไป ดังนั้นแนวทางในการดำเนินงานของเราคือดูต้นแบบจากธรรมชาติเพื่อสร้างระบบนิเวศน์ของสังคมที่น่าอยู่อาศัยนั่นเองครับ

และจากต้นแบบนั้น นั่นคือ "จัดการความรู้ สู่สังคมแห่งปัญญา" ตามเป้าหมายของ สคส. และ GotoKnow ในฐานเครื่องมือครับ

จัดการความรู้คือการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" เพื่อช่วยเหลือเพื่อแบ่งปัน เพื่อสร้าง "สังคมแห่งปัญญา" ที่เกื้อกูลกันด้วยรู้ว่าด้วยการเผื่อแผ่แบ่งปันเท่านั้นถึงจะช่วยเหลือให้เราทุกคนสามารถดำรงอยู่อย่างมีความสุข

ธรรมชาติสอนเราตลอดเวลา มนุษย์กินผลไม้เพื่อช่วยแพร่พันธุ์ต้นไม้ ต้นไม้ช่วยปกคลุมดินเก็บความชุ่มชื้นและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่ ตัวหนอนกินใบไม้เพื่อเติบโตเป็นผีเสื้อที่ช่วยผสมเกสรต้นไม้อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงให้เกิดเป็นผลไม้เพื่อให้ประโยชน์แก่สิ่งอื่นๆ ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ทุกสิ่งทุกอย่างดำรงอยู่ด้วยสิ่งต่างๆ รอบตัวเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สิ่งอื่นๆ ต่อไป

ถ้าสังคมมนุษย์เรียนรู้จากระบบนิเวศน์ในธรรมชาติ เราเชื่อว่าสังคมที่มีความสุขที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้แน่นอน ด้วยเหตุนี้ตลอดสามปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่น "จัดการความรู้ สู่สังคมแห่งปัญญา" ในปรัชญานี้ และจะยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงครับ

แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น สคส. ได้แปลงสภาพเป็นมูลนิธิทำให้ไม่สามารถสนับสนุนการดำเนินงานของ GotoKnow ได้อย่างแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม GotoKnow ก็สามารถอยู่ได้อย่างต่อเนื่องด้วยการสนับสนุนโดยตรงจากผู้ใช้ สิ่งนี้เป็นสิ่งพิสูจน์ถึงระบบนิเวศน์ของการอยู่ร่วมกันเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มั่นคงของ GotoKnow ครับ

และสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งคือในเดือนที่ผ่านมานั้น สสส. อนุมัติให้การสนับสนุน GotoKnow เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของสมาชิกในสังคมไทย ดังนั้นภายในเดือนหน้านี้ GotoKnow จะดำเนินงานภายใต้งบประมาณสนับสนุนจาก สสส. ที่จะช่วยให้สามารถขยายกำลังการทำงานเพื่อสนับสนุนชุมชนได้อย่างเต็มที่ครับ

งานหลักของเราคือสนับสนุนชุมชน เพราะชุมชนคือหัวใจของ GotoKnow ชุมชนคือทุกสิ่งทุกอย่างของสิ่งที่เรียกว่า GotoKnow ครับ

ในวันนี้ของ GotoKnow ที่ครบรอบสามปีนั้น GotoKnow เป็นเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้ที่ตั้งไว้ แต่ความสำเร็จนั้นไม่ใช่เป็นความสำเร็จของ สคส. และ ม.สงขลานครินทร์ เพราะนี่คือความสำเร็จของชุมชนผู้ใช้ที่ใช้เครื่องมือนี้ ถ้าจะวัดแล้ว 95% ของความสำเร็จของ GotoKnow เกิดจากชุมชน ส่วน 5% ที่เป็นของ สคส. และ ม.สงขลานครินทร์นั้นเกิดจากงานดูแล เก็บกวาด ซ่อมแซม ต่อเติมตามคำแนะนำของชุมชนครับ

หาก GotoKnow คือพื้นที่ที่ผู้คนใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สิ่งที่ สคส. และ ม.สงขลานครินทร์ ทำมาตลอดสามปีคือเป็นคนสวนดูแลพื้นที่นี้ให้ชุมชนใช้ได้อย่างที่ชุมชนประสงค์นั่นเองครับ

ในช่วงเวลาพิจารณาทุนนั้น คณะกรรมการ สสส. ถามผมว่าผมมีแผนอย่างไรสำหรับ GotoKnow หลังจากได้รับทุนจาก สสส. อีกสามปีต่อไปนี้

ผมรู้ว่าผมว่าผมควรตอบให้ดี แต่คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมไม่มีคำตอบ ผมตอบได้เพียงอย่างเดียวว่าให้ชุมชนเป็นผู้ตัดสิน ชุมชนเป็นผู้รู้ดีที่สุดว่าชุมชนจะใช้ GotoKnow ให้เกิดประโยชน์อย่างไร

เราไม่มีทักษะในการนำชุมชน แต่เรามีทักษะในการตามชุมชน สิ่งที่ ม.สงขลานครินทร์ จะทำและทำได้ มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือพยายามพัฒนา GotoKnow ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดให้ทันกับความต้องการของชุมชนได้ดีที่สุด เพราะสมาชิกในชุมชนรู้ดีที่สุดว่าเขาต้องการอะไรเพื่อใช้ประโยชน์อย่างไรครับ

เราพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Human-Centered Computing (HCC) หัวใจของการทำงานเช่นนี้คือทำตามสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้งานสอดคล้องกับสิ่งที่เขาต้องการอย่างดีที่สุด

ที่ผ่านมานั้นเราทำไม่ทันด้วยกำลังคนเรามีน้อย ทำให้ผู้ใช้หลายท่านอาจเห็นว่าเราไม่ได้พัฒนาตามสิ่งที่ท่านได้แนะนำมา แม้กระทั่งเว็บลูกของ GotoKnow อย่างเช่น Learners.in.th เราก็เหมือนละเลยในการดูแล แต่ด้วยการสนับสนุนจาก สสส. ในปีต่อไปนี้เราจะขยายกำลังนักพัฒนาเพิ่มขึ้นได้อีกมาก ดังนั้นคำแนะนำจากทุกท่านคือสิ่งที่เราจะทำให้เร็วที่สุดครับ

"จัดการความรู้ สู่สังคมแห่งปัญญา" คือสิ่งที่เราทุกคนร่วมกันทำเพื่อสร้างระบบนิเวศน์ของสังคมที่พวกเราทุกคนอยากอยู่อาศัยร่วมกัน ในนามของสมาชิกคนหนึ่งในชุมชนแห่งนี้ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสร้างสรรค์สังคมของพวกเราทุกคนในตลอดสามปีที่ผ่านมาและตลอดไปครับ