จากบันทึก วิทยากรแกนนำป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่แล้ว นับเวลาก็ได้ 5 วัน สิ้นสุดเมื่อ 28 เมษายน 2551 ได้พักเพียง 2 วัน ก็ต้องเข้าอบรมผู้ฝึกสอนกรีฑา อีก 7 วัน ณ ศูนย์ฝึกกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในวันที่ 1-7 พฤษภาคม 2551 แต่ก่อนพบกับงานใหม่ มาดูว่าการอบรมที่ผ่านมานั้น ได้อะไรบ้างจากการอบรม

         ถ้าตามตารางแล้ว เรื่องราวต่างนั้นเป็นเรื่องหนักๆทั้งนั้น ทำไมจึงว่าอย่างนั้น เพราะ เรื่องของยาเสพติดนี้เองที่ทำให้เยาวชนของเราหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่โตแล้ว มีวุฒิภาวะพอที่จะรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ก็ยังหลงหรือถลำเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่มีอยู่มากมายหลายชนิด หรือแม้แต่ที่ได้ชื่อว่าเป็นยายังถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นยาเสพติดเลย ดังตัวอย่างชื่อของยาเสพติดที่จะบอกให้ทุกท่านได้รู้ไว้เพื่อป้องกันลูกหลาน ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดให้ห่างไกลยาเสพติดเหล่านี้นะครับ

ยาเสพติดนั้นแบ่งออกเป็น 4  ประเภทครับ

         ประเภทที่ ๑  ได้แก่ เฮโรอีน  แอลเอสดี  แอมเฟตามีน หรือยาบ้า  ยาอีหรือยาเลิฟ 
         ประเภทที่ ๒  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๒  ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้  แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์    และใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ได้แก่  ฝิ่น  มอร์ฟีน  โคเคน หรือโคคาอีน  โคเคอีน  และเมทาโดน 
         ประเภทที่ ๓  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่  ๓   ยาเสพติดประเภทนี้เป็นยาเสพติดให้โทษที่มียาเสพติดประเภทที่  ๒   ผสมอยู่ด้วย มีประโยชน์ทางการแพทย์   การนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หรือเพื่อเสพติด จะมีบทลงโทษกำกับไว้  ยาเสพติดประเภทนี้ ได้แก่
ยาแก้ไอ  ที่มีตัวยาโคเคอีน  ยาแก้ท้องเสีย ที่มีฝิ่นผสมอยู่ด้วย  ยาฉีดระงับปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟีน  เพทิดีน  ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น 
         ประเภทที่ ๔  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่  ๔  คือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒   ยาเสพติดประเภทนี้ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการบำบัดโรคแต่อย่างใด  และมีบทลงโทษกำกับไว้ด้วย  ได้แก่น้ำยาอะเซติคแอนไฮไดรย์ และ อะเซติลคลอไรด์  ซึ่งใช้ในการเปลี่ยนมอร์ฟีนเป็นเฮโรอีน  สารคลอซูไดอีเฟครีน  สามารถใช้ในการผลิตยาบ้าได้ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด  ที่สามารถนำมาผลิตยาอีและยาบ้าได้ 
         ประเภทที่ ๕  ยาเสพติดให้โทษประเภทที่  ๕  เป็นยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าข่ายอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ ๑ ถึง ๔ ได้แก่ ทุกส่วนของพืชกัญชา ทุกส่วนของพืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย

นโยบายในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด 3 ลด 3 เพิ่ม 3 เน้น

        3 ลด หมายถึงการลดปัจจัยปัญหายาเสพติดทั้งผู้ค้า  ผู้เสพ กลุ่มเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยง  
        3 เพิ่ม คือเพิ่มมาตรการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้เข้มแข็ง  เพิ่มบทบาทภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มบทบาทช่องทางสาธารณะร่วมเฝ้าระวังยาเสพติด 
        3 เน้น คือเน้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่  เน้นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  และเน้นพื้นที่นำเข้าและพื้นที่ต่อเนื่องซ้ำซาก 

และนโยบาย 6 รัก รักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ รักพ่อ แม่ รักสถาบัน รักครู

ด้วยภาระกิจ ในการป้องกัน เฝ้าระวัง ช่วยเหลือ บริหารจัดการ

การป้องกัน  : การสร้างความรู้ จิตสำนึก เช่น การจัดค่ายฝึกอบรม ชมสื่อ ดนตรี กีฬา 
การเฝ้าระวัง : การสร้างนักเรียนแกนนำ 1 ต่อ 20 และครูแกนนำ ระดับ ละ 2 ท่าน
การช่วยเหลือ : ช่วยเหลือ แก้ไข ปรับปรุงพฤติกรรม นักจิตวิทยา
การบริหารจัดการ : ทีมนำ ทีมประสาน ทีมทำ

       การสร้างศูนย์เพื่อใจวัยรุ่น ในสถานศึกษา เพื่อเป็นศูนย์ที่ ให้นักเรียน ได้ปรับทุกข์  สร้างสุข และแก้ปัญหา

       และการรายงานผลหรือสถานะการณ์ในโรงเรียน ให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยและการกำหนดยุทธศาสตร์ ในการจัดการกับยาเสพติดเพื่อลูกหลานของเรา เพราะเป็นหน้าที่ของเราทุกคน