ตอนที่สิบ - Here comes : Chicago
วันที่ 4 พ.ค. ถึงชิคาโกเวลา 10.00 น. (ตรงกับเวลา 11.00 ที่นิวยอร์ก) ใช้เวลาบินประมาณสองชั่วโมง เป็นเครื่องขนาดเล็ก แถวหนึ่งมีสามที่นั่ง (เหมือน PB Air ที่บินจากกรุงเทพไปนครศรีธรรมราช) จากสนามบินเรียกแท็กซี่ไปโรงแรม ค่าโดยสารตามมิเตอร์ (บวกทิป) $40 เข้าเช็คอินโรงแรม แต่ยังเข้าห้องพักไม่ได้จนกว่าจะถึงเวลาบ่ายสามโมง จึงฝากกระเป๋าเดินทางไว้ก่อน แล้วไปหาเพื่อนสุนิตที่ชื่อ Arlene ที่พักอยู่ที่คอนโดใกล้ๆ
Arlene เป็นเพื่อนสมัยที่สุนิตเรียนปริญญาโทเคมีที่ Missouri (University of Missouri-Columbia) ตอนที่พีท (ลูกชาย) เล็กๆ เรียกเขาว่า Grandma (ย่า) เพราะว่าอายุเท่ากับแม่ของผม ที่อเมริกาจะเห็นได้ว่า “ไม่มีใครแก่เกินที่จะเรียน” บางคนเรียนจบไปสามสิบปี กลับมาเรียน ป. โท ป. เอกต่อก็มี อย่างกรณีของ Arlene เป็นต้น พวกผมไม่ได้พบกับ Arlene เป็นเวลากว่ายี่สิบปี ครั้งที่พบกันครั้งล่าสุด พีทอายุแค่สองสามขวบเท่านั้น
หลังจากออกจากดอนโด Arlene (ช่วงบ่าย) แวะไปเดิน Downtown Chicago ไปถ่ายรูปบริเวณที่เรียกว่า MilliniumPark อากาศกำลังดี แต่มีลมแรงทำให้รู้สึกหนาวบ้าง ตามสไตล์เมืองชิคาโก ซึ่งได้ฉายาว่าเป็น “WindyCity” หรือ “เมืองแห่งลม” พีทไปลองถามบัตรเข้าชมละครเรื่อง “Jersey Boys” รอบบ่ายสองโมง เหลือแต่บัตรที่นั่งราคาแพง (เกิน $ 100) จึงตัดสินใจไม่ดู
วันนี้สุนิตมีไข้ ทำท่าจะเดินต่อไปไม่ไหว ต้องนั่งรถกลับมานอนพักที่โรงแรม นอนตั้งแต่บ่ายสามถึงหกโมงเย็น ช่วงนั้นผมแวะไปเดินเล่นบริเวณสวนสัตว์ที่อยู่ใกล้โรงแรมที่พัก กลับมาถึงโรงแรมเวลา 17.30 น. ปลุกสุนิตเพราะมีนัดกับ Arlene กับสามี (Dr.Ghiron) ทานอาหารเย็นที่ร้านในโรงแรมที่พัก ทานเสร็จผมกับพีทแวะไปหาซื้อน้ำผลไม้มาเก็บไว้ในตู้เย็นห้องพัก
วันจันทร์ที่ 5 พ.ค. Arlene นัดเพื่อนอีกคนหนึ่งมาพบที่คอนโดของ Arlene ชื่อ Lori เรียนที่ Missouri อีกเช่นกัน พาลูกมาด้วย วัยสามขวบชื่อ Maddy ตอนสิบเอ็ดโมง Arlene และ Lori พาลูกสาวไปเดินที่สวนสัตว์ ส่วนผม สุนิตและพีทขอแยกไปไชน่าทาวน์ (Chainatown) ไปเดินหาของกินมื้อเที่ยง หลังจากเลือกอยู่นาน ในที่สุดตัดสินใจเข้าไปกิน “เฝอ” ในร้านเวียดนาม สั่งหนึ่งชามกินได้สามคน (ชามใหญ่มาก) นั่ง Subway จากสถานี Chinatown มาลงที่สถานี Chicago (Downtown) หาร้าน Apple เพื่อซื้อ iPhone ไปเดินร้านหนังสือ Border ที่บริเวณ Water Tower (ครั้งหนึ่งเมืองชิคาโกไฟไหม้หมด เหลือไว้แต่เพียง Water Tower นี้เท่านั้น)
กลับมาถึงโรงแรมสี่โมงเย็น สุนิตยังอาการไม่ค่อยดี ต้องกลับมานอนพัก ระหว่างนั้นผมแวะไปดินริมทะเลสาบมิชิแกนซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมที่พักเพียงสามบล็อก ตอนเย็น Arlene นัดทานข้าวร่วมกันอีกครั้ง ครั้งนี้นัดที่คอนโด โดยสั่งเป็นอาหารไทย (Delivery) มาให้กิน แต่รสชาติผมว่าไม่น่าจะเป็นร้านไทย พีทที่แยกไปหาเพื่อนช่วงบ่าย กลับมาเจอกันที่บ้าน Arlene ประมาณสองทุ่ม ตอนสามทุ่มถึงเวลาร่ำลากัน เพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก!!
Welcome from Chicago รถเมล์เข้า Downtown

ในคอนโดของ Arlene วิวจากหน้าต่างคอนโด

ทิวลิปเต็มเมือง ส่วนหนึ่งใน Millennium Park

Millennium Park และฉากหลัง เวทีการแสดงกลางแจ้ง

รูปปั้นเช็คสเปียร์ในสวนสาธารณะ ที่กดน้ำดื่มในสวนสัตว์

Lincoln Park Zoo โรงแรมที่พัก

ขอบคุณ คุณติ๋ว ที่แวะเข้ามาทักทาย อีกไม่กี่วันก็จะได้กลับเมืองไทยแล้วครับ
มุมแดดดีแถวๆ lincoln park หรือใน chicago เนี่ยไม่ค่อยได้เห็นเลยค่ะ ^ ^ แ่ต่ก่อนไปทีไร grey and windy ตลอด ดูภาพแล้วอย่างกับคนละเมืองเลยค่ะ