มองหาความพิเศษ
นอกจากการสังเกตวิธีการเรียนรู้ของเด็กแล้ว การมองหา natural talent ของเด็กแต่ละคน จะทำให้ครูได้เรียนรู้มาก โรงเรียนก็จะได้ประโยชน์มากหากมีการสะสมองค์ความรู้เหล่านี้ ตัวเด็กเองก็จะเกิดความงอกงาม เพราะถ้าไปอยู่ที่อื่นความแตกต่างที่ทุกคนมีก็จะถูกกดเอาไว้ เพราะถูกบังคับให้อยู่ในแบบที่ต้องเหมือนกัน ทำให้เด็กบางคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากๆ มีวิธีการเรียนรู้ที่ต่างออกไปไม่มีความสุขกับการเรียนรู้ หรืออาจถึงขั้นเรียนรู้ไม่ได้
ดังนั้นหน้าที่ของรงเรียนและครูก็คือ ต้องส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ talent ให้มากที่สุด ทำโรงเรียนให้เป็นเหมืองแร่ที่จะขุดหาความพิเศษของเด็กแต่ละคน และส่งเสริมเขาให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และการเรียนรู้กับกลุ่มเพื่อน เกิดเป็นการพัฒนาตัวครู และการพัฒนาองค์กรไปพร้อมกัน
โรงเรียน และครูโชคดีตรงที่ได้อยู่เด็กที่กำลังเจริญงอกงาม ได้เห็นเด็กที่ดึงเอา talent ของเขาออกมาให้เราอย่างไม่มีกรอบ
การเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวทำเป็นความสำคัญของชีวิต ตอนที่อาจารย์เป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อาจารย์ได้บอกกับนักการที่เป็นคนขัดส้วมว่า เขาคือคนที่ทำให้โรงพยาบาลมีชื่อเสียง เพราะเขาทำให้คนที่มาใช้บริการได้พบความสะอาดของห้องน้ำ และเป็นห้องน้ำที่ไม่มีกลิ่นโรงพยาบาล ทุกคนเข้าห้องน้ำแล้วสบายใจ มีอนามัย ลดเชื้อโรค ลดการเจ็บป่วย และที่ห้องน้ำเปลี่ยนโฉมไปได้ก็เพราะอาจารย์ให้แม่บ้านโรงแรมมาสอนให้เขารู้ว่าห้องน้ำสะอาดเป็นอย่างไร
มหาวิทยาลัยจะดีได้ ต้องมีคนที่ talent และแหวกแนว และผู้บริหารต้องสามารถเปิดพื้นที่ให้คนที่มีความสามารถเหล่านั้นได้ใช้ความพิเศษของตัวเองได้อย่างเต็มที่ มหาวิทยาลัยที่เมืองนอกจะเปิดกว้างกับเรื่องความพิเศษที่มีความแตกต่างหลากหลายได้มากกว่ามหาวิทยาลัยในเมืองไทย อัจฉริยะต้องการคนที่เข้าใจ และสนับสนุนให้ความคิดของเขาเป็นจริงได้
โรงเรียนเพลินพัฒนาก็สามารถทำโรงเรียนให้เป็นพื้นที่วิจัยในเรื่องกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก แล้วนำความรู้นั้นขายสู่เพื่อนครูในที่อื่นๆ ในทำนอง “เพื่อนช่วยเพื่อน” ให้ครูช่วยกันสร้างองค์ความรู้ต่างๆ ขึ้นมา แล้วทำให้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ของครู ความรู้ต้องเป็นเรื่องที่สร้างความรื่นรมย์ และเป็นทั้งความสำเร็จให้กับชีวิตการทำงานด้วย
โรงเรียนในลักษณะนี้ คุณค่าและมูลค่าไม่ได้อยู่ที่ค่าเล่าเรียน แต่อยู่ที่การขับเคลื่อนคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมจากงานของเรา
มหาวิทยาลัยที่มีอายุหลายร้อยปี ความรู้ของเขาจะไม่หยุดนิ่ง ศาสตร์ของเขาเมื่อเวลาผ่านไป ๑๐ ปีให้หลังก็จะไม่เหมือนเดิม เพราะมีการเรียนรู้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา บางมหาวิทยาลัยมีการเชื่อมโยงให้ศาสตร์ต่างสาขามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้เกิดความเกื้อกูลกันไปบนความหลากหลาย และการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการใหม่ๆ เช่น Bio medical engineering เกิดจากการรวมเอาวิศวะ คอมพิวเตอร์ และ แพทยศาสตร์หรืออื่นๆที่ใกล้เคียงกัน เข้าไว้ด้วยกัน
สวัสดีค่ะคุณ lin Hui ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ อ่านแล้วนึกถึงเรื่องจักรพรรดิ์องค์สุดท้ายของจีนเลยนะคะ
ที่ช่วงชั้นอนุบาลของโรงเรียนเพลินพัฒนา จะมีบันทึกที่ทางบ้านและโรงเรียนจะส่งถึงกันสัปดาห์ละครั้ง ชื่อว่า "บันทึกเพลินเพลิน" เอาไว้ดูแลพัฒนาการของเด็กค่ะ ส่วนชั้นโตขึ้นมาก็จะห่างหน่อย แต่ก็พยายามจะจัดโอกาสให้ครูและผู้ปกครองได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันค่ะ :)