การเป็นครูที่จะสอนนักเรียนให้ได้เรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นที่น่าพึงพอใจ นอกจากจะนำนักเรียนให้ชอบ Orientation...การโน้มน้าวจิตใจให้ชอบให้รัก หรือครูต้องมีความรู้สึกที่ สอนนักเรียนนะไม่ใช่สอนหนังสือ นอกจากนี้ ครูยังต้องเอาใจใส่นักเรียนทุกคนด้วย การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล หมายถึง ครูต้องศึกษานักเรียน ให้รู้จักนักเรียน ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม จึงจะเป็นครูที่รู้เรื่องของนักเรียน เสมือนเป็นพ่อและแม่ของนักเรียนด้วย ประการฉนั้น ร่างกาย หมายถึง ส่วนสูง น้ำหนัก เป็นโรคประจำตัว ได้รับการฉีดยาคุ้มกันโรค หรือไม่สบาย ไปหาหมอที่ไหน แพ้ยาอะไร ครูต้องรู้เรื่องของนักเรียน จำเป็นที่จะต้องรู้จิตใจ นิสัย ใจคอ อารมณ์ของนักเรียนด้วย ครูอ้อย เป็นเพียงครูพิเศษ ในสัปดาห์หนึ่ง ครูอ้อยจะได้พบนักเรียนแต่ละคนเฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย จึงไม่ได้รู้จักนักเรียนมากมายในกรณีนี้ แต่.....การเป็นครู จะต้องรู้พื้นฐานการเรียนรู้ในวิชาต่างๆของนักเรียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง รู้ว่า นักเรียนคนนี้ คนนั้น คนโน้น เรียนเก่ง ปานกลาง หรืออ่อนในวิชาใด แล้วครูอ้อยจะรู้ได้อย่างไร ครูอ้อย ต้องออกแบบทดสอบ ทั้งวัดและประเมินความรู้ ทักษะ และกระบวนการ ให้ได้รู้จักเรียนทุกคน ถึงแม้ว่า ข้อทดสอบ ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนนัก แต่ อย่างน้อย ก็เป็นแนวทางที่ดี ที่ชี้นำให้ครูผู้สอนปฏิบัติไปในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยตั้งเกณฑ์ ไว้ว่า ....นักเรียนทำคะแนน ได้เท่านี้ ควรจะเป็นนักเรียนที่เรียน ดี ปานกลาง หรือ อ่อน เพื่อจะรู้ สะดวกต่อการจัดการเรียนรู้ และช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล คราวนี้ รู้หรือยังว่า ทำไมต้องรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ทำอย่างไร เพื่ออะไร
สวัสดีครับ ครูอ้อย
สวัสดีค่ะน้องชาย....ครูโย่ง
ขอบคุณค่ะ