ความเจ็บที่เกิดขึ้น...แล้วหายไป

หลาย ๆ ครั้ง...ที่เราเดินข้ามธรณีประตู โดยมิทันระวัง หัวแม่เท้าของเรามีอันต้องสั่นเทาด้วยความเจ็บที่วิ่งจี๊ดเข้าสู่หัวใจ เมื่อเราสะดุดเข้ากับธรณีที่ทอดขวางกั้น ดุจเป็นกองทหารที่เฝ้าระวังเมือง ทุกครั้งในใจของเราก็จะอ้อนวอนต่อฟ้าดินว่า "ขอครั้งนี้...เป็นการสะดุดครั้งสุดท้ายเถอะจ๊ะ" ใบหน้าแดงก่ำ...น้ำตาเล็ดไหลลงสู่ร่องแก้ม เล็บเท้าไม่ต้องบรรยายเพราะเป็นสีม่วงเข้มจัด คงไม่มีใครอยากให้ตัวเองเจ็บปวด จนแทบคลั่งแบบนี้....
แต่ถ้าสะดุดจนเล็บหัวแม่เท้าหลุด แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย คงมีการสะดุดเล่นกันบ่อย ๆ แก้กลุ้ม หรือให้หายหิวข้าวก็เป็นได้
เมื่อยามที่เรารู้สึกเจ็บตรงส่วนไหนของร่างกายก็แล้วแต่...แสดงว่าร่างกายเราเตือนให้เรารู้ว่าสิ่งที่เรากระทำนั้น ไม่เป็นที่น่ายินดีนัก สมควรหยุดกระทำสิ่งนั้นทันที
ส่วนการเจ็บที่พุ่งเข้าสู่หัวใจ เป็นการนำสู่การคิดสู่เราว่า" ให้หยุดการกระทำนั้นเสียเถอะ " เช่นกัน
ดังนั้นเมื่อเรามีอันต้องโมโห โกรธ หมั่นไส้ อิจฉา ริษยา ใครก็ตาม ในบางครั้ง ....แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไปนานวัน หากอารมณ์นั้นไม่ยอมสูญสลายหายไปจากตัวเรา อาจจะเป็นไปได้ว่าเขากำลังเตือนเรา...." ให้ใจท่านเลิกคิดแบบนั้นเสียเถอะ มิฉนั้นท่านจะเจ็บปวดมิรู้หาย "
เพราะ...คุณตั้งความหวังที่จะให้เขาอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ...คุณตั้งความหวังที่จะให้เขาเอาคุณเป็นแบบอย่าง...แต่ถ้าคุณคิดให้ดี จะกลายเป็นว่าตัวคุณเองนั่นแหละ กลับไปอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเสียนี่ ก็ในเมื่อใจคุณเปลี่ยนแปลงไปตามการกระทำของเขาตลอดเวลา....
การที่เราคิดแต่เรื่องเก่า ๆ ที่ผ่านไปตามกาลเวลา...จิตใจเราก็จะผูกพันอยู่กับเรื่องเดิม ๆ เหล่านั้น ที่รังแต่จะคอยกระตุ้นความเจ็บปวดให้เกิดกับเรามิรู้หาย
สิ่งที่คิดอยู่ในใจเรา จะคอยกระซิบเตือนเราเสมอว่า " สิ่งนั้น...ความจริงต้องเป็นของเรา" แต่"ความจริง"นั้น เป็นเพียงความคิดของเราคนเดียว จึงไม่สามารถช่วยอะไรเราได้เลย
เล็บสีม่วงของหัวแม่เท้า...ต่างหาก...ที่จะคอยเตือนให้คุณยกเท้าสูง ๆ เมื่อข้ามธรณีประตู
ส่วนร่องรอยความเจ็บปวดที่พุ่งเข้าสู่หัวใจคุณ มักจะคอยส่งสัญญาณเตือนให้คุณเปลี่ยนความคิดที่จะกระทำในสิ่งต่าง ๆ ของตัวคุณเอง
เปรียบเสมือนว่า...ความเจ็บทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้น หากคุณยังกระทำทุกอย่างเหมือนเดิม มันก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดเช่นเดิมนั้นมิหายไปไหนตลอดไป...
ขอให้ทุกท่านโชคดี
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
- แวะมาทักทายค่ะ เก็บเข้าแพลนเนตด้วยนะค่ะ
มายิ้มๆๆ มองโลกในแง่ดีนะครับ เตือนสติได้เสมอ ขอบคุณครับ
สวัสดีคะนายช่างใหญ่
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ นะค่ะ
สวัสดีครับคุณRak-na
ก้าวต่อไปของเรา...ต้องไร้ซึ่งความเจ็บปวดใด ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณเพชรน้อย
ไม่ได้อ่านเจอกันนานแล้วนะครับ...สบายดีนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต...
สิ่งอันยิ่งใหญ่...ย่อมมีน้ำหนักแห่งสัมภาระ...จะทำให้ค่อย ๆ ทรุดลงช้า ๆ ....ในขั้นแรก ๆ เราอาจมองไม่เห็น...จนในที่สุดก็พังครืนลงมา...หึหึ...อำนาจ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์หมู
หุหุ...ความเจ็บแห่งหัวแม่เท้า...มันเจ็บถึงขั้วหัวใจก็จริงนะครับ...แต่รักษาหายทุกครั้งนะครับ...แทบไม่เห็นร่องรอย
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณ*~Wardah~*
ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่เราทุกคนเคยผ่านประสพกันมาแล้วทุกคน...เขียนบันทึกนี้ขึ้นมาเพื่อกระตุกต่อมสำนึกแห่งตัวเราเองได้บ้างเท่านั้นครับ
ขอบคุณครับ
น่านปะไรล่ะ....เค้าถึงได้ว่ากันว่า....หยุดตรงนี้ที่เธอ...เห็นมะ...ขืนไปต่อมีหวัง...ชีวิตพังทลาย...เพราะแม่ยายกะศรีภรรยารุมกันด่าพร้อมทุบตี...555...ใจเจ็บเก็บเธอไว้..แต่กายเจ็บ..ให้หมอเก็บตังค์จะดีก่าน่า..หุหุ
สวัสดีครับคุณกัสจัง...
เหอเหอ...หนังเรื่องที่อาจารย์ดู...ค่อนข้างจะรุกล้ำความเป็นชายชาติชาตรี...หมดเลย....อิอิ...อดทั้งคู่...อยู่ต่อหัวใจก็ห่อเหี่ยว...ไปหาอะไรเปรี้ยว ๆ ทานดีกว่านะครับ...หุหุ
โชคดีนะครับ