นี่เป็นความโชคดีแรกของฉันที่ได้เรียนรู้ว่าด้านหน้าโรงพยาบาลสัตว์ไม่ได้มีไว้รับสัตว์ป่วยฉุกเฉินแต่ต้องไปด้านหลัง และเจ้าหน้าที่คุยโทรศัพท์ห้ามกวน...

พิซซ่าแป้งบางกรอบหน้าฮอทดอกกับเบคอนคือเมนูมื้อค่ำสำหรับวันนี้หลังจากที่ไม่ได้กินอาหารประเภทนี้มาเสียนาน  ระหว่างที่นั่งรอสมาชิกร่วมโต๊ะอาหารอยู่ที่ลานจอดรถ ตาก็คอยจ้องมองว่ารถผู้รอคอยจะมาถึงเมื่อไร แทนที่จะเห็นรถเป้าหมาย กลับเห็นรถแท็กซี่เขียวเหลืองขับผ่านหน้าผ่านไปพร้อมเสียงแมวร้องคราง

แมวโดนรถชน มันดิ้นใหญ่เลย ลุกสิ ลุก เดี๋ยวรถทับอีก... และอีกสารพัดที่ฉันพูดไปเพราะความตกใจ 

น้องชายนายกฤษณ์รุ่นน้องที่นั่งข้างฉันได้สติก่อนใคร เราไปดูมันเถอะพี่ 

ด้วยความเป็นคนตัวโตขายาว  ถึงแม้เท้าจะบวมเพราะพิษแมงกระพรุนไฟที่เท้าก็ตาม  ก็ยังเดินถึงแมวเป็นคนแรกและลากมันจากขอบถนนเข้าข้างทาง เลือดออกจากปาก และจมูก เจ้าเหมียว(ชื่อที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสัตว์ตั้งให้) พยายามจะลุกขึ้นแต่ก็โงนเงนและล้มลง 

ระหว่างที่คอยเอาใจช่วยให้เจ้าเหมียวลุกขึ้นก็มีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยขี่มอเตอร์ไซค์มาถามและควานหาสัญลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของที่คอเจ้าเหมียว...ว่างเปล่า  ดังนั้นเค้าจึงช่วยพาไปหาหมอไม่ได้เพราะไม่มีเจ้าของ  ทำได้แค่ช่วยจับมันใส่ท้ายรถกระบะเท่านั้นเอง  ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลเท่าไรนักจนกระทั่งวันนี้...

 

กฤษณ์ พจน์ ดา บุษ และฉัน นั่งกันไปด้านหน้ารถ พร้อมสอดส่ายสายตามองว่าเจ้าเหมียวยังนอนอยู่ในกระบะหรือเปล่า ไม่กี่อึดใจเราก็มาถึงโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ด้วยความที่เป็นครั้งแรกของทุกๆ คน พอเห็นด้านหน้าโรงพยาบาลก็รีบจอดแล้วลงไปขอเจ้าหน้าที่ที่คนแรกที่เจอว่า ช่วยอุ้มแมวทีมันถูกรถชน ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ นอกจากเดินมาอย่างเสียไม่ได้และบอกว่าให้อ้อมรถไปที่ฉุกเฉินด้านหลัง...

 

นี่เป็นความโชคดีแรกของฉันที่ได้เรียนรู้ว่าด้านหน้าโรงพยาบาลสัตว์ไม่ได้มีไว้รับสัตว์ป่วยฉุกเฉินแต่ต้องไปด้านหลัง และเจ้าหน้าที่คุยโทรศัพท์ห้ามกวน...

 

รถเทียบท่าตรงทางลาดที่มีให้เห็นทั่วไปในโรงพยาบาล  ฉันเห็น รปภ. นั่งคุยกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ฉันแยกแยะตำแหน่งของคนสองคนได้อย่างง่ายดายจากเครื่องแต่งกาย 

พี่ช่วยอุ้มแมวหน่อยคะ แมวถูกรถชน 

เจ้าของอุ้มมาเลย 

ไม่ใช่เจ้าของคะ เป็นแมวข้างถนน  อุ้มไม่เป็นคะ กลัวมันกัด 

อุ้มใส่รถเข็นมาเองเลย 

...ที่นี่ไม่มีคนช่วยอุ้มสัตว์เหรอคะ 

ไม่มี  สีหน้าทุกคนเริ่มตึงและโกรธมาก แต่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ  ได้แต่หาทางช่วยกันเอาเจ้าเหมียวออกมาจากท้ายกระบะและวางบนรถเข็นให้ได้ 

พจน์เป็นคนจับและประคองมันออกมาวางบนรถเข็นอย่างทุลักทุเล  หลังจากนั้นชายพจน์ก็ยืนดมยาหน้าซีดด้วยอาการกลัวเลือด ซึ่งฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย...

 

เป็นโชคดีที่สองที่ทำให้ฉันเรียนรู้ว่า

คนกลัวเลือดก็สามารถช่วยชีวิตสัตว์ที่เลือดท่วมได้(แม้ต้องแลกกับอาการที่ตามมาภายหลัง)

และเจ้าหน้าที่คุยกับยามห้ามกวน...เพราะยุ่งมากจนไม่มีน้ำใจพอที่จะช่วยเหลือใครแม้เดินมาดูและแนะนำพวกเราว่าควรจะอุ้มอย่างไร เอาเถอะเค้าคงเหนื่อยกับการบริการที่ไม่มีที่สิ้นสุดแม้ว่ามันจะเป็นหน้าที่ของเค้าก็ตาม

 

บรรยากาศในห้องฉุกเฉินอบอวนไปด้วยกลิ่นสะอาดๆ แบบโรงพยาบาลที่ฉันไม่ค่อยชอบนัก 

มีสัตว์หลายตัวนอนให้เลือดบ้าง ให้น้ำเกลือบ้าง อุ้มมาบ้าง นอนมาในกล้องบ้าง 

แต่ฉันมั่นใจที่สุดว่าไม่มีสัตว์ตัวไหนอาการหนักเลือดท่วมเท่าเจ้าเหมียวของพวกเราเลย 

กรอกประวัติและชั่งน้ำหนักด้วยคะ   เจ้าหน้าที่หน้าเคาเตอร์บอกพวกเรา 

พจนาอีกตามเคยที่ต้องประคองมันลงไปชั่งน้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม

 

จากนั้นก็ให้พวกเรานั่งรอ  รอ  รอ  และรอ  ฉันไม่รู้ว่านานแค่ไหนแต่ในความรู้สึกของฉันมันนานมาก นานเหลือเกินกับอาการที่น่าสงสารของเจ้าเหมียวกับเสียงหายใจที่แผ่วเบา สลับกับเสียงค็อกในลำคอ พร้อมกับเลือดที่ค่อยๆ ออกมาจากปากและจมูก

 

การรอคอยของฉันยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับเสียงหายใจหอบและเสียงสำลักเลือดและน้ำลายของเจ้าเหมียว  ความสนใจของฉันถูกเบี่ยงเบนไปด้วยเสียงครวนครางของหมาน้อยตัวหนึ่งที่ชายหนุ่มกับหญิงสาววัยกลางคนอุ้มมันเข้ามา 

โดนรถทับคะ 

น่าสงสารเหลือเกินมันร้องเสียจนทุกคนในนั้นต่างหันมาให้ความสนใจและสงสารกับอาการของเจ้าของเสียงนั้น  กรอกประวัติและชั่งน้ำหนักคะ  ฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่ควรจะบอกเค้านะว่าทำไงในเบื้องต้นก่อนมากกว่าการกรอกประวัติและชั่งน้ำหนักอย่างน้อยก็ควรบอกเจ้าของว่าควรวางมันไว้ที่รถเข็นหรือกอดมันไว้อย่างนั้น  นานหลายนาทีที่เดียวที่ฉันให้ความสนใจกับน้องหมาแทนน้องเหมียว

 

ในที่สุดเจ้าเหมียวของพวกเราก็ได้เข้าห้องตรวจเสียที

การรอคอยของฉันเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปด้วยความสบายใจเพราะเจ้าเหมียวถึงมือหมอแล้ว 

ฉันเริ่มเสวนากับคนรอบข้างที่พาสัตว์ของตัวเองมาหาหมอ หลากหลายอาการต่างกันไป 

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ แววตาที่รักและอาทร 

ที่มีต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และเผื่อแผ่ถึงสัตว์ตัวอื่นๆ ในห้องฉุกเฉินนั้นด้วย

 

เจ้าหน้าที่เรียกชื่อฉันพร้อมกับเข็นเจ้าเหมียวออกมา

มันนอนนิ่งบนผ้าปูสีเหลือง  คราบเลือดที่ขาและใบหน้าถูกเช็ดออก  สายน้ำเกลือที่ขาหน้าข้างขวา และเลือดที่ยังคงซึมออกมาทางจมูกและปาก 

ฉันต้องพามันไปเอ็กซเรย์ที่ชั้นสอง 

กฤษณ์ ดา และฉันเป็นคนพาเจ้าเหมียวขึ้นไป

ส่วนพจน์ และบุษ คอยอยู่ที่นั้นเผื่อหมอเรียกให้ทำอะไร 

ในห้องเอ็กซเรย์ต้องมีคนช่วยเจ้าหน้าที่จับเจ้าเหมียวให้นอนในท่าต่างๆ ตอนนี้เป็นหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่กลายเป็นของกฤษณ์ไป 

ส่วนฉันกับดายืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ตอนนี้เจ้าเหมียวไม่ตื่นกลัวแล้วได้แต่นอนนิ่งๆ พร้อมกับหายใจค็อกๆ สำลักเลือดและน้ำลายออกมาเป็นระยะ

 

การรอคอยของฉันยังไม่จบ เจ้าเหมียวถูกพาเข้าไปในห้องตรวจอีกครั้ง  สักพักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ก็มาเรียกฉันให้ไปคุยกับหมอ พวกเราเข้าไปฟังหมอพร้อมๆ กัน

กระดูกไม่หัก มีเพียงกรามเท่านั้นที่หักคืนนี้หมอจะให้ยาห้ามเลือด หากโอเค พรุ่งนี้จะผ่าตัดเอาลูกตาเข้าไป เพราะหน้าถูกกระแทกทำให้ตาถล่นออกมา  และมันไม่ได้ท้องอย่างที่พวกเราคิดแต่กำลังให้นมลูกอยู่ 

ฟังอาการดูพวกเราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรว่ามันหนักหนาหรือไม่อย่างไรก็ได้แต่หวังว่าเจ้าเหมียวคงไม่เป็นไร และผ่านคืนนี้ไปได้ 

 

เป็นโชคดีที่สามที่เจ้าเหมียวไม่เป็นอะไรมาก และลูกๆ ของมันจะได้เรียนรู้การอยู่ลำพังโดยไม่มีแม่สักพักหนึ่ง...

 

ถึงเวลากลับมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเรื่องค่าใช้จ่าย

พวกเราต้องจ่ายมัดจำสำหรับฝากเจ้าเหมียวไว้ 2,000  บาท  และมีค่าฝากไว้คืนละ 200  บาท 

นี่ยังไม่รวมค่ารักษา...นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของค่าใช้จ่ายเท่านั้น

ฉันเริ่มเข้าใจเล็กๆ แล้วว่าทำไมพี่หน่วยกู้ภัยจึงไม่สามารถพามันมาส่งโรงหมอได้...

เสร็จธุระสำหรับวันนี้แล้ว ถึงเวลาอาหารเย็นของพวกเรา จากพิซซ่าก็กลายเป็นข้าวต้มหน้าโรงพยาบาลสัตว์

กินกันได้ไม่มาก ด้วยหนึ่งเพราะเลยเวลาทานมามาก และสองด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายที่ได้เห็นการเกิดแก่เจ็บตาย 

คืนนั้นกว่าที่ฉันจะนอนหลับได้ ภาพเจ้าเหมียวตาโปนมีรอยเลือดบนจมูกวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดฉันตลอดเวลา...ฉันได้แต่หวังว่าเจ้าจะผ่านคืนนี้ไปได้นะ

วันนี้เป็นวันโชคดี

...โชคดีที่ได้ช่วยแมว

...โชคดีที่แมวไม่ตาย

...โชคดีที่ได้เรียนรู้เรื่อง คน งาน น้ำใจ และรอยยิ้ม

...โชคดีที่ได้เรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ขุ่นเคืองของตัวเอง

...จะโชคดียิ่งขึ้นถ้าเจ้าเหมียวปลอดภัย

---^.^---