ลางร้าย และลางบอกเหตุทางธรรมชาติ คือเครื่องเตือนภัยอย่างดี

ผมทราบข่าวจากสื่อต่างๆว่า ก่อนแผ่นดินไหวในจีน มีลางบอกเหตุทางธรรมชาติเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นสิบๆวัน ที่มีการนำเสนอผ่านสื่อสารมวลชนคือ ความผิดปกติในอาการของสัตว์ตามสวนสัตว์ต่างๆในพื้นที่เกิดภัย เช่น ช้างกระวนกระวาย สิงโต เสือ วิ่งพล่านไปมา นกยูงร้องโห่ระงมไปหมด

ผมยังเสียดายที่คนจีนเขาไม่ตระหนัก และระวังตัวโดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ คนสูงอายุ ซึ่งเขามีความเชื่อเกี่ยวกับลางร้าย หรือลางบอกเหตุทางธรรมชาติคล้ายคนไตอย่างพวกผม (ได้รับอิทธิพลทางความเชื่อเดียวกัน) สำหรับคนไตแล้ว มีการเขียนเป็นตำราขึ้นมาฉบับหนึ่งชื่อว่า "ตวยจอมลอก๊ะ" แปลตรงๆว่า ดูตามโลก สังเกตโลก หรือปฏิบัติตามโลก เขาเขียนแยกเป็นหมวดๆ หมวดความเชื่อและการปฏิบัติเกี่ยวกับการเป็น การตาย หมวดลางร้ายหรือลางบอกเหตุที่เกิดจากธรรมชาติ รวมทั้งการแก้ไขและการป้องกัน เป็นลางบอกเหตุที่ยึดการสังเกตธรรมชาติ เข้าใจว่าเกิดจากประสบการณ์สะสมของคนสมัยก่อนนั่นเอง หนังสือเล่มนี้ผมกำลังแปลเป็นภาษาไทย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นองค์ความรู้ภูมิปัญญาไตด้านความเชื่อ เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ ในหมวดลางร้ายหรือลางบอกเหตุนั้น เขาให้สังเกตอากัปกิริยาของสัตว์ การกระทำของสัตว์ ตั้งแต่มด แมลง นก หนู กา ไก่ไปถึงช้าง นอกจากนี้ยังให้สังเกตธรรมชาติที่เป็นสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน นำ ลม อากาศ เหตุผลก็คือว่า ธรรมชาติจะรู้เรื่องธรรมชาติด้วยกัน สำหรับคนนั้น เรียนรู้และอยู่สูงเกินธรรมชาติเกินไป โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมือง เขาอยู่ห่างไกลธรรมชาติจึงขาดสัญชาติญาณทางธรรมชาติไป (ห่างไกลจากสัตว์เดรัชฉาน กลายเป็นสัตว์ประเสริฐ) ยกเว้น ชาวป่า ชาวดอย ที่ยังสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เขายังพอมีสัมผัสและสัญชาตญาณทางธรรมชาติอยู่บ้าง เช่น คนแก่ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแต่เช้า ขณะที่มือไปสัมผัสใบหน้ารู้สึกว่าลื่นๆประหลาดๆ ไม่ปกติเหมือนทุกวัน เขาก็จะรู้ได้ว่า "วันนั้นจะมีฝนตก" เข้าไปป่าสังเกตเห็นผึ้งสร้างรังอยู่ตำตามคาคบไม้ ตามหลืบหินแบบหลบๆซ่อนๆ ไม่ใช่ที่โล่ง เขาก็รู้ว่า ปีนี้ลมแรง สังเกตเห็นต่อหลุมทำรังอยู่สูงใกล้สันเขา ห่างจากริมห้วย เขาก็รู้ว่าปีนี้นำจะท่วมนำจะหลาก อยู่ๆมีเสียงนกยูงร้องแข่งกันระงมไปทั่วดอย เขาก็รู้ว่าจะต้องมีเหตุการทางธรรมชาติที่รุนแรง เช่น ฝนตกหนัก นำท่วม นำหลาก แผ่นดินไหว เขาจูงวัวไปปล่อยตามทุ่งนา ปรากฏว่าวัวกระโดดโลดเต้น เขาก็รู้ว่าฝนจะตกในไม่ช้า อยู่ๆไก่ป่าพากันบินเข้ามาในหมู่บ้าน เขาก็รู้ว่าจะเกิดอาเพธกับหมู่บ้านที่เกี่ยวกับนำกับลม

ที่เล่ามานี้ เป็นเพียงตัวอย่างความเชื่อที่ผู้คนได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ในวิถีชีวิตจริงเท่านั้น ถ้าศึกษาจากตำราดังกล่าวแล้ว จะเห็นว่ามีผู้รู้เขาเรียบเรียงไว้ มีอีกมากที่เรา ยังไม่รู้ และควรจะรู้

กรณีแผ่นดินไหวในจีน ผมเข้าใจว่าผู้เฒ่าผู้แก่บางคนอาจพอรู้บ้าง แต่อย่างว่านั่นแหละ อาเพธแผ่นดินไหวมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะป้องกันได้ หลายคนก็ไม่อาจคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น และรุนแรงถึงเพียงนี้ จึงได้แต่สงสาร เห็นใจพี่น้องชาวจีน  และอยากให้เขาให้ความสำคัญกลับไปเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านความเชื่อ จัดเป็นหลักสูตรในสถานศึกษา เพราะ ลางบอกเหตุนั้น เป็นการเตือนภัยก่อนเกิดเหตุ ส่วนเครื่องมือแจ้งเตือนภัยที่เป็นวิทยาการสมัยใหม่นั้น มันเตือนภัยภายหลังเกิดเหตุแล้ว ก็ลองคิดดูเอาเองว่า สิ่งไหนจะดีกว่ากัน

อาจารย์เก