คนภูเก็ตรุ่นเดิมๆ ใช้คำบรรยายว่า "ชักนิยาย" สำหรับการเล่าเรื่องยาวๆหรือเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่า

  

อันที่จริง  เรื่องราวที่จะบันทึกเกี่ยวกับเฮฮาศาสตร์4 ยังไม่จบ   การจัดการเวลาให้พอเขียนรวดเดียวจบในบันทึกแรกนั้น   เพียงเพื่อบันทึกความรู้สึกที่อยากบอกในยามที่จากมาก่อนคนอื่น   แม้การจากครั้งนี้จะเป็นแค่ลาทีไม่ใช่ลาก่อน   หากแต่ความรู้สึกอาวรณ์ต่อบรรยากาศที่ได้ผ่านพบยังก่อกวนความรู้สึกให้กรุ่นๆอยู่ในใจ  เป็นความประทับใจต่อการให้ใจกับคนแปลกหน้าอย่างฉันที่ฉันจะไม่ลืมเลือน  

 

จะไม่ให้กล่าวว่าแปลกหน้าได้อย่างไร  ก็ไม่เคยเจอหน้ากันเลยกับทั้งกลุ่ม  มีเพียงแต่คนชอบวิ่งและคุณราณีที่เคยเจอหน้ากัน   คุณอัยการชาวเกาะก็เพิ่งครั้งนี้แหละที่ส่งเสียงคุยกันและพบหน้ากันครั้งแรก 

 

 

วันนี้ที่เข้ามาเขียนบันทึกนี้เพียงเพื่อบอกว่า   ยังมีเรื่องราวในประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากบันทึกไว้สำหรับการไปร่วมงานเฮฮาศาสตร์4 ครั้งนี้หนา    แล้วเมื่อจัดการเวลาให้มีมากพอ ฉันจะมาชักนิยายให้ฟัง  พร้อมหาปัญหามาทายอีกนะจะบอกให้   ใครสนใจชอบทายปัญหาก็แวะมาอ่านกัน    

 

เขียนให้หายแค้นที่คนชอบวิ่งหาว่า ฉันเขียนอะไรไม่รู้ ไม่ได้คุณภาพเลย    เขียนได้ยังไงวันละ 5-6 blog  พี่เขาว่า  ใครเขียนบันทึก 100-200 เรื่องได้  ไม่มีคุณภาพ   คนมีคุณภาพต้องเขียนปีละเรื่อง   ใครที่เขียนวันละหลาย blog ก็ไม่ได้เรื่อง  

 

ใครไม่เห็นด้วยให้ไปโต้วาทีกับพี่เขาเองนะจ๊ะ    สำหรับฉันเอาเป็นว่า  ขอเป็นคนหัดเขียนบันทึกต่อไป  เพราะหัดเขียนเลยต้องซ้อมเขียนไปเรื่อยๆอย่างนี้ไงเล่า

 

วันนี้ขอลาไปนอนก่อน  ก่อนนอนขอฝากดอกไม้สวยจากภูเก็ตไว้ให้ชม   หอมกลิ่นมันไหมค่ะ

 กล้วยไม้ใกล้ป่าชายเลน

 

29  เมษายน 2551