ฉันตกลงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ แล้วนะค่ะ .

อันที่จริง ร.พ. ได้ให้โอกาสการไปดูงานเป็นคณะ  จนคนอิจฉาพูดว่า เอาอีกแล้วไปเที่ยวอีกแล้ว  ในขณะที่คนได้ไปดีใจว่าให้โอกาส   แล้วการไปอย่างนี้ถ้าเป็นพวกหมอๆจะไม่มีการทำ  BAR  ก่อนไป  และไม่ใคร่มี  AAR  เมื่อกลับมาแล้ว   ส่วนวิชาชีพอื่น จะมีการทำทั้งBAR และ AARก่อนไปหลังไป   ก่อนออกไปกันคนไปจึงรู้สึกได้ไปเพราะมีหน้าที่   แม้ว่าเมื่อไปแล้ว บรรยากาศพาไปให้เพลิดเพลินก็ตาม   สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเกิดแน่ๆสำหรับร.พ. ที่ฉันทำงาน  ก็คือ การให้โอกาสทุกคนได้ตกผลึกการเรียนรู้ว่า ตัวเองได้อะไรบ้างจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว  AAR  มาแลกเปลี่ยนกัน    

 

สำหรับฉันเอง  เคยผ่านประสบการณ์หลักสูตรการบริหาร โดยใช้กิจกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันให้เรียนรู้เอาเองมาแล้ว   ครั้งแรกที่ก้าวไปเรียนรู้เกิดจากฉงนและปุจฉากับตัวเองว่า ไอ้หลักสูตรนี่มันทำอะไรนะ ใช้เวลาตั้ง 1 เดือนกับการอบรม  ทำไมต้องให้ไปกินนอนร่วมกับคนอื่นอีกเป็นโขยงให้เปลืองงบประมาณ  เนื้อหาหลักสูตรเหมือนเราเป็นจระเข้ที่ว่ายน้ำได้แล้ว  ทำไมคนยังจะมาสอนให้เราว่ายน้ำอีกยังไงยังงั้น   แล้วหลายคนก็บอกว่า เขาให้ไปพักผ่อน  ไม่ต้องเรียนอะไรมาก   เมื่อเกิดปุจฉา วิสัชนาที่แวบเข้ามา เป็นคำตอบว่า  ต้องลงทุนคนละตั้งเป็นหมื่นนี่นะ  แค่ให้ไปพักผ่อน  มันต้องมีอะไรมากกว่านา  มันเหมือนเขาอยากให้ไปอุ้มลูกเสือ   เลยลงทุนแพงเพื่อให้คนยินดีเข้าไปอุ้ม  ยังไงยังงั้น  จะอุ้มลูกเสือไม่เข้าถ้ำเสือจะรู้ได้ยังไงว่าทำไมค่าจ้างมันแพง    ย่างเข้าไปแล้วจึงถึงบางอ้อว่า งานบริหารที่ยากที่สุด คือ  การบริหารชีวิตประจำวันของตัวเองให้ลงตัวทุกด้าน  นั่นเอง

 

เฮฮาศาสตร์4 เป็นอีกบทเรียนของการเรียนรู้การบริหารชีวิตประจำวันบทหนึ่งของฉัน  ที่นี่มีครูให้เรียนรู้มากมาย  ซึ่งมาเป็นครูในหลากรูปแบบ  มีบทเรียนการบริหารทุกบทให้เรียน บทคนแก่กว่าปฏิบัติต่อคนอ่อนกว่า  บทคนคุณวุฒิสูงปฏิบัติกับคนที่มีคุณวุฒิต่ำกว่า  บทคนอ่อนกว่าปฏิบัติกับคนแก่กว่า  บทคนคุณวุฒิต่ำกว่าปฏิบัติกับคนคุณวุฒิสูงกว่า   บทพ่อแม่กับลูก  พ่อกับแม่ พี่กับน้อง  น้องกับพี่  พี่กับเพื่อน   นายกับลูกน้อง ลูกน้องกับนาย  น้ากับหลาน   โอ๊ยจาระไนไม่หมด   รู้แต่ว่า มันลงตัวกลมกลืนในทุกบทบาท ให้เรียนรู้และซึมซับในสิ่งดีๆที่เติมเต็มให้กับตัวเราได้หากเก็บเกี่ยวทัน    การได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากครูรอบตัว ก่อความดื่มด่ำและเป็นสุข สงบในใจ  เมื่อมีความสุข สงบในใจ อะไรก็ง่ายไปหมด   เมื่ออะไรในส่วนตัวของเราง่ายไปหมด   การให้ใจของเราก็ง่ายไปหมดด้วย  ให้ได้อย่างไม่มีเงื่อนไข  ให้สิ่งที่อยากให้  ให้ในสิ่งที่ขอ  เหน็ดเหนื่อยก็มีความสุข  ความหงุดหงิดใจไม่เข้ามาแผ้วพาน    ความใจเย็นก็เข้ามาอยู่ด้วย   ใจก็ยิ่งสงบ   มองสิ่งต่างๆได้อย่างรื่นรมณ์   ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่อยู่ใกล้เรา  ก็เหมือนจะได้แผ่รัศมีแห่งความสุข ความสงบในใจนั้นไปให้ด้วย   

 

เมื่อมาทบทวนความคิดให้ตกผลึก  ในเรื่องของการบริหาร ฉันก็ว่า ฉันเรียนรู้การบริหารงานทั้งงานชีวิต งานประจำ จากจอมยุทธทุกท่านได้มากมุมทีเดียว  ทั้งคนแก่ คนหนุ่มคนสาว  เด็กสาวๆ และเด็กตัวเล็กๆ เป็นครูของฉันทุกคนเลย   จึงมาคารวะที่เป็นครูสอนบทเรียนชีวิตที่มีค่ายิ่งในครานี้ให้

 

กลับมาใหม่ๆ แปลกใจเหมือนกันที่ทุกคนเปิดใจรับฉันเป็นสมาชิกแซ่เฮ อย่างเต็มใจ และง่ายๆจัง  มะปรางเปรี้ยวเอย  หมอชอบวิ่งเอย  สะมะนึกเอย   มาชักชวนให้ใช้นามสกุลแซ่เฮกันยกใหญ่   หมอชอบวิ่งนั้นเปลี่ยนให้ดื้อๆเลย ตั้งแต่อยู่ในทริป     ดูท่าป้าแดงก็อยากชวนแต่เกรงใจพ่อ   ดูท่าพ่อก็อยากชวน แต่เพราะฉันเงียบและฟังมากกว่า แล้วพ่อก็บ้าแต่จะเขียนบล็อกก็เลยไม่มีโอกาสได้คุยชวน   ดูท่าลุงเอกเล็งๆว่า ลุงเอกจะรับน้องคนใหม่คนนี้ดีหรือเปล่า   ที่ 2 เล่าฮูท่านคอยแต่เล็งๆ   ฉันว่า เป็นไปตามประสาผู้ใหญ่ที่กลัวหน้าแตกนะนา   ก็ถ้าเกิดชวนแล้วหมอเจ๊ว่าไม่เอา ก็หน้าแตกเพล้งเลยใช่ไหมเล่า อิอิ.....เข้าข้างตัวเองมากไปไหมนี่ ว่าเขาอยากได้ตัวไว้เป็นลูกสาว  น้องสาว  ผู้ใหญ่ที่ได้คุยด้วยยาวๆก็เป็นป้าจุ๋ม เพราะนอนห้องเดียวกันทุกคืน  แถมยังมีต่อมาถึงกระบี่ ในอีก 2 วันถัดมาซะด้วยซิ

 

สำหรับวันนี้ มาส่งการบ้านที่ได้ทวงถามไว้เพียงแค่นี้    ก่อนจะจบลงฉันขอเชิญทุกท่านมาดื่มน้ำชา ที่นำมาคารวะ  เพื่อบอกกล่าวว่าฉันตกลงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ แล้วนะค่ะ .....เอ้า......เฮ......หิ๊วๆๆๆๆ .........แต่เอ...ดูเหมือน..น้องชายอัยการชาวเกาะ.......ไม่เห็นเปลี่ยนชื่อเลย.........เป็นน้องเป็นนุ่งยังไงก็รีบเปลี่ยนตามซือเจ๊ซะดีๆ...นะน้อง......เอ!  หรือว่าเปลี่ยนแล้วแต่ฉันไม่รู้หว่า

 

 หมายเหตุ  บันทึกยังไม่จบ  และขอติดค้างการ post รูปไว้ก่อน  แอบมาใช้เครื่องคนอื่นเขียนค่ะ