เสียดายที่ไม่ได้ส่งภาพเข้าประกวด ไม่งั้น ฮึ่ม....

ภาพที่ไม่ได้ประกวด

          เนื่องจากเป็นเจ้าภาพ แม้จะชอบถ่ายภาพอย่างไร มันก็คงดูไม่เหมาะหากผู้เป็นเจ้าภาพส่งภาพลงประกวดด้วย แต่ผมก็มีภาพที่เห็นว่าสวยในสายตาของผม และอาจเข้ารอบในการประกวดกับเขาด้วย มีทั้งภาพ “มองก็รู้ว่าภูเก็ต” และ “ภาพกิจกรรม” ขอนำเสนอชุด “มองก็รู้ว่าภูเก็ต” ก่อนครับ

          ภาพแรกนี้ถ่ายที่ศาลเจ้าแสงธรรม ซึ่งเป็นศาลเจ้าของตระกูลแซ่ตัน ของพวกผมและน้องมะปราง ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นน้องมะปราง พี่บางทราย และอาจารย์สมชายก็ไปถ่ายด้วย ผมหันไปมองข้างบนเสาและคานด้านหน้าของอาคารศาลเจ้า เห็นเทพเจ้าที่เฝ้ารักษาอาคารหลังนี้ ประกอบด้วยสีสันจัดจ้าน อดใจไม่ได้ที่จะบันทึกภาพนี้ไว้

 

          ภาพที่สองเป็นภาพป้ายหน้าร้าน เดิมคงเป็นบ้านพักอาศัยแต่ต่อมาได้ตกทอดมาที่เจ้าของปัจจุบันได้ทำเป็นร้านอาหาร ใครที่จะทานอาหารเห็นข้างหน้าบอกว่าเป็น restaurant แต่พอเดินเข้าไปก็ต้องชะงัก เพราะไม่เห็นมีโต๊ะอาหารอยู่สักตัวเดียว ผมเคยถูกนัดมาทานอาหารที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่กล้าเข้า พอโทร.เข้าไปจึงรู้ว่าโต๊ะอาหารอยู่ข้างใน เหมือนไปทานอาหารบ้านคนรู้จักกัน ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เห็นหน้าร้านสวยดี มีป้ายชื่อ มีโคมไฟแบบโบราณ มีลายสลักที่ประตูแบบโบราณ ที่น่าจะสื่อความหมายของความเป็นภูเก็ตได้ก็เลยจัดการซะ...

 

          ภาพที่สามเป็นภาพที่น่าจะเป็นคู่แข่งของมณีแดง เพราะเป็นหอนาฬิกาที่บ่งบอกสัญลักษณ์ของภูเก็ต ประกอบกับแสงที่กระทบที่หลังคาหอนาฬิกา และด้านขวาก็มีตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีสให้เห็นในมุมที่ไม่โดนแสงทึมๆ ภาพเน้นไปที่หอนาฬิกา น่าจะเข้าท่าดี

 

 

มาถึงภาพกิจกรรม

          พี่บางทรายมีภาพซิลูเอท สองเสาหลักคนแซ่เฮ ผมมีภาพสิงห์ป่าสักกับลูก ประทับใจตรงความรู้สึกที่เห็นถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก พาลูกที่ไม่เคยเล่นน้ำทะเลได้สนุกกับทะเล คอยประคับประคองจนลูกรู้สึกสนุกกับการเล่นน้ำ แม้น้องไผ่จะไม่รู้ว่าทำไมจึงแสบจมูก แต่ผมกับรองอธิบดีนั่งหัวเราะกันเพราะเห็นอาการก็รู้ว่าสำลักน้ำทะเล อิอิ

 

          ในขณะที่ใครต่อใครถ่ายภาพหอนาฬิกา แต่ท่านสะมะนึกมีมุมมองไม่เหมือนใคร ผมอยู่ใกล้ๆ และเห็นหลายครั้งหลายหนที่ท่านสะมะนึกถ่ายภาพมุมต่ำเช่นนี้ ซึ่งทำให้มุมมองภาพไม่เหมือนชาวบ้านเขา น่าสนใจดี เห็นจังหวะลีลาเข้าท่าดี ก็เลยกดชัตเตอร์เข้าให้ก็เลยได้ภาพนี้มา

 

          ในขณะที่เดินชมป่าชายเลน ผมสังเกตเห็นเอื้องแซะถือร่มแดง น่าจะตัดกับสีเขียวของป่าชายเลน พยายามหาจังหวะหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้มุมที่ต้องการ  และก็มาได้มุมนี้มุมเดียวที่พอจะเข้าท่า ประกอบกับลีลาการเดินแบบนางงาม อิอิ จึงได้ภาพนี้มา

 

ยังมีภาพความสดใสน่ารักของน้องนีน่าที่อยากให้ลุงอัยการถ่ายรูปให้ ตั้งแต่ตอนกลางวันของวันที่ ๒๔ เมษายน ก็เลยเอามาฝากไว้ด้วย

นกแก๊กที่พวกเราอยากถ่าย แต่เนื่องจากช่วงนี้นักท่องเที่ยวมากมันก็เลยไม่ค่อยลงมา ถามดูได้ความว่ามันจะลงมาเยอะตอน ๕ โมงครึ่งถึง ๖ โมง เราก็เลยได้เห็นแค่สองตัว แต่ก็ได้ภาพมาพอให้ดูเล่นได้

กับอีกภาพที่ผมตั้งชื่อภาพว่า "เห็นหอยแล้วปวดหัว" ใครเป็นนายแบบก็ไม่รู้ อิอิ

          เอามาให้ดูกันเล่นๆ สนุกๆ เพราะยังนึกถึงบรรยากาศเฮฮาศาสตร์๔ อยู่แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว อิอิ