เริ่มจากการเดินทางมาเฮฮาศาสตร์ 5 ด้วยความทุลักทุเล ด้วยเกิดความไม่แน่ใจว่าจะมาได้หรือไม่  เนื่องจากเป็นไข้หวัด มีไข้ทุกวัน เป็น ๆ หาย ๆ เจ็บคอ สารพัดจะจัดสรรมาช่วงนี้ 

แต่ก็ตัดสินใจในวันสุดท้ายด้วยคนใต้โทรมาบอกว่าจะมาให้มาเจอกันที่กรุงเทพ  แล้วเช่ารถต่อไปสตึก

ใจคิด "เอาก็เอาอ่ะ"  งานนี้มีแต่ผู้ทรงภูมิฯ ทั้งสิ้น  เป็นอีกวาระหนึ่งถ้าไม่ได้มาก็เสียดายแย่  (สำหรับสังขาร ให้นึกว่า "มันเป็นเช่นนั้นเอง"

ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่อบินวันทูโกเที่ยว 20.35 น. (ถ้าไม่มีก็กะจะจี้กัปตันซะแว้ว....ขอเม๊าส์หน่อย...มาเที่ยวนี้กัปตันขับเครื่องบินเหมือนขับรถซิ่งในสนามแข่ง  เป็นครั้งแรกของการบินสายการบินวันทูโกที่รู้สึกเวียนหัว อยากอ๊วกเป็นที่สุด...อิอิ)  เครื่องมาถึงดอนเมืองเวลาประมาณ 21.45 น.  รอน้องแป๊ดสักครู่ก็เจอกัน  งานนี้สิงห์เหนือเสือใต้ปะกันที่สนามบิน  นั่งเม๊าส์กันที่สนามบินรอญาติมารับ    แล้วก็แยกย้ายกันนอนตามบ้านญาติ ๆ

เช้า 07.00 น. น้องแป๊ดมารับที่บ้านก็เริ่มออกเดินทางมาสวนป่า โดยเหมารถแท๊กซี่มา  ใช่  เราเหมารถมาจริง ๆ ค่ะ  งานนี้ใคร ๆ เขาก็ไปกันหมดแล้ว  ก็อยากให้สะดวก จึงใช้วิธีนี้  เรามาถึงสตึกเวลาประมาณ 13.00 น.  มารอที่หน้าซอยทางเช้าบ้านพ่อครู  สักครู่คุณหมอคนชอบวิ่งและน้องมะเดี่ยวก็มารับ  มาถึงสวนป่า กอด กอด กอด กอด กอด กอด กอด  จนหนำใจ (ชักจำไม่ได้ว่ากอดใครบ้าง  เอาเป็นว่างานนี้ใครไม่ถูกน้าอึ่งอ๊อบกอด...รีบแจ้งด่วน...อิอิ)  จากนั้นก็เป็นกิจกรรมการกิน หิวมาก ทานข้าวไป 1 จาน ขนมจีน 1 จาน ลอดช่องถ้วยใหญ่ 1 ถ้วย  อิ่ม ๆ ๆ  จนท้องไม่มีที่ใส่น้ำ...อิอิ

หลังจากนั้นได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมกระบวนกร  แม้จะไม่ได้เริ่มแต่ต้น  แต่บรรยายกาศของการอบรมมีกลิ่นไอของความสุขมาก  คงมีหลายท่านได้เล่าบรรยากาศนี้แล้ว  หลังจากนั้น สี่โมงเย็นได้แยกย้ายกันไปทำอาหารตามภาค.....สาวเหนือได้โอกาสบรรเลงน้ำพริกอ่อง  (อิอิอิ)  งานนี้สาวเหนือถ้าจะโหดไปหน่อยน้ำพริกอ่องเผ็ดมาก  แต่ก็หมด ๆ ๆ ๆ และได้ยินคำชมรอบข้างว่าอร่อย ๆ ๆ ๆ

จากนั้นเป็นกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญโดยพ่อใหญ่อีสาน มีขบวนแห่บายศรี เป่าแคน(เสียงไพเราะมาก)  มีการผูกด้ายข้อมือเป็นความเป็นสิริมงคล  จากนั้น น้องจิ น้องโจ้ ครูพิสูจน์ และมือสมัครเล่น(แต่เอาจริง)สายลม และน้องเอก ได้เริ่มบรรเลงศิลปวัฒนธรรมไทยเพลงพื้นบ้านของสุพรรณบุรี เช่นเพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เป็นต้น  ทั้งน้องจิ น้องโจ้  เล่นเป็นธรรมชาติ สนุกมาก ๆ ๆ ๆ ๆ เห็นความสามารถและศักยภาพของเด็ก ๆ แล้ว  ต้องยอมรับ และให้กำลังใจ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ศิลปฯ ดังกล่าวคงอยู่คู่บ้านเมืองตลอดไป  หลังจากนั้นเป็นการเปิดวง ลปรร. โดยท่านพี่บางทรายเป็นพิธีกร ท่าน conductor อ.ธวัชชัย ร่วมลปรร. ในหัวข้อเรื่อง G2K ในวันนี้ และ G2K ในวันข้างหน้า (น้าอึ่งอ๊อบ...สรุปหัวข้อง่าย ๆ จริง ๆ ชื่อหรูกว่านี้...แต่ขณะที่ฟังอย่างตั้งใจก็แอบกรนไป 2 รอบ...อิอิ)  เราเลิกประมาณเที่ยงคืน  หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันไปนอน  แต่ขณะนี้ยังมีหลายคนไม่นอนเนื่องจากเขียน blog อ่าน blog  น้าอึ่งอ๊อบจึงอยู่เป็นเพื่อน  จะเป็นเพื่อนเฉย ๆ ก็กระไร  จึงมีการเปิดวงคาราโอเกะขับกล่อม  จนถึงเวลานี้ยังมีหลายท่านไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน คนป่วย ก็หายป่วย  (รู้อย่างนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว...จริง ๆ ก็จะมาแต่แรกแล้ว...แต่เรามีงอนนิดหน่อย เพราะไม่มีคนไปรับ  จะไปรับก็วันที่ 19 พค.  วันที่เค้าเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว....ไม่เป็นไร  ถึงจะสวยน้อย.....แต่ก็ตบหนัก....อิอิเพราะเป็นนักวอลเล่ย์)

ถึงตอนนี้จะหลับตาลงไปได้อย่างไร  นานทีจะได้มา ขอเก็บเกี่ยวกำลังใจ  เก็บเกี่ยวพลังงานไปเป็นยาใจ ยามกลับไปใช้ชีวิตในการทำงาน  เวลาที่มีความสุขอันน้อยนิด  จะบิดเบียนหัวใจโดยการไม่สนใจก็กระไรอยู่

ถึงแม้ อ.แป๋วจะมาเรียก "น้องอึ่ง น้องแป๊ด" ไปนอนได้แล้ว  อิอิ

ตอนนี้หูอื้อ  ตาลาย  สมองถูกบล๊อคด้วยคาราเกะกะซะแว้ว....

ฝันดีนะคะ อ.แป๋ว 

(แอบบอกค่ะ...อ.แป๋วขา  ป้าจุ๋มแอบย่องลงมาร้องเพลงตอน อ.แป๋วหลับไปแล้วค่ะ เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ )