ไม่ทุกคนที่เคยกินทุเรียน หรือชอบกินทุเรียน แต่คิดว่าทุกคนคงรู้จักเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและไม่เหมือนกับผลไม้อื่น ดังนี้
- รูปร่างหน้าตา มีเปลือกแข็งเป็นหนามแหลมคม ประมาณว่าถ้าใครยืนอยู่ใต้ต้นทุเรียนแล้วทุเรียนหล่นใส่ น้ำหนัก+ความสูงจากพื้นดิน+หนามทุเรียน อาจทำให้ผู้นั้นบาดเจ็บสาหัสได้
- กลิ่น ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนพันธุ์อะไร พอสุกแล้วมีกลิ่น "หอมมาก" ใกล้เคียงกัน
- รสชาติ หวานแตกต่างกันตามพันธุ์ และเปอร์เซ็นต์ความสุก ถ้าชอบแบบหวานมัน เนื้อแข็ง ก็กินแบบสุกในปลิง (น.ขั้วผลไม้ติดต่อกับก้าน โดยมากเป็นขั้วทุเรียนที่หลุดจากกันได้,ปากปลิง ก็เรียก)1 ถ้าชอบแบบเนื้อแบบนุ่มลิ้น รสหวาน ให้เลือกทุเรียนแบบที่ปลิงเพิ่งหลุดออกไป บางคนชอบทุเรียนเนื้อนุ่ม รสหวานออกขม รับประทานกับข้าวเหนียวมูน ให้เลือกที่ปลิงหลุด ทิ้งไว้วันสองวัน หรือทุเรียนหล่น (คือ ทุเรียนที่สุกอยู่บนต้น จนทนไม่ไหวและหล่นจากต้นเอง)
เมืองจันท์ปลูกทุเรียนกันมานาน คนจันท์จะชินกับกลิ่น ไม่มีความรู้สึกรังเกียจหรือเหม็นแต่อย่างใด เมื่อก่อนพันธุ์ทุเรียนยังไม่ได้พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ ต้นทุเรียนส่วนใหญ่จะมีต้นสูงมาก เวลาหน้าทุเรียน ตอนเช้า ๆ เราจะไปเดินเก็บทุเรียนหล่น เดิน ๆ ไปบางครั้งมีเสียงทุเรียนกำลังหล่นลัดเลาะกิ่งใบลงมาจากต้นลงท้ายด้วยเสียงดังตุ้บ กินได้ทันที แต่จะเนื้อน้อยและเม็ดใหญ่ กว่าปัจจุบันนี้ ทุเรียนที่เหลือ ๆ ชาวสวนจะเอามากวน ตอนกวนก็มีกลิ่นอีกแบบหอมฟุ้งไปทั่ว
วันที่ 3 - 11 พฤษภาคม 2551 นี้ จังหวัดจันทบุรี จะจัดงานวันทุเรียนโลก ในงานนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ขบวนพาเหรดและแพประดับผลไม้ ที่ประดับประดา ด้วยผลไม้นานาชนิด เพราะจริง ๆ แล้วจันทบุรี มีผลไม้หลากหลายชนิดที่อยู่ในช่วงฤดูกาลนี้ จังหวัดจันทบุรี จัดงานบริเวณรอบริมทะเลสาบทุ่งนาเชยซึ่งเป็นบริเวณที่คนในเมืองมาออกกำลังกายกันเป็นประจำอยู่แล้ว จึงมีเส้นทางเดินที่ผู้ชมสามารถเดินชมงานเป็นวงกลม ไม่ต้องเข้าซอกโน้นออกซอยนี้ให้วุ่นวาย แต่ที่จอดรถอาจจะลำบากนิดนึง
ทุเรียนเอามาทำอะไรได้บ้าง? เท่าที่เห็นนะคะ :
- กินแบบสด ๆ หรือกินกับข้าวเหนียวมูน (ต้องเป็นร้านหลังป้อมตำรวจที่ตลาดน้ำพุ หรือร้านจันทวรรณ ด้วยนะ)
- ทำเป็นข้าวเหนียวน้ำกะทิ โดยเอาแกะเนื้อทุเรียนสุก ๆ ฉีกออกจากกันเป็นชิ้น ๆ นำไปใส่ในน้ำกะทิที่ผสมกับน้ำตาลปี๊ป น้ำตาลทราย เกลือ เรียบร้อยแล้ว
- ทำเป็นข้าวตอกน้ำกะทิ คือ ใช้น้ำกะทิทุเรียนใส่ในข้าวตอกที่คั่วแล้ว
- ทำทอฟฟี่ทุเรียน อร่อยดี แต่เหนียวติดฟันไปหน่อย
- ทุเรียนทอด
- ทุเรียนกวน
- ทำไส้ขนมต่าง ๆ เช่น ขนมเปี๊ยะ ขนมโมจิ
- ส้มตำทุเรียน อร่อยจริง ๆ ตอนเมนูนี้ออกมาใหม่ ๆ นึกภาพและรสชาติไม่ออก เมื่อลองชิมแล้ว อร่อย....ไม่ลืม
เท่าที่เห็นในเมืองจันท์ มีเท่านี้ แต่ที่แปลกใจคือ ตอนไปประเทศจีน ได้กิน "พายทุเรียน" ร้อน ๆ อร่อยมาก ๆ ทำไมที่เมืองไทยไม่มีหนอ
เคยไปอ่านเจอฝรั่งเขียนถึงทุเรียนที่ประเทศไทย เค้าบอกว่าเนื้อทุเรียนอ่อน นำไปแกงก็อร่อยสุดยอดด้วย เออ...ไม่เคยเห็นเหมือนกัน
พันธุ์ทุเรียนที่ได้รับความนิยมและมีรสชาติอร่อยติดอันดับสามอันดับแรก (ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครมา ranking ให้) คือ
- กระดุม ลูกเล็ก เนื้อน้อย มักจะออกลูกล่วงหน้าพันธุ์อื่นเล็กน้อย (คงไม่ใช่เพราะความแก่แดด) อร่อยนะ ท้าให้ลองค่ะ
- หมอนทอง ลูกใหญ่บ้างเล็กบ้างตามการเลี้ยงดู แต่ที่นิยมรับซื้อกันเพื่อส่งออก หรือขายต่อ จะอยู่ที่ 2.5 - 3.00 กก. ต่อหนึ่งลูก ส่วนลูกใหญ่ ๆ น่ะ เค้าเรียกว่า "ไอ้เคี่ยม" ไม่ใช่ค่ะ....เรียก "ไอ้เข้" ค่ะ พันธุ์นี้นิยมกันมาก ราคาแพงกว่าพันธุ์ชะนี รสชาติหวาน เนื้อนุ่ม เวลามาจันท์ ใคร ๆ ก็เรียกหาแต่หมอนทอง
- ก้านยาว ลูกกลม หนามเล็ก สีค่อนข้างเขียวมาก จุดเด่นคือ ก้านยาวกว่าพันธุ์อื่นค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบพันธุ์นี้มากกว่าพันธุ์อื่น เพราะเนื้อเหนียว เนียน ละเอียด รสชาติกำลังดี แต่เจ้าพันธุ์นี้น่ะ ..จะค่อนข้าง "หวงไส้" คือ แกะยาก ขนาดว่าสุก ปลิงหลุดไปแล้ว ยังแกะไม่ค่อยออก และอีกอย่างคือ พอเจอฝนเข้า ไส้แฉะเข้าไปอีก แต่อร่อยจริง ๆ ค่า
- ชะนี พันธุ์นี้คงรู้จักกันดี เป็นพันธุ์ที่ปลูกกันมากอีกพันธุ์หนึ่งค่ะ
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผลไม้ที่เด่นเป็นเอกลักษณ์ และได้ชื่อว่าเป็น "King of Fruit" ถูกรังเกียจเดียดฉันท์ จนกระทั่งต้องมีป้ายติดไว้โดยทั่วไป เชื่อว่า ทุกคนคงเคยเห็นเช่นกัน ลองดูป้ายกัน



ว้า!!สงสัยกลิ่นคงแรงมั้งค่ะถึงได้ห้ามซะขนาดนั้นค่ะ...แต่ก็อร่อยนะค่ะโดยเฉพาะหมอนทองค่ะ...ฮิ ฮิ
ขอเชิญคุณมาร่วมแบ่งปันความคิด สิ่งที่น่าสนใจ ผ่านบล็อก กับพื้นที่ที่เราให้คุณมากสูงสุดถึง 3 กิ๊กกะไบท์ พื้นที่ส่วนตัวที่คุณสามารถแสดง เนื้อหา, รูปภาพ, อัลบั้มรูปภาพ, สไลด์โชว์, วีดีโอ, เสียง และหาเงินง่ายๆจาก Blog ด้วย Google Adsense กับเครื่องมือ widget ต่างๆ อีกมากมาย ใช้งานง่ายสไตล์ Word ปรับแต่งได้อิสระเหมือนโลกทั้งใบเป็นของคุณ. คุณสามารถเข้ามาร่วมแบ่งปันความคิด สิ่งที่น่าสนใจ ด้วยกันได้แล้วที่ www.bloggoo.com ได้เลยค่ะ.
ขออภัยหาก Comment นี้รบกวนเวลาของท่าน.