วันโชคดี : ทำไมไม่มีใครช่วยอุ้มแมว

นี่เป็นความโชคดีแรกของฉันที่ได้เรียนรู้ว่าด้านหน้าโรงพยาบาลสัตว์ไม่ได้มีไว้รับสัตว์ป่วยฉุกเฉินแต่ต้องไปด้านหลัง และเจ้าหน้าที่คุยโทรศัพท์ห้ามกวน...

พิซซ่าแป้งบางกรอบหน้าฮอทดอกกับเบคอนคือเมนูมื้อค่ำสำหรับวันนี้หลังจากที่ไม่ได้กินอาหารประเภทนี้มาเสียนาน  ระหว่างที่นั่งรอสมาชิกร่วมโต๊ะอาหารอยู่ที่ลานจอดรถ ตาก็คอยจ้องมองว่ารถผู้รอคอยจะมาถึงเมื่อไร แทนที่จะเห็นรถเป้าหมาย กลับเห็นรถแท็กซี่เขียวเหลืองขับผ่านหน้าผ่านไปพร้อมเสียงแมวร้องคราง

แมวโดนรถชน มันดิ้นใหญ่เลย ลุกสิ ลุก เดี๋ยวรถทับอีก... และอีกสารพัดที่ฉันพูดไปเพราะความตกใจ 

น้องชายนายกฤษณ์รุ่นน้องที่นั่งข้างฉันได้สติก่อนใคร เราไปดูมันเถอะพี่  

ด้วยความเป็นคนตัวโตขายาว  ถึงแม้เท้าจะบวมเพราะพิษแมงกระพรุนไฟที่เท้าก็ตาม  ก็ยังเดินถึงแมวเป็นคนแรกและลากมันจากขอบถนนเข้าข้างทาง เลือดออกจากปาก และจมูก เจ้าเหมียว(ชื่อที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสัตว์ตั้งให้) พยายามจะลุกขึ้นแต่ก็โงนเงนและล้มลง 

ระหว่างที่คอยเอาใจช่วยให้เจ้าเหมียวลุกขึ้นก็มีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยขี่มอเตอร์ไซค์มาถามและควานหาสัญลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของที่คอเจ้าเหมียว...ว่างเปล่า  ดังนั้นเค้าจึงช่วยพาไปหาหมอไม่ได้เพราะไม่มีเจ้าของ  ทำได้แค่ช่วยจับมันใส่ท้ายรถกระบะเท่านั้นเอง  ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลเท่าไรนักจนกระทั่งวันนี้...

 

กฤษณ์ พจน์ ดา บุษ และฉัน นั่งกันไปด้านหน้ารถ พร้อมสอดส่ายสายตามองว่าเจ้าเหมียวยังนอนอยู่ในกระบะหรือเปล่า ไม่กี่อึดใจเราก็มาถึงโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ด้วยความที่เป็นครั้งแรกของทุกๆ คน พอเห็นด้านหน้าโรงพยาบาลก็รีบจอดแล้วลงไปขอเจ้าหน้าที่ที่คนแรกที่เจอว่า ช่วยอุ้มแมวทีมันถูกรถชน ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ นอกจากเดินมาอย่างเสียไม่ได้และบอกว่าให้อ้อมรถไปที่ฉุกเฉินด้านหลัง...

 

นี่เป็นความโชคดีแรกของฉันที่ได้เรียนรู้ว่าด้านหน้าโรงพยาบาลสัตว์ไม่ได้มีไว้รับสัตว์ป่วยฉุกเฉินแต่ต้องไปด้านหลัง และเจ้าหน้าที่คุยโทรศัพท์ห้ามกวน...

 

รถเทียบท่าตรงทางลาดที่มีให้เห็นทั่วไปในโรงพยาบาล  ฉันเห็น รปภ. นั่งคุยกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ฉันแยกแยะตำแหน่งของคนสองคนได้อย่างง่ายดายจากเครื่องแต่งกาย 

พี่ช่วยอุ้มแมวหน่อยคะ แมวถูกรถชน  

เจ้าของอุ้มมาเลย  

ไม่ใช่เจ้าของคะ เป็นแมวข้างถนน   อุ้มไม่เป็นคะ กลัวมันกัด  

อุ้มใส่รถเข็นมาเองเลย  

...ที่นี่ไม่มีคนช่วยอุ้มสัตว์เหรอคะ  

ไม่มี   สีหน้าทุกคนเริ่มตึงและโกรธมาก แต่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ  ได้แต่หาทางช่วยกันเอาเจ้าเหมียวออกมาจากท้ายกระบะและวางบนรถเข็นให้ได้ 

พจน์เป็นคนจับและประคองมันออกมาวางบนรถเข็นอย่างทุลักทุเล  หลังจากนั้นชายพจน์ก็ยืนดมยาหน้าซีดด้วยอาการกลัวเลือด ซึ่งฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย...

 

เป็นโชคดีที่สองที่ทำให้ฉันเรียนรู้ว่า

คนกลัวเลือดก็สามารถช่วยชีวิตสัตว์ที่เลือดท่วมได้(แม้ต้องแลกกับอาการที่ตามมาภายหลัง)

และเจ้าหน้าที่คุยกับยามห้ามกวน...เพราะยุ่งมากจนไม่มีน้ำใจพอที่จะช่วยเหลือใครแม้เดินมาดูและแนะนำพวกเราว่าควรจะอุ้มอย่างไร เอาเถอะเค้าคงเหนื่อยกับการบริการที่ไม่มีที่สิ้นสุดแม้ว่ามันจะเป็นหน้าที่ของเค้าก็ตาม

 

บรรยากาศในห้องฉุกเฉินอบอวนไปด้วยกลิ่นสะอาดๆ แบบโรงพยาบาลที่ฉันไม่ค่อยชอบนัก 

มีสัตว์หลายตัวนอนให้เลือดบ้าง ให้น้ำเกลือบ้าง อุ้มมาบ้าง นอนมาในกล้องบ้าง 

แต่ฉันมั่นใจที่สุดว่าไม่มีสัตว์ตัวไหนอาการหนักเลือดท่วมเท่าเจ้าเหมียวของพวกเราเลย  

กรอกประวัติและชั่งน้ำหนักด้วยคะ    เจ้าหน้าที่หน้าเคาเตอร์บอกพวกเรา 

พจนาอีกตามเคยที่ต้องประคองมันลงไปชั่งน้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม

 

จากนั้นก็ให้พวกเรานั่งรอ  รอ  รอ  และรอ  ฉันไม่รู้ว่านานแค่ไหนแต่ในความรู้สึกของฉันมันนานมาก นานเหลือเกินกับอาการที่น่าสงสารของเจ้าเหมียวกับเสียงหายใจที่แผ่วเบา สลับกับเสียงค็อกในลำคอ พร้อมกับเลือดที่ค่อยๆ ออกมาจากปากและจมูก

 

การรอคอยของฉันยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับเสียงหายใจหอบและเสียงสำลักเลือดและน้ำลายของเจ้าเหมียว  ความสนใจของฉันถูกเบี่ยงเบนไปด้วยเสียงครวนครางของหมาน้อยตัวหนึ่งที่ชายหนุ่มกับหญิงสาววัยกลางคนอุ้มมันเข้ามา 

โดนรถทับคะ  

น่าสงสารเหลือเกินมันร้องเสียจนทุกคนในนั้นต่างหันมาให้ความสนใจและสงสารกับอาการของเจ้าของเสียงนั้น  กรอกประวัติและชั่งน้ำหนักคะ   ฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่ควรจะบอกเค้านะว่าทำไงในเบื้องต้นก่อนมากกว่าการกรอกประวัติและชั่งน้ำหนักอย่างน้อยก็ควรบอกเจ้าของว่าควรวางมันไว้ที่รถเข็นหรือกอดมันไว้อย่างนั้น  นานหลายนาทีที่เดียวที่ฉันให้ความสนใจกับน้องหมาแทนน้องเหมียว

 

ในที่สุดเจ้าเหมียวของพวกเราก็ได้เข้าห้องตรวจเสียที

การรอคอยของฉันเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปด้วยความสบายใจเพราะเจ้าเหมียวถึงมือหมอแล้ว 

ฉันเริ่มเสวนากับคนรอบข้างที่พาสัตว์ของตัวเองมาหาหมอ หลากหลายอาการต่างกันไป 

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ แววตาที่รักและอาทร 

ที่มีต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และเผื่อแผ่ถึงสัตว์ตัวอื่นๆ ในห้องฉุกเฉินนั้นด้วย

 

เจ้าหน้าที่เรียกชื่อฉันพร้อมกับเข็นเจ้าเหมียวออกมา

มันนอนนิ่งบนผ้าปูสีเหลือง  คราบเลือดที่ขาและใบหน้าถูกเช็ดออก  สายน้ำเกลือที่ขาหน้าข้างขวา และเลือดที่ยังคงซึมออกมาทางจมูกและปาก 

ฉันต้องพามันไปเอ็กซเรย์ที่ชั้นสอง 

กฤษณ์ ดา และฉันเป็นคนพาเจ้าเหมียวขึ้นไป

ส่วนพจน์ และบุษ คอยอยู่ที่นั้นเผื่อหมอเรียกให้ทำอะไร 

ในห้องเอ็กซเรย์ต้องมีคนช่วยเจ้าหน้าที่จับเจ้าเหมียวให้นอนในท่าต่างๆ ตอนนี้เป็นหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่กลายเป็นของกฤษณ์ไป 

ส่วนฉันกับดายืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ตอนนี้เจ้าเหมียวไม่ตื่นกลัวแล้วได้แต่นอนนิ่งๆ พร้อมกับหายใจค็อกๆ สำลักเลือดและน้ำลายออกมาเป็นระยะ

 

การรอคอยของฉันยังไม่จบ เจ้าเหมียวถูกพาเข้าไปในห้องตรวจอีกครั้ง  สักพักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ก็มาเรียกฉันให้ไปคุยกับหมอ พวกเราเข้าไปฟังหมอพร้อมๆ กัน

กระดูกไม่หัก มีเพียงกรามเท่านั้นที่หัก คืนนี้หมอจะให้ยาห้ามเลือด หากโอเค พรุ่งนี้จะผ่าตัดเอาลูกตาเข้าไป เพราะหน้าถูกกระแทกทำให้ตาถล่นออกมา   และมันไม่ได้ท้องอย่างที่พวกเราคิดแต่กำลังให้นมลูกอยู่  

ฟังอาการดูพวกเราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่ามันหนักหนาหรือไม่อย่างไรก็ได้แต่หวังว่าเจ้าเหมียวคงไม่เป็นไร และผ่านคืนนี้ไปได้  

 

เป็นโชคดีที่สามที่เจ้าเหมียวไม่เป็นอะไรมาก และลูกๆ ของมันจะได้เรียนรู้การอยู่ลำพังโดยไม่มีแม่สักพักหนึ่ง...

 

ถึงเวลากลับมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเรื่องค่าใช้จ่าย

พวกเราต้องจ่ายมัดจำสำหรับฝากเจ้าเหมียวไว้ 2,000  บาท  และมีค่าฝากไว้คืนละ 200  บาท 

นี่ยังไม่รวมค่ารักษา...นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายเท่านั้น

ฉันเริ่มเข้าใจเล็กๆ แล้วว่าทำไมพี่หน่วยกู้ภัยจึงไม่สามารถพามันมาส่งโรงหมอได้...

เสร็จธุระสำหรับวันนี้แล้ว ถึงเวลาอาหารเย็นของพวกเรา จากพิซซ่าก็กลายเป็นข้าวต้มหน้าโรงพยาบาลสัตว์

กินกันได้ไม่มาก ด้วยหนึ่งเพราะเลยเวลาทานมามาก และสองด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายที่ได้เห็นการเกิดแก่เจ็บตาย 

คืนนั้นกว่าที่ฉันจะนอนหลับได้ ภาพเจ้าเหมียวตาโปนมีรอยเลือดบนจมูกวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดฉันตลอดเวลา...ฉันได้แต่หวังว่าเจ้าจะผ่านคืนนี้ไปได้นะ

วันนี้เป็นวันโชคดี

...โชคดีที่ได้ช่วยแมว

...โชคดีที่แมวไม่ตาย

...โชคดีที่ได้เรียนรู้เรื่อง คน งาน น้ำใจ และรอยยิ้ม

...โชคดีที่ได้เรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ขุ่นเคืองของตัวเอง

...จะโชคดียิ่งขึ้นถ้าเจ้าเหมียวปลอดภัย

---^.^---

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พิมพ์ดีด



ความเห็น (34)

เขียนเมื่อ 
  • มายิ้มๆๆ ทุกคนน่ารักจัง
  • ช่วยเหลือสัตว์ดี
  • แต่ค่ารักษาก็ไม่ธรรมดา 
  •  ได้เรียนรู้อะไรมากเลยนะครับ
  • แต่น้องหายไปนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เก่งมากค่ะน้องพิมพ์ ดีใจที่มีน้องสาวคนนี้ 

แม้พี่หนิงจะไม่ได้เลี้ยงสัตว์อีกเลย  ตั้งแต่เจ้าลัคกี้ตายไป  แต่พี่หนิงก็แอบให้อาหารหมาและแมวจรจัดอยู่บ่อยๆ  อิอิ ไม่กล้าเลี้ยงกลัว หลงรักและผูกพันกันเกินไป  และพี่เองก็อยู่คอนโดฯ เขามีกฎอ่ะ

สังคมเรานับวันจะหาคนใจแบบนี้อยากขึ้นทุกวัน  ขอบุญกุศลจงดลบันดาล

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาอ่านค่ะ
  • เห็นสัจธรรมของชีวิต
  • ดีใจด้วยค่ะ ที่ผ่านโจทย์นี้ไปได้
  • เป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ พี่อาจารย์ขจิต

ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจคนแรกเลยนะคะ

ช่วงนี้งานยุ่งมากๆ เลยคะ

พี่ก็คงไม่ต่างกันใช่ไหมคะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

---^.^---

ชัยพฤกษ์
IP: xxx.109.26.234
เขียนเมื่อ 
  •  อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
  • ไม่เป็นไรนะค่ะ ทานข้าวหน้าโรงพยาบาลแทนแต่ได้บุญกันถ้วนหน้า
  • ดิฉันก็เคยอยากจะลงจากรถไปช่วยเหลือสุนัขที่เดินสวนขึ้นไปบนทางด่วนแต่รถจอดไม่ได้ แต่ก็คิดว่า ถ้ามันเดินไปพ้นทางลงทางด่วนจะมีตำรวจยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
  • เมื่อวานก็เจอคนขับรถเร็ว (วย 550 กทม) แซงซ้ายแซงขวามาตลอดทาง พอมาถึงใกล้ดิฉันเบียดเฉยเลยค่ะ ช่องว่างมีนิดเดียวเอง
  • พอบีบแตรว่าทำท่าดีดเหรียญใส่รถคันหลังเลยค่ะ จากนั้นก็แซงซ้ายแซงขวาไปอีก
  • ถ้าเจออะไรขวาง เช่น สุนัข หรือแมวคงไม่รอดแน่
  • ขับรถท่าทางเกเรไม่สนใจใครเลยค่ะ
  • พวกนี้ไม่สนใจคนอื่น และไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  • ท่านเป็นบุคคลที่มีใจประเสริฐมากครับ ที่ช่วยเหลือสัตว์
  • ขออวยพรให้ได้รับบุญกุศลยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ
  • เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลใจดำมาก
  • แต่ไม่เป็นไร บางครั้งก็เป็นการเรียนรู้อะไรหลายอย่าง
  • และเรียนรู้ที่จะให้อภัยครับ
  • ขอบคุณครับ

ภาพเคลื่อนไหว

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ พี่หนิง

มีหลายคนที่รักสัตว์แต่ไม่กล้าเลี้ยง ก็คงไม่ต่างจากพี่หนิงนั่นนะคะ

ให้ข้าวให้น้ำก็สบายใจแล้วนะคะ

รักษาสุขภาพนะคะพี่หนิง

---^.^---

สวัสดีค่ะน้องพิมพ์ดีดที่คิดถึง

  • หายไปนานมากเลยนะคะ คงงานยุ่งมากใช่ไหมคะ
  • พี่อ่านแล้วอนุโมทนาค่ะ กำลังคิดว่าถ้าเป็นพี่ พี่จะทำได้ขนาดน้อง ๆ หรือเปล่า...
  • สิ่งที่นัอง ๆ ได้เรียนรู้นั้น มีค่ามากกว่าเงิน 2000 บาทมากค่ะ และที่สำคัญการได้เรียนรู้ที่จะ อภัยให้กับคนที่ทำให้เราขุ่นเคือง เขาคงไม่ตั้งใจหรอกค่ะ..
  • ...แต่เขาลืมความละเอียดอ่อน...ของจิตวิญญาณแท้ ๆ ของตัวเขาไปแล้วอย่างน่าเสียดาย
  • คิดถึงน้องนะคะ...^_^
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ นายประจักษ์

สังคมเรายังมีคนใจบุญอยู่อีกนะคะ

แต่ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้คงลำบากใจ

ทั้งค่ารักษา และอะไรๆ อีกหลายๆ เรื่อง...

น่าเศร้าใจนะคะ

ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ

สวัสดีคะ คุณชัยพฤกษ์

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

คนพาลไม่ค่อยรู้ตัวว่าพาล และสร้างความเดือดร้อน

กว่าจะรู้ตัวก็คงอย่างที่คุณชัยพฤกษ์ว่านะคะ

ต้องให้เห็นโลงศพซะก่อนถึงจะคิดได้

รักษาสุขภาพนะคะ

สวัสดีคะ ครูสุ

ขอบคุณมากสำหรับคำอวยพร

ใจจริงแล้วไม่ค่อยอยากเจอเหตุการณ์แบบนี้เท่าไรหรอกนะคะ

สงสารและสะเทือนใจมากๆ เลยคะ...

อยากให้แมวหมาทุกตัวอยู่ในที่ๆ มันควรอยู่ และอยู่กับคนที่รักมัน ชีวิตจะได้ยืนยาวไม่ต้องมาเดินเตรดเตร่ข้างถนนให้รถมันทับเอา...นะคะ

สวัสดีคะ ครูข้างถนน

เจ้าลิงตัวนี้โกรธใครกันนะ

ขอบคุณที่มาทักทายนะคะ

---^.^---

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ พี่คนไม่มีราก

หายไปนาน เพราะมัวแต่ยุ่งๆ กับเรื่องงานน่ะคะ

พี่สบายดีนะคะ

2000 นิยังไม่จบนะคะ...ยังมีต่อในบันทึกต่อไป อิอิ

แต่เรื่องเรียนรู้นิได้มาโขเชียวคะ

ถึงกับต้องย้อนมาคิดว่า...ถ้าเจอเหตุการณ์คราวหน้าจะช่วยเจ้าสัตว์พวกนี้อีกหรือไม่หนอ

ขอบคุณนะคะที่แวะมาให้กำลังใจ

---^.^---

ดีใจที่ได้อ่านบันทึกนี้ของน้องพิมพ์ครับ

ขอชื่นชมและให้กำลังใจทุกคนด้วยครับ เรื่องของ "ชีวิต" ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นคน หรือสัตว์ก็มีหนึ่งชีวิตเท่ากับเรา

อ่านจากเรื่องราวน่าระทึก ..แม้ว่าเราจะผจญกับความไร้ความเอื้ออาทรของคนบางคนก็ให้อภัยเขาเถอะครับ

น้องแมวสบายดีหรือยังครับ ??

ต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าครับ??

มีโอกาสขอเลี้ยงข้าวน้องๆทุกคนนะครับ

--ความดีงดงามเสมอนะครับ- -

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องพิมพ์...

                   หายไปนานมาก...มาทีแรกนึกว่าจะสอนทำพิซซ่า..กลับกลายมาเป็นน้องแมวบาดเจ็บ...ผมก็ใช้บริการที่นั่นครับ...พอน้องพิมพ์เล่าก็นึกภาพออกครับ....ไม่ได้เป็นของเอกชนหัวใจบริการเลยน้อยไปนิด...อภัยให้เขาเถิดครับ...ได้บุญยกกำลังสอง....อิอิ

                                                      โชคดีครับผม

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

สงสารแมว

แล้วก็เห็นใจคน ;)

เขียนเมื่อ 

สิ่งมีค่าที่สุด คือ การได้เรียนรู้ภายใน...

ขอบคุณ "แมว" คือครู และเหตุการณ์ คือ บททดสอบ

นี่เป็นเพียงป้ายบอกทาง...ที่น้องพิมพ์...จะต้องผ่านมันไปได้

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าที่งดงามนี้นะคะ

(^____^)

พี่กะปุ๋ม

สวัสดีครับน้องพิมพ์

    เข้ามาเป็นกำลังใจให้สู้ๆ ในสิ่งที่ทำดีครับ แต่เรื่องค่ารักษานี่ก็ไ่่่ม่เบาเลยนะครัีบ ขอเก็บไปคิดทางออกก่อนนะครับ

โชคดีรักษาสุขภาพนะครัีบ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

น้องเป็นคนใจดีเหลือเกิน ประทับใจมาก ทั้งตัวน้องและเพื่อนๆ

คนเรา เมตตาจิต ทำให้เราเป็น มนุษย์ที่สูงส่งค่ะ 

  • สวัสดีครับ
  • แวะมาบอกว่า คนไทย น้ำใจงามยังมีอยู่อีกเยอะครับ
  • อิอิ
  • มีความสุขนะครับ
เขียนเมื่อ 

มาขอชื่นชมในน้ำใจของน้องๆทุกคน และเห็นด้วยมากๆนะคะว่าเราควรจะช่วยกันถ่ายทอดสภาพของคนทำงานทั้งที่เราประทับใจและไม่ประทับใจออกมา เชื่อว่าผู้ที่อ่านจะเก็บอะไรๆกลับไปใช้กันได้ทุกคน ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆนี้ค่ะ หวังว่าเจ้าเหมียวจะได้กลับไปเลี้ยงลูกของมันต่อนะคะ น่าสงสารลูกๆป่านนี้คงเมี้ยวกันหมดเสียงแน่ๆเลย...เฮ้อ...

เขียนเมื่อ 

โชคดีของเจ้าเหมียว

ดีใจที่ได้ยินเรื่องของคนดี

มีคนฝากให้มาอ่าน Blog นี้ครับ

ขอให้กำลังใจและขอขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีต่อน้องแมวครับ ความสุขจากการได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกโดยไม่เห็นถึงความแตกต่างของชาติพันธุ์นั้นเป็นความสุขที่ประเสริฐที่สุดครับ

จาก ธวัชชัย (แมวหนึ่ง ลูกหนึ่ง)

สวัสดีเจ้าค่ะ พี่พิมพ์ดีด สุดสวย

ว้าวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ้พระเจ้า คนดีมีอยู่มากมาย เอิกๆๆ แต่น้องจิกลัวแมว แต่ก็ดีใจที่เจ้าแมวโชคดีค่ะ คิคิ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ

เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ..มีบ่อยๆเลยนะคะ..เห็นซากมันแล้วก็ยิ่งเศร้า..คุณพิมพ์ดีด..ใจดีมากๆเลยค่ะ..ที่ไม่เพิกเฉยต่อสรรพชีวิตงอ่านแล้วชื่นใจจังที่มีคนใจดีอยู่บนโลกนี้มากมาย..

ความดี..คุ้มครองคนดีนะคะ..^__^

ปล..ตอนนี้อาการเจ้าเหมียวเป็นยังไงบ้างคะ..ขอให้มันหายเป็นปกติไวๆนะคะ..เอาใจช่วยค่ะ..

น้องพิมพ์แจ้งข่าวล่าสุดว่า(โทรคุยตอนสายๆวันนี้)

เจ้าเหมียวยัง admit ที่ รพ.ครับ ตาที่ถลนถูกปิดไว้ คุณหมอบอกว่าน่าจะปกติ แต่ยังป้อนยาอยู่ ค่านอน รพ.คิดรายวันเลยครับ

น้องบอกว่าจะไปตามหาลูกของเหมียว ผมก็คิดว่าจะตามหาอย่างไรกัน จะเจอหรือเปล่า...

วันนี้น้องพิมพ์ป่วย น่าจะเป็นทอลซิลอักเสบ ทานยาและนอนไปเรียบร้อยแล้ว ...

ให้กำลังใจน้องพิมพ์ผ่านบันทึกนี้ได้นะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะน้องพิมพ์ดีด

อ่านบันทึกแล้วประทับใจในความประเสริฐของน้องๆ ทั้งหลายที่มีกรุณาสูงมาก แสดงให้เห็นจิตใจที่ดี

บทเรียนที่ได้รับนี้ ถึงแม้จะมีภาพไม่งามที่ฝังใจ ขอให้มองภาพนั้นเทียบกับภาพตอนที่เราช่วยน้องเหมียวไว้แล้วเปรียบเทียบกัน ถ้าน้องเหมียวไม่ได้พวกน้องๆ ช่วยไว้ ป่านนี้ก็คงแข็งตายอยู่ตรงนั้น..

ฝากเรืื่่อง พรหมวิหาร 4 ไว้ให้อ่านเล่นๆ นะคะ

เขียนเมื่อ 

มาร่วมทำความรู้สึกกัน  ความโชคดีที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย

ท้ายที่สุด แมวหนะโชคดีกว่าเพื่อน  อยากทราบต่อว่ามันจะได้กลับไปให้นมลูกอีกไหมครับ   แมวลูกอ่อนหวงลูกมากนะครับ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะน้องพิมพ์ดีด
  • น่าสงสารแมวเนอะ
  • ใจดีจังเลยค่ะ
  • ขอให้บุญกุศลนำพานะคะ
เขียนเมื่อ 

อยากให้กำลังใจครับ เพราะว่าผมก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วล่ะ เพียงแต่ว่าไม่ใช่รถชนครับ คาดว่า มีคนตีมัน ตาถลนเหมือนกัน และเงินค่าสอนประจำเทอมทั้งหมดอีกด้วย เพราะเป็นหมื่นเหมือนกันครับ เป็นการผ่าตัดใหญ่

ผมเข้าใจที่สุดเลยล่ะ เหตุการณ์นี้

ยิ้มสู้ ครับ :)

เขียนเมื่อ 

อรุณสวัสดิ์ค่ะ น้องพิมพ์

* ยิ่งเห็น ยิ่งรับรู้ โลกนี้ช่างรื่นรมย์ น่าชื่นชมค่ะ

* ความดีที่กระทำ จะได้รับสิ่งดีๆ กลับมาเสมอค่ะ

* ... การเสียเงิน เป็นการสูญเสียที่น้อยที่สุด

แต่ เวลา และ โอกาส คือสิ่งที่สำคัญ ... *

* ขอบคุณสำหรับเรื่องอันงดงามค่ะ

* เป็นกำลังใจให้น้องแมว และน้องพิมพ์ต่อไปค่ะ

 

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ มิตรรักชาว G2K ทุกท่านที่เข้ามาให้กำลังใจ

ตอนนี้เจ้าเหมียวถูกฝากไว้ที่โรงพยาบาลสัตว์นนทรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสัตว์เอกชน  ที่ต้องฝากไว้เพราะการป้อนยาและอาหารเกินกำลังของพวกเรามาก อีกทั้งที่พักอาศัยก็ไม่ยินดีให้เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งน่าจะเป็นผลดีกับเจ้าเหมียวด้วยที่อยู่ใกล้หมอ

อาการตอนนี้จากการบอกเล่าของคุณหมอที่โรงพยาบาลสัตว์ คือ
- ยังมีอาการตาอักเสบ
- เต้านมอักเสบเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะไม่ได้ให้นมลูกจึงเกิดอาการคัดที่เต้านม  อาการอักเสบทั้งสองคุณหมอได้เพิ่มยาแก้อักเสบให้เรียบร้อยแล้ว
- เลือดออกปากและจมูกไม่มีแล้วหลังจากผ่านไป 2 วัน
- ยังคงต้องป้อนอาหาร เพราะไม่ยอมกินเอง อาจเป็นเพราะเจ็บกรามที่ถูกกระแทกอยู่
- ตัวซีด และมีเห็บมาก หมอจะจัดการหยอดยาเห็บให้

วันนี้นัดตัดไหม หมอแนะนำให้เอากลับไปที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรเพื่อให้การรักษาต่อเนื่อง แล้วค่อยเอากลับมาฝากที่เดิมได้

สรุปยอดค่าใช้จ่าย ณ วันที่ 9 พ.ค. 51 เป็นเงิน 5120 บาท (ค่ารักษา ณ วันแรกที่ป่วย 3070.- ค่ายาและอาหารเหลว 430.- หักค่าฝากเจ้าเหมียวคืนละ 180 บาทx9วัน=1620 และค่ายาเพิ่มเติมซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัด และได้จ่ายค่ามัดจำสำหรับฝากเจ้าเหมียวไว้5000.- )

ตอนนี้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบทุนกองทุนเจ้าเหมียวผ่านทางชายกฤษณ์แล้ว 1500 บาท (อ้น 500 ดุษฎี 500 จุ+พี่สม 500) ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

วันนี้ต้องเอาเจ้าเหมียวไปตัดไหมที่โรงพยาบาล ไม่รู้ว่าจะมีค่ารักษาเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร....

จึงเกิดคำถามขึ้นในส่วนลึกของใจ...ถ้าต้องประสบกับเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งจะทำแบบนี้ได้อีกหรือไม่

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

เรื่องราวของเจ้าเหมียวยังไม่จบ ขอได้โปรดติดตามในบันทึกต่อไปคะ (อาจจะมาล่าหน่อย เพราะเกิดอาการป่วย อย่างที่หมอเอกแจ้งไป ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วคะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจ) 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

เมื่อวานโอนไป 500 ครับ

พอดีติดยุ่ง คุณพ่อไม่สบาย เลยเพิ่งมาบอก

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ

เป็นเรื่องโชคดีของเจ้าเหมียวที่มีคนใจบุญช่วยค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม

จาก  ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ณ g2k 1000 บาท 
       และ คุณ ธ วั ช ชั ย 500 บาท

ขอขอบคุณแทนเจ้าเหมียวมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

พิมพ์ดีด

---^.^---

เขียนเมื่อ 

คุณ ธวัชชัย คะ

ขอให้คุณพ่อท่านหายป่วยไวไว นะคะ

---^.^---